[OPINION] "โธมัส ทูเคิล" : ว่าที่กุนซือคนใหม่ของ เชลซี.. ??!

[OPINION] "โธมัส ทูเคิล" : ว่าที่กุนซือคนใหม่ของ เชลซี.. ??!
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

พลันที่มีข่าวว่า โธมัส ทูเคิล โดนไล่ออกจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็มีกระแสตามออกมาทันทีว่าที่หมายต่อไปของกุนซือชาวเยอรมันน่าจะเป็นทีมใดทีมหนึ่งในพรีเมียร์ลีก

หลังจากที่ไปสานต่อความยิ่งใหญ่ที่สุดแสนจะธรรมดาในลีกเอิงกับ เดอะ ปารีเซียง ด้วยการพาทีมกวาดแชมป์ในประเทศมาทุกรายการและสามารถพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร ก่อนที่จะพ่ายต่อ บาเยิร์น มิวนิค ไปแบบเจ็บปวดด้วยสกอร์ 0-1 เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ชะตาของอดีตนายใหญ่ดอร์ทมุนด์ก็ต้องมาขาดสะบั้นก่อนจะถึงปีใหม่ในอีกไม่กี่วัน

ผลงานในลีกเอิงเมื่อผ่านไป 17 เกมหรือเกือบครึ่งทางของซีซั่น ทูเคิลพาเปแอสเชรั้งอันดับ 3 ของตารางด้วยการลงเล่น 17 นัด มี 35 คะแนน ตามหลังทีมนำอย่าง โอลิมปิก ลียง และ ลีลล์ ที่มี 36 คะแนนเท่ากัน แถมเกมล่าสุดก่อนโดนไล่ออกก็เพิ่งพาทีมไล่ถล่มสตราส์บรูกไปถึง 4-0 ด้วยซ้ำ

b
หากเป็นลีกอื่น การทำผลงานเช่นนี้แล้วโดนไล่ออกบอร์ดบริหารคงโดนด่าว่าไม่บ้าก็เมา แต่นี่คือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมที่การันตีทุกแชมป์ในฝรั่งเศสตั้งแต่ยังไม่เปิดฤดูกาล และความฝันอันสูงสุดของพวกเขาก็คือการเป็นแชมป์ยุโรปสักครั้งในประวัติศาสตร์สโมสร

ดังนั้น เมื่อไม่สามารถพาทีมไปถึงเป้าหมายได้ นายใหญ่เมืองเบียร์ก็ต้องจรลีไปหางานทำกับสโมสรใหม่ต่อไป ซึ่งทาง บิลด์ สื่อในบ้านเกิดก็ได้ประโคมข่าวว่าสถานีต่อไปคงหนีไม่พ้นทีมชั้นนำทีมใดทีมหนึ่งในพรีเมียร์ลีก

โดยสโมสรที่ทางสื่อเยอรมนีคาดหมายว่าจะเป็นที่มั่นต่อไปของ โธมัส ทูเคิล น่าจะเป็น เชลซี ของ "เสี่ยหมี" โรมัน อบราโมวิช นั่นเอง

ทำไมจึงต้องเป็นทีมจากเวสต์ลอนดอน?

h
หากพิจารณาดูจากสถานการณ์ของทีมในตอนนี้และองค์ประกอบที่มีอยู่ คงไม่มีทีมใดจะเหมาะสมมากกว่าไป "สิงโตน้ำเงินคราม" ทีมนี้อีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฟอร์มการเล่นที่กำลังลุ่มๆดอนๆ เก็บได้เพียง 4 คะแนนจาก 5 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ทำให้พวกเขาแปรสภาพจากจากทีมที่มีลุ้นแชมป์เมื่อเดือนก่อน กลายเป็นทีมที่ต้องกลับมาลุ้นท็อปโฟร์ตามเดิม ยังความกดดันอย่างสูงมาสู่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้เป็นกุนซือในขณะนี้

นอกจากผลงานที่ดำดิ่งแล้ว องค์ประกอบภายในทีมก็เป็นอีกปัจจัยที่บิลด์มองว่าทูเคิลเหมาะสมกับการเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่แทนที่แลมพาร์ด เนื่องด้วยภายในทีมมีดาวเตะทีมชาติเยอรมนีอย่าง ไค ฮาแวร์ตซ์ และ ทิโม แวร์เนอร์ ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ ซึ่งทั้งคู่กำลังประสบปัญหาฟอร์มตกอย่างหนัก โดยเฉพาะอดีตกองหน้าไลป์ซิกที่เพิ่งโดนกุนซือหนุ่มของตัวเองวิจารณ์ออกสื่อเรื่องความไม่ทุ่มเทหลังจบเกมที่พ่ายอาร์เซน่อล 1-3 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน

และผลเสมอกับ แอสตัน วิลล่า ในเกมล่าสุด แม้จะช่วยให้ทีมหยุดความพ่ายแพ้ได้ แต่พวกเขาก็ต้องร่วงลงอยู่อันดับ 6 ของตาราง มี 26 คะแนนจากการลงเล่น 16 นัด ดังนั้น สถานการณ์เช่นนี้จึงไม่เป็นเรื่องที่ดีนักต่อ แฟรงค์ แลมพาร์ด และหากว่าเขายังไม่สามารถกอบกู้ทีมให้กลับมาติด 1 ใน 4 ได้ในช่วงปีใหม่ก็คาดว่าทูเคิลจะได้เข้ามาทำหน้าที่นี้แทนในช่วงครึ่งซีซั่นหลัง

p
กุนซือวัย 47 ปีสร้างชื่อจากการคุมไมนซ์และโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในบุนเดสลีกา เรียกว่าก็อปปี้เส้นทางการเป็นเทรนเนอร์มาจาก เยอร์เก้น คล็อปป์ แบบเป๊ะๆ ผิดกันที่เขาไม่สามารถพาเสือเหลืองโค่นบัลลังก์บาเยิร์น มิวนิค เหมือนอย่างที่นายใหญ่ลิเวอร์พูลทำได้แค่นั้น

แต่สำหรับประสบการณ์ 2 ปีครึ่งที่ปาร์ก เดอ แปรงส์ กับการพาทีมคว้าแชมป์ลีกเอิง 2 ปีติดต่อกันและเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยเคยเป็นผู้นำทัพดาวเตะฝีเท้าก้องโลกอย่าง เนย์มาร์, คิลิยัน เอ็มบัปเป และ เอดินสัน คาวานี มาแล้ว น่าจะเป็นคุณสมบัติที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเข้ามาทำงานกับทีมที่เต็มไปด้วยความกดดันอย่าง เชลซี ซึ่งจะว่าไปองค์ประกอบก็แทบไม่ต่างกับเปแอสเช อดีตทีมเก่าสักเท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด จะสามารถกู้สถานการณ์ของสิงห์บลูส์ให้กลับมายืนแลกหมัดกับบรรดาท็อปทีมได้หรือไม่? เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า "เสี่ยหมี" ไม่ใช่เจ้าของทีมที่รออะไรได้นานๆ และเขาพร้อมจะเปลี่ยนผู้จัดการทีมหากว่าทำผลงานไม่ได้ดั่งใจ

ดังนั้น เกมที่จะต้องเปิดบ้านต้อนรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่ 3 มกราคมนี้ จึงจะไม่ใช่เกมแย่งชิงพื้นที่ท็อปโฟร์เท่านั้น แต่มันคือเกมที่อาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็เป็นได้