"มิค ชูมัคเกอร์" : ลูกชายตำนาน F1 ที่เดินตามรอยพ่อด้วยความพยายามของตัวเอง

"มิค ชูมัคเกอร์" : ลูกชายตำนาน F1 ที่เดินตามรอยพ่อด้วยความพยายามของตัวเอง
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

กล่าวถึงนักแข่งรถสูตรหนึ่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด มิชาเอล ชูมัคเกอร์ แชมป์โลก 7 สมัย และตำนานของทีม Ferrari ย่อมเป็นชื่อแรกที่ใครหลายคนนึกถึง

นับตั้งแต่ มิชาเอล ประสบอุบัติเหตุเมื่อปี 2013 และไม่เคยปรากฎตัวต่อสาธารณชนนับจากนั้นอีกเลย ชื่อของตระกูลชูมัคเกอร์ เริ่มเลือนหายไปจากหน้าสื่อ

7 ปีผ่านไปจากวันนั้น ตระกูลชูมัคเกอร์กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็น "มิค ชูมัคเกอร์" ลูกชายเพียงคนเดียวของตำนานนักแข่ง ที่กำลังจะคว้าแชมป์ Formula 2 และก้าวสู่เวที F1 ในปีหน้า

กว่าจะมาถึงวันนี้ มิค ชูมัคเกอร์ ต้องหลบซ่อนความกดดันจากสาธารณะ ด้วยการละทิ้งนามสกุล ชูมัคเกอร์ และลงแข่งขันในฐานะนักแข่งโนเนม 

มิค ชูมัคเกอร์ จึงไม่ได้เดินบนเส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เติบโตด้วยการเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง ก่อนการแบกคำว่า "ชูมัคเกอร์" กลับสู่การแข่งขัน Formula 1 อีกครั้ง

ผมไม่ใช่ชูมัคเกอร์ 

มิค ชูมัคเกอร์ ลืมตาดูโลกในปี 1999 เขาคือลูกคนที่สอง และลูกชายเพียงคนเดียวของ มิชาเอล ชูมัคเกอร์ แชมป์โลกรถสูตรหนึ่ง 7 สมัย ซึ่งในขณะนั้น ถือเป็นนักแข่งแถวหน้าภายใต้สังกัดทีม Ferrari

1

ลูกชายของนักกีฬาระดับโลก มีทางเลือกเพียง 2 ทางในการดำเนินชีวิต ทางแรกคือ เดินบนสายอาชีพที่แตกต่าง ทางที่สองคือ เดินตามความสำเร็จของผู้เป็นพ่อ คำตอบของ มิค ชูมัคเกอร์ ปรากฎให้เห็นเมื่อเขาอายุ 9 ขวบ ด้วยการลงแข่งขันรถคาร์ทระดับเยาวชน ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ความกดดันและความคาดหวัง ย่อมถาโถมลงมาสู่ทายาทของตำนานนักแข่งรถ เพื่อให้ มิค ชูมัคเกอร์ ได้เติบโตบนเส้นทางของตน ครอบครัวจึงเห็นตรงกันว่า มิค จะไม่ใช้นามสกุลของพ่อ แต่ลงแข่งขันด้วยนามสกุลของ คอรินน่า คุณแม่ ในชื่อ "มิค เบตสช์" รวมถึงชื่อปลอมอย่าง "มิค จูเนียร์"

"ผมคิดว่าการเปลี่ยนนามสกุลส่งผลดีสำหรับผมมาก เพราะผมไม่ได้รับความสนใจจากสื่อ และมีเพียงไม่กี่คนในวงการที่จับตาดูผม มันทำให้ผมมีเวลาโฟกัสกับการแข่งขัน และช่วยให้ผมการเป็นนักแข่งอย่างทุกวันนี้" มิค ชูมัคเกอร์ กล่าวใน พอดแคสต์ F2: The Road to F1

2

มิค ชูมัคเกอร์ ปิดบังตัวตนของเขาได้ไม่นาน เมื่อพรสวรรค์และความสามารถที่ซ่อนอยู่ ปรากฎออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ในปี 2013 มิคคว้าอันดับ 3 จากการแข่งขัน German Junior Kart Championship ก่อนจะขยับขึ้นสู่อันดับ 2 ในการแข่งขันปีถัดมา รวมถึงจบอันดับ 2 ในการแข่งขันรถคาร์ทระดับทวีปยุโรป และระดับโลก

ความสำเร็จดังกล่าวทำให้มิคได้รับความสนใจจากสื่อ และแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ต จนมิคไม่สามารถแอบซ่อนนามสกุลของตัวเองได้อีกต่อไป ปี 2015 เขาลงแข่งขันรถสูตร 4 (Formula 4) ภายใต้ชื่อ "มิค ชูมัคเกอร์" และยังคงเลือกใช้ชื่อ-นามสกุลดังกล่าว จนถึงปัจจุบัน

"ผมพยายามไม่เป็นจุดสนใจให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ถึงอย่างไร ผมยังอยากลงแข่งขันภายใต้ชื่อจริงของผม เพราะผมภูมิใจมากที่ได้ใช้ และสวมใส่ชื่อชูมัคเกอร์ขณะลงแข่งขัน" มิค ชูมัคเกอร์ กล่าวหลังเปลี่ยนมาใช้ชื่อจริงทำการแข่งขัน

เรียนรู้ที่จะล้มเหลว

ถึงจะเป็นนักแข่งพรสวรรค์ แต่ผลงานของ มิค ชูมัคเกอร์ ไม่ได้พุ่งทะยานแบบก้าวกระโดด เขาเริ่มต้นฤดูกาลแรกบนเวทีรถสูตร 4 ด้วยการจบอันดับ 10 ของตารางคะแนนสะสม เช่นเดียวกันกับฤดูกาลแรกของเขาบนเวทีรถสูตร 3 มิค ชูมัคเกอร์ จบการแข่งขันในปี 2017 ด้วยอันดับ 12 ของตาราง

3

มองจากตารางคะแนน มิค ชูมัคเกอร์ ดูเหมือนจะล้มเหลว แต่ความจริง มิค ชูมัคเกอร์ ยอมเสียเวลาฤดูกาลแรกของการแข่งขันแต่ละรุ่น เพื่อเรียนรู้และปรับตัวกับรถสูตรใหม่ที่แตกต่าง แม้ต้องแลกมาด้วยผลงานการแข่งขันที่ไม่น่าประทับใจนัก

การวางแผนที่ล้ำหน้าเกินอายุ ถือเป็นบททดสอบจิตใจของ มิค ชูมัคเกอร์ เขาต้องรับมือกับแรงกดดันในฐานะลูกชายของ มิชาเอล ชูมัคเกอร์ และเมื่อผลงานที่ออกมา ไม่เป็นไปตามที่แฟนกีฬาคาดหวัง ความกดดันย่อมสูงขึ้นเป็นเท่าทวี แต่ มิค ชูมัคเกอร์ มีสภาพจิตใจยอดเยี่ยมเกินอายุที่ยังไม่แตะหลัก 20 ปี

"มิคเป็นคนที่ค่อนข้างผ่อนคลายนะ" เรเน โรสิน ผู้จัดการทีม Prema Racing ต้นสังกัดของ มิค ชูมัคเกอร์ในรุ่น Formula 2, 3 และ 4 กล่าว

"มิคเป็นผู้ใหญ่มากหากเทียบกับอายุของเขา ผมคิดว่ามิคไม่มีปัญหากับการแบกรับ และจัดการกับความกดดันที่ถาโถมเข้ามา ความทุ่มเทถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งของเขา มิคต้องการจะเข้าใจรายละเอียดทางเทคนิค เพื่อทำผลงานออกมาให้ดี"

ความอดทนและความตั้งใจที่จะเรียนรู้ กลับมาตอบแทน มิค ชูมัคเกอร์ ในการแข่งขันฤดูกาลที่สองของแต่ละรุ่น เริ่มต้นด้วยการคว้าอันดับสองในฤดูกาล ในการแข่งขัน German Formula 4 Championship และ Italian Formula 4 Championship เมื่อปี 2016 ก่อนขยับขึ้นมาคว้าแชมป์ FIA Formula 3 European Championship หรือ การแข่งขันรถสูตร 3 ประจำทวีปยุโรป ในปี 2018

4

ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในเวทีระดับล่าง ส่งผลให้ มิค ชูมัคเกอร์ เซ็นสัญญากับทีม Prema Racing เพื่อลงแข่งขันรถสูตร 2 หรือ Formula 2 ฤดูกาล 2019 และเป็นอีกครั้งที่ มิค ชูมัคเกอร์ มีผลงานที่ไม่ดีนักในฤดูกาลแรก ด้วยการจบอันดับ 12 ของตารางคะแนนสะสม

"ยาง Hankook ที่ผมใช้ในรุ่น Formula 3 จะมีความทนทานมากกว่านี้ แต่ยาง Pirelli ใน Formula 2 สึกเร็วจนน่าใจหาย เพราะฉะนั้นผมต้องเปลี่ยนสไตล์การขับขี่ของตัวเอง ไหนจะยังมีเรื่องของเทอร์โบ (เครื่องยนต์ในรถ F2 มีเทอร์โบ เช่นเดียวกับ F1 ในปัจจุบัน ขณะที่รุ่นรองลงมานั้นไม่มี) และความจริงที่รถรุ่นนี้มีน้ำหนัก และความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาก" มิค ชูมัคเกอร์ ให้เหตุผลถึงผลงานอันย่ำแย่ในฤดูกาล 2019

การเข้าสู่เวทีรถ Formula 2 ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ในชีวิตของ มิค ชูมัคเกอร์ เพราะเวทีนี้ไม่ได้มีเพียงบททดสอบเรื่องการปรับตัวกับรถเท่านั้น แต่รวมถึงความกดดันในฐานะดาวรุ่งที่จะก้าวสู่รายการ Formula 1 ในอนาคต และเมื่อเปรียบเทียบกับดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง ชาร์ลส์ เลอแคลร์ และ จอร์จ รัสเซล ที่คว้าแชมป์รถสูตร 2 ตั้งแต่ฤดูกาลแรก จึงเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่ใครจะคิดว่า มิค ชูมัคเกอร์ อาจไปไม่ถึงฝั่งฝัน

แต่เป็นอีกครั้งที่ มิค ชูมัคเกอร์ แสดงให้เห็นถึงการรอคอยอันคุ้มค่า เมื่อเขาระเบิดฟอร์มในฤดูกาล 2020 คว้าตำแหน่งผู้ชนะการแข่งขันที่อิตาลีและรัสเซีย และขึ้นโพเดียม 10 ครั้ง แม้จะต้องลุ้นถึงสนามสุดท้าย แต่ที่สุดแล้ว มิค ชูมัคเกอร์ ก็ปิดจ๊อบ คว้าแชมป์ Formula 2 ฤดูกาล 2020 ไปครองได้สำเร็จ

5

"ทุกอย่างคือการเรียนรู้ ถ้าคุณใช้เวลาและมองลงไปในรายละเอียด ถ้าคุณใช้เวลาเพื่อเรียนรู้อย่างถูกต้อง คุณจะเห็นผลลัพธ์ในระยะยาวที่ดีกว่าการเร่งรีบทดลองอย่างไร้จุดหมาย" มิค ชูมัคเกอร์ เล่าถึงแนวคิดที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันทุกรุ่น

"ผมต้องการเป็นนักแข่งที่ครบเครื่องและสมบูรณ์แบบ นี่คือเป้าหมายในระยะยาวของผม นั่นคือเหตุผลว่าทำไม ปีสุดท้ายของการแข่งขัน (ในแต่ละรุ่น) จึงสำคัญมาก เพราะการเข้าใจทุกรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ สำคัญกว่าการคำนึงถึงชัยชนะตั้งแต่ต้น"

เดินตามรอยเท้าพ่อ

มิค ชูมัคเกอร์ เก็บประสบการณ์ในการแข่งขัน Formula 4 ถึง Formula 2 รวม 6 ปี ในที่สุด เวลาที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกรอคอยก็มาถึง เมื่อ มิค เซ็นสัญญากับทีม Haas เพื่อเตรียมลงแข่งขันรายการ Formula 1 ฤดูกาล 2021

ในวันที่ มิค ชูมัคเกอร์ เซ็นสัญญา เขาขอบคุณหลายฝ่ายที่พาเด็กหนุ่มวัย 21 ปีรายนี้ ก้าวถึงเป้าหมายสูงสุดในชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ทีม Haas ที่ให้โอกาส หรือ Ferrari ที่ปลุกปั้นเขามาในระดับอคาเดมี แต่คนสำคัญที่อยู่เคียงข้าง มิค ชูมัคเกอร์ มาตลอด คือครอบครัวชูมัคเกอร์

6

"ผมอยากขอบคุณและแสดงความรักของผมต่อพ่อกับแม่ ผมรู้ดีว่าผมติดหนี้พวกเขาแทบทุกอย่าง ผมเชื่อมั่นเสมอว่า ผมจะเข้าสู่ Formula 1 และทำความฝันให้เป็นจริง" มิค ชูมัคเกอร์กล่าว

ไอดอลเพียงคนเดียวในชีวิตของ มิค ชูมัคเกอร์ ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก มิชาเอล ชูมัคเกอร์ คุณพ่อของตัวเอง ทั้งสองดูแลกันและกันเสมอ กระทั่งเหตุการณ์อันเลวร้ายเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2013 เมื่อ มิชาเอล ประสบอุบัติเหตุขณะเล่นสกี จนได้รับบาดเจ็บที่สมองอย่างรุนแรง และกลายเป็นเจ้าชายนิทรา

"มันชัดเจนว่าพ่อจากผมไป แต่อีกทางหนึ่ง มันคือการปล่อยให้ผมเป็นอิสระ และได้เรียนรู้ความผิดพลาดด้วยตัวเอง" มิค ชูมัคเกอร์ กล่าวถึงคุณพ่อผู้เป็นตำนาน

"ผมคิดว่าการก้าวผ่านความผิดพลาด คือวิธีที่คุณจะเรียนรู้ได้มากที่สุด และผมก็คิดว่าพ่อรู้ดีในเรื่องนี้"

7

สิ่งที่ มิค ชูมัคเกอร์ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เวทีรถสูตรหนึ่ง คือการถูกเปรียบเทียบกับผู้เป็นพ่อ เพราะ มิชาเอล คือเจ้าของแชมป์โลก 7 สมัย เจ้าของสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ (เทียบเท่า ลูอิส แฮมิลตัน) แฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกจึงคาดหวังว่า ลูกชายของเขาจะประสบความสำเร็จได้ในระดับเดียวกัน

เสียงตอบรับถูกแบ่งออกเป็น 2 ด้าน เมื่อ ลูอิส แฮมิลตัน แชมป์โลก F1 คนปัจจุบัน มองเห็นศักยภาพของมิค และยืนยันว่าเขาจะเก่งไม่ต่างจากผู้เป็นพ่อ ขณะที่ เบอร์นี เอคเคิลสโตน อดีตบอสใหญ่ของ Formula 1 กลับมองว่า ผู้คนไม่ควรคาดหวังอะไรจากมิคมากนัก เพราะความสำเร็จของมิชาเอลนั้น ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะลอกเลียน

ไม่มีใครรู้ว่า มิค ชูมัคเกอร์ จะประสบความสำเร็จมากแค่ไหนใน Formula 1 ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร มิคมีความสุขที่ได้ทำตามความฝัน และเดินตามรอยเท้าของ มิชาเอล ชูมัคเกอร์ พ่อและไอดอลเพียงคนเดียวในชีวิตของเขา ในฐานะนักแข่งรถสูตรหนึ่ง ที่กำลังจะลงสนามเพื่อล่าชัยชนะ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

8

"มันมหัศจรรย์มากที่ผมกำลังจะได้ลงแข่งบนเวทีเดียวกันกับพ่อ นี่คือกีฬาที่เราทั้งสองหลงรัก เพราะฉะนั้น การได้เดินบนเส้นทางเดียวกัน คืออะไรที่น่ามหัศจรรย์"

"ผมรู้สึกมีความสุขที่บรรลุเป้าหมาย ได้เป็นหนึ่งใน 20 นักแข่งของ Formula 1 ผมมีความสุขมากที่จะได้ไปยืนในกริด F1 ปีหน้า มันคือสิ่งที่ผมฝันมาตลอด ความฝันที่ผมวิ่งไล่ตามตั้งแต่อายุ 3 ขวบ และตอนนี้มันเกิดขึ้นจริงแล้ว" มิค ชูมัคเกอร์ ทิ้งท้ายถึงความฝันในฐานะนักแข่งรถสูตรหนึ่ง