[OPINION] จีนเลิกเปย์! CSL "เปลี่ยนกฎ" สะเทือนเหล่าแข้งดังค่าเหนื่อยแพง

[OPINION] จีนเลิกเปย์! CSL "เปลี่ยนกฎ" สะเทือนเหล่าแข้งดังค่าเหนื่อยแพง
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

ก่อนหน้านี้วงการลูกหนังเมืองมังกรได้สวมบทเป็น "เจ้าบุญทุ่ม" ตามนโยบายของ สมาคมฟุตบอลจีน หรือ CFA ด้วยการเปิดทางให้เหล่าสโมสรในประเทศได้หว่านเงินดึงนักเตะต่างชาติระดับ "ซูเปอร์สตาร์" เข้ามาเสริมทัพกันได้เลย โดยสามารถจ่ายเงินค่าเหนื่อยได้แบบไม่อั้น เพื่อหวังให้พวกดาวเตะฝีเท้าดีย้ายเข้ามาช่วยยกระดับของฟุตบอลลีกนั่นเอง

โดยเฉพาะ ไชนีส ซูเปอร์ลีก (CSL) ซึ่งเป็นลีกสูงสุดที่อุดมไปด้วยบรรดาพ่อค้าแข้งที่มีค่าจ้างแพงระยับเต็มไปหมดเลย และเป็นการโปรโมทวงการฟุตบอลในดินแดนหลังม่านไม้ไผ่ให้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกด้วย

h
แต่ตอนนี้ CFA เตรียมเลิกสวมบท "เจ้าบุญทุ่ม" ตามนโยบายที่เคยประกาศเอาไว้ เพื่อไม่ให้ทีมลูกหนังในเมืองมังกรหว่านเงินค่าจ้างก้อนโตเพื่อล่อใจให้เหล่าแข้งดังตบเท้าย้ายมาร่วมทัพด้วยอีกต่อไป และเตรียมนำกฎเพดานเงินเดือนมาใช้ในศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก ตั้งแต่ช่วงฤดูกาลหน้าเป็นต้นไปอีกด้วย โดยกำหนดให้แต่ละสโมสรจ่ายเงินค่าเหนื่อยให้พวกนักเตะต่างชาติได้คนละไม่เกิน 3 ล้านยูโรต่อปี ส่วนผู้เล่นชาวจีนจะได้รับค่าแรงสูงสุดคนละไม่เกิน 5 ล้านหยวนต่อปี หรือราวๆ 22 ล้านบาท หากทีมใดฝ่าฝืนจะถูกตัดคะแนนสูงสุดถึง 24 แต้มเลยทีเดียว และผู้เล่นที่ได้รับเงินเกินเพดานค่าจ้างจะถูกแบนไม่ให้ลงสนามอีกต่างหาก

b
ทั้งนี้ CAF ได้ให้เหตุผลของการเปลี่ยนแปลงกฎกติกาดังกล่าว เพราะเห็นว่าไม่คุ้มค่ากับการลงทุนเสียแล้ว และไม่ได้ช่วยให้วงการลูกหนังเมืองมังกรพัฒนาไปข้างหน้าเหมือนอย่างที่หวัง โดยเฉพาะผลงานในเกมระดับทีมชาติ แม้จะอนุญาตให้บรรดาสโมสรฟุตบอลในประเทศทุ่มเงินเป็นจำนวนมหาศาลได้ในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ ทีมชาติจีน รั้งอยู่ในอันดับ 75 ของโลกจากการจัดอันดับล่าสุดของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA ซึ่งยังคงตามหลัง 2 ชาติมหาอำนาจของทวีปเอเชียที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน นั่นก็คือ เกาหลีใต้ ในอันดับ 38 และ ญี่ปุ่น ในอันดับ 27 อยู่หลายก้าวเลยด้วย

p
ทั้งๆที่ตอนนี้ ไชนีส ซูเปอร์ลีก มีโครงสร้างการจ่ายค่าจ้างนักเตะสูงกว่า "เคลีก" ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของเกาหลีใต้อยู่ถึง 10 เท่าเลยทีเดียว และเหนือกว่า "เจลีก" ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของญี่ปุ่นอยู่ถึง 3 เท่าอีกด้วย แต่ทัพลูกหนัง "มังกร" กลับทำผลงานในเกมระดับชาติได้ไม่คุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปเป็นจำนวนมหาศาล ด้วยเหตุนี้ CFA จึงมองว่าควรนำเงินจากส่วนนี้ไปพัฒนาด้านอื่นๆดีกว่า และเป็นที่มาของการเปลี่ยนกฎกติกาดังกล่าวตั้งแต่ช่วงฤดูกาลหน้าเป็นต้นไปนั่นเอง

c
ทำให้เหล่าแข้งดังระดับ "ซูเปอร์สตาร์" เตรียมโบกมืออำลาวงการลูกหนังจีนอย่างแน่นอน เพราะแต่ละคนรับเงินค่าแรงเกินกว่าที่กฎกติกาใหม่กำหนดเอาไว้กันทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็น ฮัล์ค กองหน้าชาวบราซิเลียนของ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ซึ่งได้รับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 320,000 ยูโร หรือปีละ 16.64 ล้านยูโร ได้ประกาศเตรียมย้ายหนีศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก อย่างแน่นอน เช่นเดียวกับ ออสการ์ เพื่อนร่วมชาติในทีมเดียวกัน เพราะตอนนี้เป็นเจ้าของสถิติรับค่าเหนื่อยมากที่สุดในศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก สูงถึงสัปดาห์ละ 400,000 ยูโร หรือเท่ากับปีละ 20.8 ล้านปอนด์ ซึ่งเกินกว่าเพดานค่าเหนื่อยที่กำหนดเอาไว้ถึงเกือบ 8 เท่าเลยทีเดียว

t
เมื่อหนึ่งในชาติยักษ์ใหญ่ที่มั่งคั่งที่สุดของโลกตัดสินใจเลิกทุ่มทุนสร้างให้กับวงการฟุตบอลไปตามกฎกติกาแบบใหม่ จึงส่งผลสะเทือนไปถึงพวกแข้งดังที่ย้ายมาโชว์ฝีเท้าในแผ่นดินแดนมังกร เพราะดูเหมือนว่าคงจะไม่ได้รับค่าเหนื่อยจำนวนมหาศาลต่อไปอีกเสียแล้ว