รับชมที่นี่! รวมหนังผีสุดสยอง

เก็บตกหลังเกม! แมนฯ ยูไนเต็ด ผิดฟอร์มบุกพ่าย บาซัคเซเฮียร์ 1-2 ศึก ยูฟ่า ชปล.

เก็บตกหลังเกม! แมนฯ ยูไนเต็ด ผิดฟอร์มบุกพ่าย บาซัคเซเฮียร์ 1-2 ศึก ยูฟ่า ชปล.
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังหลังบุกไปแพ้ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ 1-2 ในการแข่งขัน ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รองแบ่งกลุ่ม เมื่อคืนวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา และนี่้คือประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในเกมนัดนี้

1. ความเป็นไปของเกมIstanbul Basaksehir v Manchester United: Group H - UEFA Champions LeagueIstanbul Basaksehir v Manchester United: Group H - UEFA Champions LeagueIstanbul Basaksehir v Manchester United: Group H - UEFA Champions League | Burak Kara/Getty Images

เกมที่ อิสตันบูล ออกสตาร์ทด้วยการครองบอลที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่พวกเขาไม่อาจสร้างสรรค์โอกาสส่งบอลเข้าไปลุ้นในพื้นที่สุดท้ายได้ดีพอ กระทั่งถูกเกมสวนกลับของเจ้าถิ่นเล่นงานตั้งแต่นาทีที่ 13

หลังการเสียประตู ปีศาจแดง ยังคงเป็นฝ่ายที่ต่อบอลได้ต่อเนื่องแต่ปัญหาของพวกเขายังคงเป็นอีหรอบเดิม จนความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ จากลูกจ่ายบอลที่แดนกลางของ บรูโน แฟร์นันด์ส น้ำหนักล้นให้ ฆวน มาต้า ถูกฉกไปได้ จนไปถึงในกรอบเขตโทษอันเป็นที่มาของการเสียประตู 2-0 ในที่สุด

เกมรุกที่เอียงซ้ายจากการเติมของ ลุค ชอว์ มาได้จังหวะเหมาะเหม็งในช่วงท้ายครึ่งแรกเพียงครั้งเดียวโดยแบ็คซ้ายชาว อังกฤษ ครอสให้กับ อองโตนี มาร์กซิยาล โหม่งพังประตูตีไข่แตกสำเร็จ

ช่วง 45 นาทีหลัง โอเล กุนนาร์ โซลชา ทยอยปรับทีมไล่ตั้งแต่การเปลี่ยน สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ แทนที่ อักเซล ทวนเซเบ้ แล้วจับเจ้าหนูจากอคาเดมีประจำการในบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับ และถอยเอา เนมานยา มาติช ลงไปเป็นเซ็นเตอร์แบ็คหลังจากที่ ทวนเซเบ้ มีปัญหาในการรับมือการ เดมบา บา ในครึ่งแรก

ปอล ป็อกบา กับ เอดินสัน คาวานี ถูกส่งลงสนามแทน ฟาน เดอ เบค และ มาต้า ในเวลาต่อมาพร้อมกับการปรับรูปแบบการเล่นเป็น 4-3-3 แต่ก็ไม่ได้ทำให้บอลสุดท้ายของ แมนฯ ยูไนเต็ด ดูดีขึ้นเลย เช่นเดียวกับการเปลี่ยน เมสัน กรีนวูด แทน แรชฟอร์ด และ ทิมโมธี โฟซู-เมนซาห์ แทนที่ อารอน วาน-บิสซาก้า เพื่อเปิดเกมรุกเต็มรูปแบบในช่วงท้ายเกม

2. การยืนตำแหน่งระดับฟุตบอลโรงเรียนFBL-EUR-C1-BASAKSEHIR-MAN UTDFBL-EUR-C1-BASAKSEHIR-MAN UTDFBL-EUR-C1-BASAKSEHIR-MAN UTD | OZAN KOSE/Getty Images

อาจจะด้วยความมั่นใจหรืออย่างไรก็ไม่อาจทราบได้เมื่อแนวรับทั้งหมดของ ปีศาจแดง ลอยสูงตั้งแต่ต้นเกม ทิ้งให้ เนมานยา มาติช ห้อยเป็นตัวสุดท้ายเพียงคนเดียวในระยะราว 50 หลาจากกรอบเขตโทษ อิสตันบูล เหนือเส้นวงกลมกลางสนาม ขณะที่ เดมบา ประจำการสูงกว่า มาติช เพื่อรอจังหวะสวนกลับเร็ว

การยืนตำแหน่งดังกล่าวทำให้ทีมเยือนเสียเปรียบอย่างชัดเจนเมื่อพลาดท่าเสียบอลในแดนบน ขณะที่ บา ไม่ล้ำหน้าโดยสิ้นเชิงเมื่อเขาออกสตาร์ทการวิ่งในแดนของตนเอง

3. ปิดล็อค บรูโน เท่ากับ ปิดตายBruno FernandesBruno FernandesIstanbul Basaksehir v Manchester United: Group H - UEFA Champions League | DeFodi Images/Getty Images

แม้ บรูโน แฟร์นันด์ส จะจบเกมด้วยการมีสถิติเป็นผู้เล่นที่ได้สับไกยิงมากที่สุดในเกมนี้จำนวน 4 ครั้ง (ตรงกรอบ 1 หลุดกรอบ 2 และติดบล็อก 1) โดยครั้งเดียวที่ได้ลุ้นเกิดจากความพยายามในการสังหารลูกฟรีคิกในระยะอันตราย ขณะที่โอกาสจากโอเพนเพลย์ของเจ้าตัวแทบไม่ได้ลุ้นเลย

ยิ่งไปกว่านั้น การเคลื่อนที่ของเป้าหมายในแดนหน้าอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อองโตนี มาร์กซิยาล ไม่สามารถทำให้เจ้าตัวงัดคิลเลอร์พาสอันเป็นจุดเด่นของเขาสร้างสรรค์โอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมได้ ยิ่งเมื่อรวมกับการถอยลงไปตั้งรับต่ำของ อิสตันบูล ยิ่งทำให้ บรูโน แทบจะไร้บทบาทในการเปลี่ยนแปลงโมเมนตัมของเกม

4. การตัดสินใจที่เชื่องช้าของ โซลชาFBL-EUR-C1-BASAKSEHIR-MAN UTDFBL-EUR-C1-BASAKSEHIR-MAN UTDFBL-EUR-C1-BASAKSEHIR-MAN UTD | OZAN KOSE/Getty Images

โอเล กุนนาร์ โซลชา รอจนถึงนาทีที่ 61 กว่าจะตระหนักว่ารูปแบบการเล่น 4-1-3-2 ที่ 3 แนวรุก ฆวน มาต้า, บรูโน แฟร์นันด์ส และ ดอนนี ฟาน เดอ เบค ไม่อาจทะลวงแนวรับของเจ้าถิ่นได้จึงปรับมาใช้ 4-3-3 โดยให้ เอดินสัน คาวานี แทนที่ มาต้า ประจำการเป็นศูนย์หน้าตัวเป้า, ปอล ป็อกบา ขับเคลื่อนแดนกลางคู่กับ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ และถ่างอา แรชฟอร์ด กับ มาร์กซิยาล ทำเกมรุกริมเส้น

แต่ถึงอย่างนั้นเกมรุกที่กราบทั้ง 2 ข้างของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่ได้ดูดีขึ้นแต่อย่างใดเมื่อแนวรับ 2 ชั้นของเจ้าถิ่นหยุด มาร์กซิยาล และ แรชฟอร์ด (เมสัน กรีนวูด ในเวลาต่อมา) ได้อยู่หมัด

5. การปั้นเกมรุกของฟูลแบ็คยังเป็นจุดอ่อนต่อเนื่องDeniz Turuc, Aaron Wan-BissakaDeniz Turuc, Aaron Wan-BissakaIstanbul Basaksehir v Manchester United: Group H - UEFA Champions League | Burak Kara/Getty Images

เช่นเดียวกับความเป็นไปที่เกิดขึ้นในแมตช์ ปีศาจแดง ปราชัยต่อ อาร์เซนอล คาบ้าน บอลจากเท้าของทั้ง อารอน วาน-บิสซาก้า และ ลุค ชอว์ แทบไม่สามารถหวังได้เลยนอกจากจังหวะการครอสบอลเพียงครั้งเดียวของ ชอว์ ที่ลงล็อคเข้าหัว มาร์กซิยาล ในช่วงท้ายครึ่งแรกอันนำไปสู่ประตูตีไข่แตกในเกมนี้

การจัดทัพโดยมีไม่มีตัวรุกริมเส้นธรรมชาติและยัดมิดฟิลด์ประเภทจ่ายบอลปั้นเกมมาถึง 3 รายยังทำให้จุดอ่อนดังกล่าวของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยิ่งเห็นได้ชัดเจนเมื่อบรรดาเพลย์เมคเกอร์ของพวกเขามีเป้าหมายเพียง มาร์กซิยาล และ แรชฟอร์ด คอยวิ่งทำทางที่แดนบนเท่านั้น ตัวเลือกดังกล่าวยังถูกลดจำนวนเหลือเพียงแค่ออปชันเดียวหากคนใดคนหนึ่งถ่างออกมารับบอลที่ริมเส้น

นอกจากนี้ ที่น่าผิดหวังที่สุดคือความพยายามในการเล่นเกมรุกของ วาน-บิสซาก้า ที่เป็นปัญหาของเจ้าตัวอย่างต่อเนื่อง แบ็คขวาชาว อังกฤษ วัย 22 ปียังคงไม่สามารถลบข้อด้อยทั้งการตัดสินใจที่แดนหน้า และการครอสบอลที่ไม่อาจกดดันคู่แข่งได้อย่างที่เขาเป็นมาตลอดนับตั้งแต่ย้ายจาก คริสตัล พาเลซ มาร่วมทัพเมื่อซัมเมอร์ 2019