"Thiago Silva" : เพลงแรปแรงบันดาลใจจากแข้งระดับโลกสู่ตำนานแห่ง Glastonbury

"Thiago Silva" : เพลงแรปแรงบันดาลใจจากแข้งระดับโลกสู่ตำนานแห่ง Glastonbury
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

ถึงแม้ ติอาโก้ ซิลวา ปราการหลังดีกรีระดับโลก จะเปิดตัวนัดแรกในศึกพรีเมียร์ลีกกับ เชลซี สโมสรใหม่ของเขาไม่สวยงามนัก หลังจากที่ทำพลาดในเกมที่พบกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน จนนำไปสู่การเสียประตู

อย่างไรก็ตาม ถ้ามองย้อนกลับไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เมื่อพูดถึงกองหลังตัวกลางที่ดีที่สุดในโลก ยังไงก็ต้องมีชื่อของเขาติดอยู่ในลิสต์รายชื่ออย่างแน่นอน อย่างน้อยก็ในระดับท็อป 10 การันตีด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีซไม่ว่ากับ เอซี มิลาน, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หรือทีมชาติบราซิล

ความเก่งกาจเหนียวแน่นของซิลวา ถึงขั้นที่ว่ามีแรปเปอร์หนุ่มหยิบยกชื่อของเขาไปตั้งเป็นชื่อเพลง และเปรียบเทียบการเล่นในสนามของเขากับบางสิ่ง ผลลัพธ์คือเพลงดังกล่าวกลายเป็นเพลงดังที่มียอดวิวกว่า 35 ล้านวิว รวมถึงยอดสตรีมมิ่งอีกกว่าร้อยล้านครั้ง นอกจากนั้นยังมีการนำเพลงนี้ไปแสดงใน Glastonbury หนึ่งในเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จนเกิดเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลก

เรื่องราวทั้งหมดเป็นมาอย่างไร? ติดตามได้ที่ Main Stand

ความเหนียวแน่นของ ซิลวา สู่เพลงแรป

เพลง Thiago Silva คือผลงานที่เกิดจากการจับมือกันเขียนขึ้นของแรปเปอร์ชาวอังกฤษ 2 คนอย่าง เอเจ เทรซี่ย์ (AJ Tracey) กับ เดฟ (Santan Dave) ก่อนที่จะถูกปล่อยออกมาในปี 2016 แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าพวกเขาคือแฟนบอลสโมสร ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และต้องการเขียนเพลงนี้ขึ้นเพื่อยกย่องปราการหลังกัปตันทีมในเวลานั้น 

ความเป็นจริงแล้ว เอเจ คือแฟนเดนตายของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ส่วน เดฟ ก็มอบหัวใจให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 

1

มาถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัยกันว่า.. แล้วทำไม ติอาโก้ ซิลวา ถึงมาอยู่ในเพลงของพวกเขาได้?

ถึงแม้ทั้งคู่จะไม่ใช่แฟนของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แต่ถ้าย้อนกลับไปในปี 2016 ที่เพลงนี้ถูกเขียนขึ้น ถ้าถามว่ากองหลังที่ดีที่สุดในโลกคือใคร? ยังไงก็ต้องมีชื่อของ ติอาโก้ ซิลวา รวมอยู่ในลิสต์นั้นด้วยอย่างแน่นอน

นอกจากนั้น เอเจ ซึ่งเป็นหัวเรือหลักในการสร้างสรรค์เพลงนี้ก็ขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องความแปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร มีการเขียนเพลงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมักจะหยิบจับสิ่งต่างๆรอบตัวมาพลิกแพลงเปรียบเทียบให้เกิดความหมายใหม่

"สำหรับบทเพลงคือความอิสระ มันคือพื้นที่ให้ได้ระบายสิ่งที่อยู่ในใจ ความเป็นตัวเองออกมา นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ใช่ผลกำไร" เอเจ กล่าวกับ BBC 

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือเพลง Spirit Bomb เพลงเดบิวต์ในฐานะศิลปินของ เอเจ ที่ปล่อยออกมาเมื่อปี 2015 โดยในเพลงนี้เขาได้เปรียบเทียบชีวิตผู้หญิงที่แต่งงานแล้วกับโปเกม่อนที่ถูกกักขังในโปเกบอล จนกลายเป็นกระแสฮือฮาในวงการฮิปฮอปประเทศอังกฤษอยู่ช่วงหนึ่งมาแล้ว

ดังนั้น การที่เขาจะนำชื่อและตัวตนของ ติอาโก้ ซิลวา มาสร้างสรรค์เป็นบทเพลงก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด

Thiago Silva คือเพลงที่ เอเจ ร่วมกันเขียนเนื้อกับ เดฟ และได้ 169 มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ โดยเพลงนี้เนื้อหาไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ติอาโก้ ซิลวา หรือฟุตบอลแต่อย่างใด แต่พวกเขาได้หยิบยกชื่อของปราการหลังคนดังมาเปรียบเทียบกับเรื่องผู้หญิงและเซ็กซ์

"I one-two rap, she don't give hat / Thiago Silva, man block then skeet."

นี่คือท่อนหนึ่งของเพลง Thiago Silva และก็เป็นเพียงท่อนเดียวที่มีชื่อของ ซิลวา ปรากฏอยู่ โดยคำว่า Hat ไม่ได้หมายถึงหมวก แต่เป็นศัพท์แสลงในประเทศอังกฤษที่หมายถึงเซ็กส์แบบออรัลหรือการใช้ปากนั่นเอง

ดังนั้น เนื้อเพลงท่อนนี้จึงหมายถึงการที่ผู้หญิงปฏิเสธการมีเซ็กส์แบบออรัลกับเขาอย่างหนักแน่น เหมือนกับที่ ติอาโก้ ซิลวา ป้องกันการทำประตูจากกองหน้าฝ่ายตรงข้าม ดังนั้น สิ่งที่พวกเขาทำคือบล็อคเบอร์ของผู้หญิงคนนั้นทิ้งไป.. เรียกได้ว่าเป็นการเปรียบเทียบที่หลุดโลก แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีความน่าสนใจไม่น้อย

นอกจาก ติอาโก้ ซิลวา แล้ว ในเพลง Thiago Silva ยังปรากฎชื่อของนักฟุตบอลอีก 2 คน ได้แก่ กาก้า และ เซร์คิโอ อเกวโร่

3

Thiago Silva ถูกนำมาแสดงเป็นครั้งในงาน Bestival เดือนสิงหาคม ปี 2016 อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกที่เพลงนี้ถูกปล่อยออกมา มันก็ได้รับความสนใจในระดับหนึ่ง แต่ถ้าถามว่ามันเป็นซิงเกิ้ลฮิตติดชาร์ตหรือเปล่า.. คำตอบคือไม่ 

จนกระทั่งมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นในเทศกาลดนตรี Glastonbury ปี 2019

ตำนานแห่ง Glastonbury

หลังจากที่ปล่อยเพลง Thiago Silva ออกมาในปี 2016 เอเจ และ เดฟ ต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันไปทำเพลงตามเส้นทางของตัวเอง แต่ก็มีบางครั้งที่พวกเขาจะขึ้นโชว์บนเวทีเดียวกันอยู่บ้างเหมือนกัน

ในปี 2019 Glastonbury หนึ่งในเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่จัดขึ้นในย่านพิลตัน ประเทศอังกฤษ นับตั้งแต่ปี 1970 เป็นต้นมา ท่ามกลางผู้ชมกว่า 150,000 ชีวิตที่เข้ามาเป็นสักขีพยานในทุกปี ได้ประกาศรายชื่อศิลปินที่จะร่วมขึ้นโชว์ออกมา.. ปรากฏว่าชื่อของ เดฟ คือหนึ่งในนั้น อีกทั้งเขายังได้โชว์บนเวทีพีระมิด ซึ่งถือเป็นเวทีใหญ่ที่สุดของงานอีกด้วย

4

ทุกครั้งที่ เดฟ เลือกเพลง Thiago Silva มาทำการแสดง ถ้าในวันนั้น เอเจ ไม่ได้มาด้วยเขามักจะชวนแฟนๆขึ้นมาช่วยร้องในท่อนของ เอเจ ในเทศกาล Glastonbury ครั้งนี้ก็เช่นกัน โดยในตอนแรก เอเจ จะมาร่วมโชว์ด้วย แต่ปรากฏว่าเขาป่วยก่อนวันงาน เดฟ จึงต้องกลับไปใช้มุกเดิมอีกครั้ง

"ในที่นี้มีใครที่สตินิ่งพอที่จะขึ้นมาร้องกับผมหรือเปล่าครับ?" เดฟ ประกาศออกไมค์ และที่เขาต้องถามเช่นนี้เพราะนี่คือ Glastonbury ที่เบื้องหน้าคือผู้ชมเรือนแสน ไม่ใช่การแสดงในคลับบาร์ทั่วไปที่เน้นความรั่วเป็นหลัก เดฟ ไม่อยากให้โชว์ล่ม เขาจึงต้องการคนที่มีศักยภาพ ใจนิ่ง และแม่นเนื้อเพลงจริงๆ

สิ้นเสียงประกาศของเดฟ ปรากฏว่ามีเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากหน้าเวทีพยายามตะโกนอย่างสุดชีวิตว่าเขาสามารถร้องได้ นอกจากนั้นเขายังสวมเสื้อสโมสร ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เหมือนกับที่ เดฟ ใส่ในมิวสิควิดิโออีกด้วย

"ผมเห็นเด็กหนุ่มสวมเสื้อ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อยู่ตรงนั้น แต่ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะรู้เนื้อเพลงหรือเปล่า?" เดฟ กล่าวต่อ ก่อนที่จะเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อฟังสิ่งที่เด็กหนุ่มพยายามตะโกนบอก

5

"ดูเหมือนว่าเขาจะรู้เนื้อเพลงนะ เอาล่ะ มาลองดูกันเถอะ"

เด็กหนุ่มคนดังกล่าวมีชื่อว่า อเล็กซ์ แมนน์ เป็นชาวอังกฤษ เขาไม่ได้เป็นแฟนสโมสรปารีส แซงต์-แชร์กแมง เพราะทีมในดวงใจของเขาคือ เชลซี สาเหตุที่เขาสวมเสื้อสโมสรดังจากฝรั่งเศสก็เป็นเพราะเขาคือแฟนตัวยงของ เดฟ นั่นแหละ

อเล็กซ์ ก้าวขึ้นมาบนเวทีอย่างกล้าหาญ ลองจินตนาการดูว่าถ้าคุณอายุ 17 เหมือนอเล็กซ์ และต้องขึ้นไปร้องเพลงให้คนนับแสนฟัง คุณตื่นเต้นตื่นกลัวขนาดไหน แต่ในแววตาอเล็กซ์ ไม่ปรากฏความรู้สึกเหล่านั้นอยู่เลย 

เมื่อเสียงดนตรีดังขึ้น อเล็กซ์ก็ตะโกนเอาฤกษ์เอาชัยว่า..

"พร้อมมั้ย Glastonbury"

หลังจากนั้นคือตำนาน.. ไม่ใช่แค่พอร้องได้ แต่อเล็กซ์สามารถแรปออกมาได้ราวกับมืออาชีพ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังจำเนื้อทุกท่อนได้อย่างแม่นยำ ทั้งๆที่ Thiago Silva คือเพลงแรปที่มีจังหวะค่อนข้างเร็ว อีกทั้งยังพ่นคำออกมารัวๆอีกต่างหาก 

ความแม่นยำในเนื้อเพลงของอเล็กซ์ ถึงขั้นที่ว่าเขาจำเนื้อได้ทุกท่อน จนไปแย่งแรปในท่อนของเดฟ เรียกเสียงฮาไปหนึ่งคำรบ แต่หลังจากนั้นเมื่อเริ่มต้นใหม่ การแสดงก็เป็นไปด้วยดี อเล็กซ์โชว์ทักษะการแรปของเขาออกมาอย่างเต็มที่ (ถึงแม้การจับไมค์ของเขาจะแปลกๆไปบ้างตามสไตล์มือใหม่) ก่อนที่เพลงจะจบลงพร้อมกับการกลายเป็นตำนานบทหนึ่งของ Glastonbury ไปเป็นที่เรียบร้อย

และสำหรับอเล็กซ์ นี่คงเป็นวันที่เขาจดจำไปตลอดชีวิตอย่างไม่มีวันลืมเลือน..

ซิลวาตัวจริงก็เอากับเขาด้วย!

"ผมเห็นสิ่งที่อเล็กซ์ทำบนเวที มันบ้ามากๆเลย" เอเจ แสดงความคิดเห็นหลังจากที่ได้ดูวิดิโอที่อเล็กซ์ขึ้นมาแสดงแทนในตำแหน่งของเขา 

ไม่ใช่แค่การเป็นตำนานความกล้าหาญของเด็กหนุ่มใน Glastonbury เท่านั้น แต่ความไวรัลของการแสดงเพลง Thiago Silva ที่มีอเล็กซ์มาร่วมแจมมียอดรับชมสูงกว่า 20 ล้านครั้ง นอกจากนั้น ยังช่วยให้เพลงนี้ที่ตกกระแสไปนานแล้วกลับเข้ามาติดอยู่ใน UK Singles Chart อีกครั้ง ในอันดับที่ 36 อีกทั้งยังมียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นอีกกว่า 600,000 ครั้ง

ความสำเร็จในแง่ธุรกิจก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่สำหรับศิลปินเจ้าของผลงานความสำเร็จยิ่งใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นหลังงาน Glastonbury คือการที่ ติอาโก้ ซิลวา นักฟุตบอลที่พวกเขาหยิบยืมชื่อมาใช้ได้รับรู้ว่ามีเพลงนี้อยู่บนโลก

7

"ตอนที่ผมเห็นว่า ติอาโก้ ซิลวา กดติดตามผมบนทวิตเตอร์ ผมนี่อึ้งไปเลย"

"มันมีความหมายกับพวกเรามากจริงๆ ในตอนที่ผมกับ เดฟ ทำเพลงนี้ พวกเรายังเด็ก และคาดหวังว่าโลกฟุตบอลจะยอมรับเพลงของพวกเรา ซึ่งในตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว" เอเจ กล่าวกับ The Gurdian

ส่วน ติอาโก้ ซิลวา หลังจากที่เขาทวีตคลิปการแสดงของ อเล็กซ์ พร้อม แคปชั่นว่า "ขอบคุณมาก อเล็กซ์!" ก็ให้สัมภาษณ์กับ talkSPORT ว่า

"มันเป็นเรื่องแปลกมากที่ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยได้ยินเพลงนี้มาก่อนเลย แต่หลังจากที่เด็กหนุ่มอเล็กซ์ขึ้นไปร่วมแสดงบนเวทีวันนั้น มันก็ไวรัลมาจนถึงฝรั่งเศส และผมก็ได้ฟังมัน ตอนนี้มันแพร่ระบาดไปทั่วแล้ว"

"บางครั้งนักฟุตบอลอย่างเราก็สนใจแค่เกมฟุตบอล จนไม่ได้สนใจรอบข้าง แต่มันเป็นเรื่องดีมากๆที่ชื่อผมได้เข้าไปอยู่ในเพลงนี้ ผมจะจดจำมันไว้เป็นอย่างดี"

เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะหลังจากนั้น ซิลวา ก็ได้ทวิตข้อความว่า 

"ช่วยผมตามหาอเล็กซ์หน่อย!"

8

ด้วยความช่วยเหลือของชาวเน็ต ทำให้ในที่สุด ซิลวา กับ อเล็กซ์ ก็ได้ติดต่อกัน และเมื่อ อเล็กซ์ ได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศฝรั่งเศส พวกเขาก็ได้มาเจอกันที่ พาร์ค เดอ แปรงซ์ รังเหย้าของสโมสรปารีส แซงต์-แชร์กแมง

หลังจากนั้นในทวิตเตอร์ส่วนตัวของอเล็กซ์ ก็ปรากฏภาพถ่ายของเขาคู่กับ ติอาโก้ ซิลวา โดยปราการหลังชาวบราซิลกำลังเซ็นชื่อลงบนเสื้อ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ อเล็กซ์ สวมขึ้นทำการแสดงในวันนั้น

"นี่คือประสบการณ์ล้ำค่า" แคปชั่นของอเล็กซ์บนทวิตเตอร์ว่าไว้เช่นนั้น 

จากจุดเริ่มต้นที่ไม่มีใครคาดคิด กลับกลายเป็นตอนจบแสนสวยงาม และตอนนี้คนที่มีความสุขที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเด็กหนุ่ม อเล็กซ์ แมนน์ นี่แหละ เพราะนักฟุตบอลที่มีอิทธิพลสำคัญที่สุดต่อชีวิตเขาได้ย้ายมาค้าแข้งกับ เชลซี สโมสรที่เขารัก

2020/21 น่าจะเป็นฤดูกาลในความทรงจำของอเล็กซ์อย่างแน่นอน