สกู๊ป หลังเกมซูซุกิคัพ ไทยเชือดสิงคโปร์2-1

สกู๊ป หลังเกมซูซุกิคัพ ไทยเชือดสิงคโปร์2-1
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อช่วงหัวค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมาคงมีใครหลายคนที่ไม่พลาดกับศึกลูกหนังชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หรือ "ซูซุกิคัพ 2014" นัดแรกของกลุ่ม บี ที่สนามกีฬาแห่งชาติ สิงคโปร์ สปอร์ตฮับ (สนามที่ใหญ่ที่สุดในโลก)

โดยเป็นการพบกันระหว่าง ทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย เจอกับ "เจ้าภาพร่วม" ทีมชาติสิงคโปร์ ท่ามกลางแฟนบอลเจ้าถิ่นนับหมื่น หลังจากที่ทั้งคู่เคยเจอกันมาในรอบชิงชนะเลิศซูซุกิ คัพ เมื่อ2ปีก่อน

ซึ่งคราวที่แล้ว เราเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่สุดท้ายเราก็ต้องน้ำตาตกทั้งนักเตะและแฟนบอล หลังผลรวมสองนัด เราแพ้สิงคโปร์ 2-3 ได้แค่รองแชมป์ในปี 2012 ที่ผ่านมา และเราพลาดแชมป์รายการนี้มานานถึง 12 ปีแล้ว



ประมวลภาพ 12 ปีแห่งความว่างปล่าวและเจ็บปวดในศึก AFF Suzuki Cup ของทีมชาติไทย

แต่ยังไงสองทีมนี้ถือว่าเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้มากที่สุดอย่าง สิงคโปร์คว้าแชมป์ไปแล้ว 4 สมัย แซงหน้าทีมชาติไทยไปหนึ่งสมัย จาก 9 ครั้งที่ผ่านมา

โดยเราก็จะอยู่ร่วมสายกับมาเลเซีย และเมียนม่าร์ โดยมีเจ้าภาพในรอบแบ่งกลุ่มสายบีเป็นสิงคโปร์

ซึ่งต้องบอกเลยว่าก่อนเกมการแข่งขันของกลุ่มนี้จะเริ่มขึ้น กระแสส่วนใหญ่มองว่าทีมชาติไทยมีภาษีดีกว่าที่จะสามารถคว้าแชมป์กลุ่ม  หลังจากโชว์ฟอร์มอุ่นเครื่องได้อย่างยอดเยี่ยม



โดยเก็บชัยชนะรวดทั้ง 3 นัด กับ ฟิลิปปินส์ (3-0) , นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี (1-0) และ นิวซีแลนด์ (2-0) เลยถูกยกให้เป็นทีมเต็ง 1 ที่จะคว้าแชมป์กลุ่ม บี เหนือกว่า เจ้าภาพ สิงคโปร์

ก่อนเกม "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย หวังเก็บ 7 แต้ม ในรอบแรกเพื่อผ่านเข้ารอบต่อไป (นั้นคือจะต้องเสมอหนึ่งและชนะสองนัด)

สำหรับเกมนี้จัดทัพในระบบ 4-3-3 มี กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ลงเฝ้าเสา พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ประวีนวัช บุญยงค์, อดิศร พรมรักษ์ ยืนคมแนวรับ โดยให้ ชาริล ชัปปุยส์, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ สารัช อยู่เย็น ทำเกมรุกร่วมกัน และใช้ 3 ประสานในแดนหน้าอย่าง ประกิต ดีพร้อม, มงคล ทศไกร ยืนซ้าย-ขวา โดยมี กีรติ เขียวสมบัติ เป็นหน้าเป้า



ส่วนทางด้าน ฮารูน มิดฟิลด์ตัวเก่งของเจ้าภาพ กล่าวว่า "ทีมชาติไทยเป็นทีมที่เน้นการครองบอลเป็นปกติ และพวกเขาก็มีความเร็วสูงมาก นอกจากนี้เมื่อพวกเขาเสียบอล พวกเขาก็จะกดดันใส่ฝ่ายตรงข้ามทันที เพื่อเอาลูกกลับมาครองให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้" และยอมรับว่าทีมของเขาอาจจะต้องยอมเล่นในสไตล์การเล่นที่น่าเบื่อเพื่อหยุดทัพช้างศึกและคว้าสามคะแนนมาครองให้ได้

ขณะที่รูปเกมในช่วงต้นครึ่งแรกทั้งสองทีมเปิดเกมรุกแลกหมัดกันทันที ก่อนที่จะเป็นทัพ "ช้างศึก" ออกอาวุธได้น้ำได้เนื้อมากกว่า และมาได้ประตูออกนำ 1-0 จากนักเตะจอมขยันอย่าง มงคล ทศไกร หัวหอกจากค่าย อาร์มี่ ยูไนเต็ด ที่วิ่งเข้าไปชาร์จหน้าประตูจ่อๆ

หลังจากที่เจ้าภาพสิงคโปร์เสียประตูแรก ก็ยังคงไม่เร่งเครื่องมากนัก ยังคงเล่นแบบรัดกุมตามแผนที่วางใว้ คือการตั้งรับให้เหนียวแน่น หายจังหวะตัดการเล่นลูกสั้นที่เป็นทีเด็ดของทีมไทย และใช้เกมสวนกลับออกด้านข้าง

สุดท้ายบรรดาแข้ง ลอดช่อง ก็ทำสำเร็จเมื่อมาได้ประตูตีเสมอ1-1 จากจังหวะครอสบอลจากด้านข้างเข้าเขตโทษ ก่อนเป็น คอยรุล อัมรี ที่วิ่งสอดมาโขกเหน่งๆ เข้าไปตุงตาข่าย

ครึ่งหลังเจ้าภาพมาเน้นตั้งรับมากขึ้น หวังใช้เกมสวนกลับเช่นเคย ทำให้ทีมไทยไม่สามารถเดินเกมที่ถนัดได้ เลยจำเป็นที่"ซิโก้"จะต้องแก้เกม ส่ง อดิศักดิ์กับเจลงมา ทำให้เกมไหลลื่นและมีจังหวะจบสกอร์หลายต่อหลายครั้ง



จนมาได้ประตูจากการที่เราเล่นเกมรุกมากขึ้น กดดันให้เจ้าภาพจิตหลุดควบคุมแขนตัวเองไม่อยู่ และทำให้ทีมไทยได้จุดโทษ ก่อนเป็น ชัปปุยส์ มิดฟิลด์หน้าหล่อสังกัด สุพรรณบุรี เอฟซี ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไป

ทำแฟนชาวไทยทั้งในสนามและที่รับชมอยู่ทางบ้านเฮกันสนั่นลั่นทุ่งกรุงพระนคร อย่างสะใจสุดๆ เหมือนเจ็บแค้นกันมานานนับหลายๆ ปี

อย่างที่ "ซิโก้" ให้สัมภาษณ์ก่อนเกม "นัดนี้เสมอถือว่าพอใจ แต่ถ้าได้ 3 แต้มถือเป็นโบนัส"

ส่วนนัดนี้สำหรับผมถือว่าเรามีโชคเล็กๆ ที่สามารถชนะมาได้ สำหรับเกมรุกถือว่าโอเค แต่แนวรับยังต้องปรับจูนกันอีกหน่อย ส่วน 2 เกมที่เหลือเราชาวไทยก็ยังต้องลุ้นตามเชียร์กันต่อไปนะครับ...


โปรแกรมของทีมชาติไทยอีก 2 นัด

วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557 เวลา 16.00 น. ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติมาเลเซีย

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2557 เวลา 19.00 น. ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติเมียนมาร์

(ช่อง 7 สี และ Bugaboo.tv ถ่ายทอดสดทุกนัดที่ทีมชาติไทยลงแข่งขัน)




เรื่องโดย : มิดไนท์
ขอบคุณภาพจาก บริษัท สปอร์ต ฮีโร่ จำกัด

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!