ไม่น่าจำเท่าไร! "50 กองหน้าสุดห่วยตลอดกาลพรีเมียร์ลีก"

ไม่น่าจำเท่าไร! "50 กองหน้าสุดห่วยตลอดกาลพรีเมียร์ลีก"
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากคราวก่อน เราได้นำเสนอ "50 กองหน้ายอดเยี่ยมตลอดกาลพรีเมียร์ลีก" ของสื่อชื่อดังแดนผู้ดีอย่าง "เดลี่ เมล์" ไปแล้ว

วันนี้ขอนำเสนอด้านตรงข้ามบ้างกับ "50 กองหน้าสุดห่วยตลอดกาลพรีเมียร์ลีก" โดยวัดจากชื่อชั้นฝีเท้า ความคาดหวังของแฟนบอล จำนวนสกอร์ และค่าตัวนั่นเอง

รำลึกความหลังถึงหัวหอกคนไหนไว้บ้าง ลองติดตามดูครับว่าตรงใจบ้างหรือไม่?

อันดับ 10 โช (แมนฯ ซิตี้, เอฟเวอร์ตัน)

ค่าตัว 19 ล้านปอนด์จาก ซีเอสเคเอ มอสโก ที่ เรือใบสีฟ้า จ่ายไปตอนซัมเมอร์ปี 2008 นั้นเหมือนเอาเงินไปเททิ้ง ลงในลีกไป 20 นัด ยิงได้แค่ลูกเดียว จนต้องปล่อยให้ เอฟเวอร์ตัน ยืมตัว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก 27 นัด ทำได้ 5 ลูก

สุดท้ายต้องกลับไปเล่นในบราซิลลีกบ้านเกิดกับ อินเตอร์นาซิอองนาล ในปี 2011 ผลงานล่าสุดก็อย่างที่เห็น ฟอร์มดูไม่จืดกับแซมบ้าในฟุตบอลโลกเมื่อกลางปีที่ผ่านมา

อันดับ 9 อเด อคินบิยี่ (นอริช ซิตี้, เลสเตอร์ ซิตี้, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด)

เลสเตอร์ ลงทุนคว้ามาจาก วูล์ฟแฮมป์ตัน ในลีกแชมเปี้ยนชิพ ด้วยค่าตัว 5.5 ล้านปอนด์ ในปี 2000 เพื่อแทนที่ เฮสกี้ ที่ย้ายไปลิเวอร์พูล

แต่ทุกอย่างพังไม่เป็นท่า เฮสกี้ ที่ว่าเดี๋ยวทรงเดี๋ยวทรุด มาเจอ อคินบิยี่ เข้าไป คนนี้มีแต่ทรุดอย่างเดียว การชาร์จจ่อๆ 6 หลาพลาดในเกมกับ ลิเวอร์พูล เป็นช็อตที่แฟนบอลจิ้งจอกสีน้ำเงินยังคงจำได้ไม่ลืม

อันดับ 8 สเตฟาน กิวาร์ช (นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด)

ยิงระเบิดเถิดเทิงกับ โอแซร์ ในลีกฝรั่งเศส รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของทีมตราไก่ ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1998 ด้วย เคนนี่ ดัลกลิช กุนซือใหญ่ของทีมจึงดึงตัวมาร่วมทัพด้วยสนนราคา 3.5 ล้านปอนด์

แต่เล่นให้กับสาลิกาดงไปแค่ 4 นัด ยิงได้ลูกเดียว พร้อมอาการบาดเจ็บออดๆแอดๆ ทำให้ต้องลี้ไปอยู่กับ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ของสก็อตแลนด์อย่างรวดเร็ว หมดกันดีกรีแชมป์โลก!

อันดับ 7 อังเดร เชฟเชนโก้ (เชลซี)

ก่อนย้ายมาลอนดอน "เชว่า" ยิงไป 187 ประตู จาก 325 เกมในลีกให้กับ ดินาโม เคียฟ และ เอซี มิลาน ด้วยค่าตัวมหาศาล 30.8 ล้านปอนด์ แรงกดดันจึงสูงตามตัวหอกยูเครนทันที ว่าเขาต้องเป็นเครื่องจักรถล่มประตูให้กับเชลซี

แต่เนื่องจากปรับตัวให้เข้ากับลีกผู้ดีไม่ได้ ยอดกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกของยุคก็กลายเป็นหอกดาดๆคนนึง 3 ปีกับสิงห์บลูส์ กับสถิติ 9 ประตู จาก 48 นัด เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างที่สุด

อันดับ 6 อฟอนโซ่ อัลเวส (มิดเดิ้ลสโบรช์)

ศูนย์หน้าบราซิเลียนยิงให้ ฮีเรนวีน ไป 48 ประตู จาก 48 เกม ก่อนย้ายมาร่วมทัพ โบโร่ ในช่วงปีใหม่ 2008 ด้วค่าตัว 15 ล้านปอนด์

แต่ลีกอังกฤษต่างจากลีกฮอลแลนด์นัก เมื่อทำได้เพียง 10 ลูก จาก 42 เกมลีก โดยประตูที่ถูกจดจำคือลูกตีเสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-2 ซึ่งนั่นก็คือประตูแรกของเขาเท่านั้น

อันดับ 5 โทมัส โบรลิน (ลีดส์ ยูไนเต็ด, คริสตัล พาเลซ)

ท็อปฟอร์มเหลือเกินในช่วงยูโร 92 กองหน้าหุ่นจ้ำม่ำทีมชาติสวีเดนจึงถูก "ยูงทอง" ซิวมาจาก ปาร์ม่า ด้วยค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์

แต่ 4 ประตู จาก 20 นัดดูจะน้อยเกินไป ลีดส์ จึงปล่อยให้ เอฟซี ซูริค ทีมในสวิตเซอร์แลนด์ยืมตัว และเป็น ปาร์ม่า อู่ข้าวอู่น้ำเก่าที่ลงทุนซื้อกลับไปร่วมทีม พาเลซ ลองของ ดึงตัวกลับมาลีกผู้ดีอีกครั้งในปี 1998 พร้อมจบสถิติกับทีมที่ 0 ประตู จากการลงเล่น 13 นัด!

อันดับ 4 อันเดรียส คอร์เนลิอุส (คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้)

หัวหอกเดนมาร์ก อายุเพียง 19 ปี แต่ยิงให้ เอฟซี โคเปนเฮเก้น ทีมในบ้านเกิดไป 18 ลูก จาก 34 นัด อนาคตสดใสเหลือเกิน คาร์ดิฟฟ์ เลยไปซิวมาซะ ด้วยสถิติค่าตัวแพงสุดของสโมสร 8 ล้านปอนด์ ช่วงซัมเมอร์ปี 2013

แต่ตอนนี้ถูกส่งกลับ โคเปนเฮเก้น ทีมเดิมไปแล้ว หลังจากลงไป 8 นัด ควานหาสกอร์ไม่เจอสักลูก เป็น 8 ล้านปอนด์ที่ไร้สาระสิ้นดี!

อันดับ 3 เจสัน ลี (น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์)

กองหน้าผิวเข้มผู้มีสัญลักษณ์ทรงผม "สับปะรด" ถูกจับตามองว่า สามารถเป็นอนาคตของทีมชาติอังกฤษได้ด้วยซ้ำ แต่ 3 ปีกับฟอเรสต์ ซัดไปเพียง 14 ประตู จาก 76 เกม

จากนั้นเส้นทางอาชีพก็สาละวันเตี้ยลงเรื่อยๆ พเนจรเล่นอยู่แต่ในลีกล่าง หรือแม้กระทั่งนอกลีกกับทีมอย่าง นอร์ธแฮมป์ตัน ทาวน์, เคตเตอริ่ง ทาวน์, อาร์โนลด์ ทาวน์ และ บอสตัน ยูไนเต็ด โถ เจสัน!..

อันดับ 2 มาร์โก บูเกอร์ส (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด)

หัวหอกชาวดัตช์ย้ายมาร่วมทัพขุนค้อนด้วยค่าตัว 1 ล้านปอนด์ ในปี 1995 จาก สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม และจบด้วยสถิติ 4 นัด 0 ประตู โดยมีการเปิดเผยภายหลังว่า แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ ผู้จัดการทีมตอนนั้น ไม่เคยเห็นเขาเล่นมาก่อนด้วยซ้ำ!

และอนาคตของ บูเกอร์ส ก็ดับวูบลงอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่นัดที่สองที่ลงเล่นให้ทีม เป็นเกมไปเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งเขาถูกเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรอง ก่อน "เข้าสกัดอย่างน่าเกลียด" ใส่ แกรี่ เนวิลล์ และรับใบแดงไปแบบช็อกวงการ

หลังจากนั้นก็โดนปล่อยให้เดินสายยืมตัวกับทีมบ้านเกิด ไม่ว่าจะเป็น โกรนิงเก้น, อาร์เคซี วัลไวก์ และ เอฟซี โฟเลนดัม โดยไม่เคยกลับมารับใช้ขุนค้อนอีกเลย คำถามคือ ตอนแรกซื้อมาทำไม?

อันดับ 1 บอสโก้ บาลาบัน (แอสตัน วิลล่า)

ค่าตัว 6 ล้านปอนด์ ในปี 2001 จาก ดินาโม ซาเกร็บ จากลีกโครเอเชียบ้านเกิด บาลาบัน ได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นหัวหอกตัวหลัก และอนาคตของสโมสร หลังจากไร้กองหน้าจอมถล่มประตูมานาน

แต่ผลกลับตรงกันข้าม บาลาบัน ปรับตัวให้เข้ากับลีกผู้ดีไม่ได้ เมื่อลงสนามไปเพียง 9 นัด และในฐานะตัวสำรองอีก 7 นัด ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีครึ่งกับทีม

แต่มันน่าตลกตรงที่ในช่วงปี 2002-03 ดินาโม ซาเกร็บ ยืมตัวกลับไปใช้งาน เขาทะลวงตาข่ายได้ถึง 15 ลูก จากการเล่น 24 นัด!

ขอโทษแฟนบอลวิลล่าด้วย ที่ต้องเลือกเขาเป็นอันดับ 1 แบบช่วยไม่ได้จริงๆ

"กองหน้าสุดห่วยตลอดกาลพรีเมียร์ลีก อันดับที่ 11-50"
11. ฌอน ดันดี (ลิเวอร์พูล)
12. มาริโอ ยาร์เดล (โบลตัน วันเดอเรอร์ส)
13. ดาเนี่ยล คอร์โดเน่ (นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด)
14. ฟลอริน ราดูโชยู (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด)
15. ดาวิด แบลลิยง (ซันเดอร์แลนด์, แมนฯ ยูไนเต็ด)
16. ริคกี้ ฟาน โวล์ฟสวิงเกล (นอริช ซิตี้)
17. คอร์ราโด้ กรับบี้ (แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส)
18. ลิลิยอง ลาสล็องด์ส (ซันเดอร์แลนด์)
19. เบร็ตต์ แองเจลล์ (เอฟเวอร์ตัน)
20. ซิสโก้ (นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด)
21. มิลตัน นูเยซ (ซันเดอร์แลนด์)
22. อันเดรีย ซิเลนซี่ (น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์)
23. วิโอเรล มอลโดวาน (โคเวนทรี ซิตี้)
24. อี ดอง-กุ๊ก (มิดเดิ้ลสโบรช์)
25. มิเคเล่ ปาโดวาโน่ (คริสตัล พาเลซ)
26. มาร์ติน ดาห์ลิน (แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส)
27. อันเดรียส อันเดอร์สสัน (นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด)
28. อันเดรียส ลุนด์ (วิมเบิลดัน)
29. เซอร์เก เรบรอฟ (ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์)
30. ดีเอโก้ ฟอร์ลัน (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
31. มัสซิโม่ มัคคาโรเน่ (มิดเดิ้ลสโบรช์)
32. เกรเซกอร์ซ ราเซี๊ยค (ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, โบลตัน วันเดอเรอร์ส)
33. เฮลเดอร์ ปอสติก้า (ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์)
34. อังเดร โวโรนิน (ลิเวอร์พูล)
35. โรแลนโด้ เบียงคี่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
36. คอนสแตนตินอส มิโตรกลู (ฟูแล่ม)
37. โจซี่ อัลติดอร์ (ฮัลล์ ซิตี้, ซันเดอร์แลนด์)
38. ดาร์โก้ โควาเซวิช (เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์)
39. เอริก ไมเยอร์ (ลิเวอร์พูล)
40. ยอน ดาห์ล โทมัสสัน (นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด)
41. เคลาดิโอ ปิซาร์โร่ (เชลซี)
42. อัลเบิร์ต ลูเก้ (นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด)
43. อกุสติน เดลกาโด้ (เซาธ์แฮมป์ตัน)
44. ฟลอร็องต์ ซินาม่า ปงโกลล์ (ลิเวอร์พูล, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส)
45. แว็งซ็องต์ เปริการ์ด (พอร์ทสมัธ, สโต๊ค ซิตี้)
46. เดนิส สตราควอลูร์ซี่ (เอฟเวอร์ตัน)
47. มาเตย่า เคซมัน (เชลซี)
48. สตีฟ มาร์กเล่ต์ (ฟูแล่ม)
49. ปาร์ค ชู-ยอง (อาร์เซน่อล)
50. ดาวิด เอ็นก็อก (ลิเวอร์พูล, โบลตัน วันเดอเรอร์ส, สวอนซี ซิตี้)

เรียบเรียงโดย "น้องเพชร"