OnThisDay 16 ตุลาคม 2004 : "เมสซี่" ลงสนามนัดแรกให้กับบาร์เซโลน่า

นับตั้งแต่ ลิโอเนล เมสซี่ ก้าวเข้ามาสู่ศูนย์ฝึกฟุตบอล "ลา มาเซีย" ของบาร์เซโลน่า กระทั่งเติบโตกลายมาเป็นนักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลก แฟนบอลลาลีกาต่างยกย่องให้เขาเป็น "เทพเจ้าลูกหนัง"
อย่างไรก็ตาม กว่าจะมีวันที่ยิ่งใหญ่ เส้นทางอาชีพนักฟุตบอลของเมสซี่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแต่อย่างใด ตั้งแต่สมัยเป็นเยาวชน เขาถูกปฏิเสธจากหลายๆสโมสร จนเกือบจะไม่ที่ยืนในวงการมาแล้ว
เมสซี่ ได้รู้จักกับการเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนกระทั่งอายุได้ 7 ขวบ ก็ได้เข้าร่วมทีมเยาวชนของนีเวลล์ โอลด์ บอยส์ สโมสรระดับชั้นนำของอาร์เจนติน่า

ช่วงเวลาที่อยู่กับนีเวลล์ โอลด์ บอยส์ นั้น ผู้คนต่างยกย่องเขาว่า ฉายแววเก่งตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นนักเตะตัวเล็ก แต่วิ่งได้รวดเร็วมาก เลี้ยงบอลเก่ง เล่นบอลฉลาด และที่สำคัญถนัดเท้าซ้าย ทำให้ผู้คนคิดถึง ดีเอโก้ มาราโดน่า ยอดตำนานนักเตะทีมชาติอาร์เจนติน่า เพราะตัวเล็ก และถนัดซ้ายเช่นเดียวกับมาราโดน่า จนถูกเปรียบว่าเป็น "นิว มาราโดน่า" เป็นการสดุดีถึงความสามารถอันโดดเด่นของเจ้าหนูเมสซี่ได้เป็นอย่างดี
ทว่าในปี 2000 เมื่ออายุได้ 13 ปี เจ้าหนูเมสซี่ กลับถูกปล่อยตัวออกจากนีเวลล์ โอลด์ บอยส์ ด้วยเหตุผลที่เรียบง่าย แต่น่าเหลือเชื่อคือ "ร่างกายไม่สามารถเติบโตได้อีกแล้ว" แพทย์ประจำสโมสรนีเวลล์ โอลด์ บอยส์ บอกว่า เจ้าหนูเมสซี่มีปัญหาที่ต่อมใต้สมองส่วนหน้าหลั่งฮอร์โมนน้อยกว่าเด็กคนอื่นๆ ถ้าปล่อยไปตามธรรมชาติ สามารถสูงได้เต็มที่เพียง 150 เซนติเมตรเท่านั้น

ครอบครัวของเมสซี่ จึงไปปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์แนะนำว่า ต้องฉีดฮอร์โมนช่วยการเจริญเติบโตเข้าไปที่ร่างกายทุกวัน ติดต่อกันอย่างน้อย 2 ปี แต่มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก อีกทั้งครอบครัวของเมสซี่มีฐานะปานกลาง ไม่มีเงินมากพอที่จะรองรับค่าฉีดฮอร์โมนได้ จนต้องพยายามมองหาสโมสรใดสโมสรหนึ่ง ที่สนับสนุนค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้ มิเช่นนั้นเส้นทางชีวิตนักฟุตบอล คงต้องจบลงทันที และเป็นบาร์เซโลน่า ยอดทีมในลาลีกา สเปน ที่เปิดรับโอกาสนี้ ด้วยการเชิญไปทดสอบฝีเท้า และยินดีที่จะช่วยค่าฉีดฮอร์โมนทั้งหมด แต่มีเงื่อนไขว่า สมาชิกในครอบครัวต้องย้ายมาใช้ชีวิตที่เมืองบาร์เซโลน่าด้วยกันทั้งหมด
เมื่อครอบครัวของเมสซี่ตอบรับข้อเสนอนี้ เด็กหนุ่มจากโรซาริโอก็มีพลังใจในการสู้ชีวิตเพื่อเป็นนักฟุตบอลอาชีพต่อไป จนได้เซ็นสัญญาเข้าสู่ทีมเยาวชนของบาร์เซโลน่าในปี 2001

หลังจากได้รับฮอร์โมนอย่างต่อเนื่อง ความสูงของเขาก็เพิ่มขึ้น จากที่คิดว่าน่าจะสูง 150 เซนติเมตร กลายเป็นสูง 170 เซนติเมตร ซึ่งถือว่ายอมรับได้ สำหรับนักฟุตบอลระดับสูง พอร่างกายเติบโตขึ้น ผสมผสานกับความเร็ว และความฉลาดในการเล่นฟุตบอล ทำให้กราฟชีวิตนักฟุตบอลในถิ่นคัมป์ นู ขึ้นมาอย่างรวดเร็วมากๆ
จากเด็กฝึกหัดของสโมสร เขาก้าวขึ้นมาติดทีม บาร์เซโลน่า ซี (ทีมชุดอายุไม่เกิน 19 ปี) ในฤดูกาล 2003/04 และเลื่อนขึ้นมาอยู่ในทีม บาร์เซโลน่า บี (ทีมชุดสำรอง) ในฤดูกาลถัดมา
วันที่ 16 ตุลาคม 2004 บาร์เซโลน่า มีโปรแกรมออกไปเยือนเอสปันญ่อล ในศึก "เอล ดาร์บี้" หรือดาร์บี้แมตช์แห่งแคว้นคาตาลัน ซึ่งในแมตช์ดังกล่าว เดโก้ มิดฟิลด์ชาวโปรตุกีส ยิงประตูขึ้นนำให้ผู้มาเยือนตั้งแต่นาทีที่ 9 และเป็นประตูเดียวในเกมนี้ จนกระทั่งเกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 82 เดโก้ ถูกเปลี่ยนตัวออก เมสซี่ ในวัย 17 ปี 3 เดือน ได้รับโอกาสลงสนามเป็นแมตช์แรก สร้างสถิติเป็นนักฟุตบอลอายุน้อยสุดลำดับที่ 3 ที่ลงสนามนัดแรกให้กับทีมชุดใหญ่ของบาร์ซ่า

ถึงแม้เกมพบกับเอสปันญ่อล จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แค่ 8 นาที แต่เรื่องราวหลังจากนั้นคือประวัติศาสตร์ ด้วยการพาสโมสรบาร์เซโลน่าประสบความสำเร็จนับไม่ถ้วน อีกทั้งคว้ารางวัลส่วนตัว และทำลายสถิติต่างๆ อีกมากมาย
ผลงานในสนามสุดยอดเหนือคำบรรยาย มูลค่านอกสนามก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน เมสซี่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นนักฟุตบอลที่มีรายได้สูงที่สุดในโลก ประจำปี 2020 ด้วยรายรับทั้งสิ้น 126 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
กว่าจะมาเป็นนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จ นอกเหนือจากต้องมีพรสวรรค์แล้ว ยังต้องมีพรแสวง คือออกไปหาโอกาสด้วยตัวเอง อีกทั้งมีคนรอบข้างที่เชื่อมั่น และคอยผลักดันให้ไปได้ไกลที่สุด

ตราบใดที่ ลิโอเนล เมสซี่ ยังคงเล่นให้กับบาร์เซโลน่า แฟนบอลลาลีกา ก็ยังคงได้เห็นภาพการฉลองประตู ด้วยการชี้นิ้วขึ้นฟ้าต่อไป เพื่อระลึกถึงคุณยายของเขาที่จุดประกายความฝันให้มาเป็นนักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกจนถึงปัจจุบันนี้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



