"เจอร์รี ริชาร์ดสัน" : อดีตเจ้าของทีม NFL ที่ต้องยกรูปปั้นหนีจากหน้าสนามเพราะการเหยียดผิว

"เจอร์รี ริชาร์ดสัน" : อดีตเจ้าของทีม NFL ที่ต้องยกรูปปั้นหนีจากหน้าสนามเพราะการเหยียดผิว
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

คนเราพอทำความดี ได้รับคำชื่นชม ก็มีคนพร้อมสรรเสริญ สร้างรูปปั้นไว้เชิดชู แต่หากวันใด เรื่องราวเลวร้ายที่ซ่อนไว้เบื้องหลัง ถูกเปิดเผยออกมา เรื่องราวดีๆ สามารถถูกลบได้ง่ายดาย รูปปั้นที่เคยสร้างไว้ หายไปในพริบตา

เจอร์รี ริชาร์ดสัน อดีตเจ้าของทีมอเมริกันฟุตบอล แคโรไลนา แพนเธอร์ส คงเข้าใจความรู้สึกนี้เป็นอย่างดี เพราะครั้งหนึ่งเขาเคยมีรูปปั้นของตัวเอง ตั้งอยู่หน้าสนามของทีมกีฬา ที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ

แต่วันนี้รูปปั้นของเขา กลับถูกถอดถอนออกไปเป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากว่าริชาร์ดสัน เคยมีประวัติการเหยียดผิว ทำให้เขาถูกหมายหัวจากเหล่าผู้ประท้วง กับประเด็นการเหยียดผิว ที่ร้อนแรงอยู่ในปัจจุบัน

รู้จักกับ เจอร์รี ริชาร์ดสัน

เจอร์รี ริชาร์ดสัน เป็นชาวอเมริกัน ที่คุ้นเคยกับทั้งรัฐ นอร์ธ แคโรไลนา และ เซาธ์ แคโรไลนา ซึ่งเป็นรัฐท้องถิ่นของทีม แคโรไลนา แพนเธอร์ส เป็นอย่างดี เพราะว่าริชาร์ดสันเกิดในรัฐนอร์ธ แคโรไลนา และเรียนหนังสือในระดับมหาวิทยาลัย ที่รัฐเซาธ์ แคโรไลนา

ริชาร์ดสันเติบโตมาพร้อมกับความรัก ในกีฬาอเมริกันฟุตบอล เขาเล่นกีฬาชนิดนี้มาโดยตลอด และเป็นดาวเด่นในระดับมหาวิทยาลัย กับตำแหน่งปีกนอก หรือ ไวด์ รีซีฟเวอร์ 

กระทั่งปี 1958 ด้วยวัย 22 ปี เขาถูกดราฟต์เข้าสู่ลีก NFL โดยทีม บัลติมอร์ โคลต์ส (อินเดียนาโปลิส โคลต์ส ในปัจจุบัน) และเขาคว้าแชมป์ NFL ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรก แถมรับลูกทำทัชดาวน์ ในเกมการแข่งขันชิงแชมป์ได้อีกด้วย

1

อย่างไรก็ตาม เส้นทางในฐานะนักอเมริกันฟุตบอลอาชีพ ของริชาร์ดสัน จบลงเพียงแค่ 1 ฤดูกาล เนื่องจากเขามีปัญหากับทีม เพราะโคลต์สไม่ยอมเพิ่มค่าเหนื่อยให้เขา ทำให้ริชาร์ดสันประกาศรีไทร์ พร้อมกับประกาศจะหันมาเอาดีด้านธุรกิจ

ริชาร์ดสันนำเงินเก็บ บวกกับโบนัสที่ได้จากการเป็นแชมป์ มาลงทุนร่วมกับเพื่อน ทำร้านอาหารฟาสต์ฟูด ชื่อว่า ฮาร์ดี (Hardee’s) และฉายแววความเก่งกาจ ในการบริหารอย่างรวดเร็ว จากเงินลงทุนเพียงไม่กี่พันดอลลาร์สหรัฐฯ ไม่กี่ปีหลังจากนั้น ร้านอาหารฟาสต์ฟูดของเขา ถือครองส่วนแบ่ง 15 เปอร์เซนต์ ในตลาดอาหารประเภทแฮมเบอร์เกอร์ ที่สหรัฐฯ

ริชาร์ดสันประสบความสำเร็จอย่างมาก กับการทำธุรกิจด้านอาหาร แฟรนไชส์ร้านอาหารของเขา ขยายไปทั่วสหรัฐอเมริกา และเขากลายเป็น CEO บริษัทด้านขนส่งอาหาร ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของสหรัฐอเมริกา ในชื่อ แฟลกชิพ (Flagship) รวมถึงมีร้านอาหารกว่า 2,500 แห่ง อยู่ภายใต้การดูแลของเขา 

กระทั่งปี 1987 NFL มีแผนที่จะเพิ่มทีมแฟรนไชส์ของลีก และทางริชาร์ดสัน ต้องการให้มีทีมอเมริกันฟุตบอลอาชีพ เล่นอยู่ที่แถบแคโรไลนาส์ (นอร์ธ แคโรไลนา และ เซาธ์ แคโรไลนา) เนื่องจากก่อนหน้านั้นไม่นาน แคโรไลนาส์ได้มีทีมกีฬาอาชีพทีมแรกเกิดขึ้น นั่นคือ ชาร์ล็อตต์ ฮอร์เน็ตส์ ทีมบาสเกตบอล ในลีก NBA

ริชาร์ดสันเข้าร่วมชิงสิทธิ์กับทาง NFL พร้อมกับประกาศว่า หาก NFL มอบสิทธิ์แฟรนไชส์ให้กับแคโรไลนาส์ เขาจะสร้างสนามใหม่ ที่จุคนดูได้มากกว่า 70,000 คน เพื่อรอรับการเกิดขึ้นของทีมกีฬาใหม่

ริชาร์ดสัน ดำเนินแคมเปญอย่างหนัก ดึงเศรษฐี, นักการเมือง, นักธุรกิจ, ประชาชน จากทั้ง นอร์ธ แคโรไลนา และ เซาธ์ แคโรไลนา เข้ามาร่วมสนับสนุนโครงการดึงทีม NFL มาที่แคโรไลนาส์ เพราะการชิงแฟรนไชส์ในครั้งนี้ ต้องแย่งชิงกับอีกหลายเมือง ที่ต้องการทีมอเมริกันฟุตบอลอาชีพเช่นเดียวกัน

2

หลังจากการต่อสู้ยาวนานถึง 6 ปี ในปี 1993 NFL ประกาศให้แคโรไลนาส์ ได้รับสิทธิ์ทีมแฟรนไชส์ใหม่ ลำดับที่ 29 ของ NFL ซึ่งต่อมาถูกก่อตั้งในชื่อ แคโรไลนา แพนเธอร์ส โดยสาเหตุที่ริชาร์ดสัน ตั้งใจใช้ชื่อว่า แคโรไลนา ไม่ใช่ นอร์ธ แคโรไลนา หรือ เซาธ์ แคโรไลนา เพราะเขาต้องการให้ทีมอเมริกันฟุตบอลทีมนี้ เป็นตัวแทนของทั้งสองรัฐ ที่เขาผูกพัน

แคโรไลนา แพนเธอร์ส เริ่มลงแข่งขันอย่างเป็นทางการ ในฤดูกาล 1995 ... ดังนั้นแล้ว ริชาร์ดสันจึงถือได้ว่าเป็น บิดาของทีมแพนเธอร์ส อย่างแท้จริง 

นอกจากนี้ด้วยคุณงามความดีหลายอย่าง ที่ริชาร์ดสันทำไว้กับรัฐ นอร์ธ แคโรไลนา และ เซาธ์ แคโรไลนา ทำให้ทีมแพนเธอร์ส ตัดสินใจสร้างรูปปั้นของเขาไว้ที่สนามเหย้าของทีม เมื่อปี 2016

เสียราคาเพราะเหยียดผิว

แม้ว่าริชาร์ดสัน จะขายทีมแพนเธอร์ส ในปี 2018 แต่รูปปั้นของเขา ยังคงตั้งเด่นเป็นสง่า อยู่ที่หน้าสนาม แบงค์ ออฟ อเมริกา สเตเดียม มาตลอด 

3

จนกระทั่งวันที่ 10 มิถุนายน 2020 รูปปั้นของ เจอร์รี ริชาร์ดสัน ได้ถูกยกออกจากหน้าสนามของทีมแพนเธอร์ส โดยทีมแพนเธอร์สเอง เนื่องจากรูปปั้นนี้ เป็นหนึ่งในเป้าหมาย ที่กำลังจะถูกโค่นล้มจากประชาชน ชาวแคโรไลนาส์ 

สืบเนื่องมาจากการเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำที่เสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่เป็นธรรม ของตำรวจผิวขาว ทำให้กระแสต่อต้านการเหยียดผิว เกิดขึ้นทั่วโลก 

บุคคลในอดีตที่เคยมีพฤติกรรมเหยียดผิว ก็ไม่รอดที่จะถูกตามขุดคุ้ย หรือหากว่ามีรูปปั้นสร้างไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการเหยียดผิว อาจจะไปโค่นรูปปั้นเหล่านั้นลงมา 

ริชาร์ดสัน มีประวัติด้านการเหยียดผิวเช่นเดียวกันในอดีต เพราะว่าเบื้องหลังความสำเร็จ ด้านธุรกิจของเขา มีด้านมืดที่แฝงเอาไว้อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนผิวดำ 

4

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ธุรกิจร้านอาหารของริชาร์ดสัน เติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะริชาร์ดสันมีกำไรมาก จากการจ่ายเงินค่าต้นทุนน้อย ซึ่งริชาร์ดสันลดต้นทุนการทำร้านอาหาร ด้วยการจ้างแรงงานผิวดำ มาทำงานในร้าน ด้วยค่าจ้างที่พูดให้เห็นภาพคือ.. โคตรถูก 

ไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาแรงงานผิวดำ ในแคโรไลนาส์ เนื่องจากทั้งรัฐ นอร์ธ แคโรไลนา และ เซาธ์ แคโรไลนา มีคนผิวดำอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก สืบเนื่องมาจากในอดีต ทั้งสองรัฐถือเป็นดินแดนที่ขึ้นชื่อ ในการค้าและใช้แรงงานทาสผิวดำ ทำให้เวลาผ่านไป คนเหล่านี้ยังคงอาศัยอยู่ที่ถิ่นฐานเดิม แถมมีฐานะยากจน ไม่ต่างจากในอดีต

นอกจากจะประสบความสำเร็จด้านธุรกิจ ผ่านการทำนาบนหลังคนดำ ... เจอร์รี ริชาร์ดสัน ยังสร้างชื่อเสียโด่งดังไปทั่ว หลังจากในปี 2017 มีการแฉว่าริชาร์ดสัน มีนิสัยส่วนตัว ชอบพูดจาดูถูกลูกจ้างผิวดำ จนถึงขั้นว่า สื่อถึงกับตามไปขุด ไล่สืบความจากลูกจ้างผิวดำ ที่เคยทำงานในทีมแพนเธอร์สว่า ริชาร์ดสันเป็นพวกเหยียดผิวจริงหรือไม่

อดีตลูกจ้างของทีมบางคน ยอมรับว่าริชาร์ดสันมีพฤติกรรม ชอบพูดจาเหยียดผิวอยู่จริง ไม่ว่าเขาจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่ข่าวฉาวด้านการเหยียดผิว รวมถึงข่าวด้านการล่วงละเมิดทางเพศของริชาร์ดสัน ทำให้เขาต้องขายทีมแพนเธอร์สในปี 2018 

5

ด้วยพฤติกรรมในอดีตของริชาร์ดสัน ทำให้ทีมแพนเธอร์ส กลัวว่ารูปปั้นอดีตเจ้าของทีมรายนี้ จะประสบชะตากรรมเดียวกับรูปปั้นของ เอ็ดวาร์ด โคลสตัน (Edward Colston) อดีตนักค้าทาสชาวอังกฤษ ที่โดนโค่นรูปปั้น แล้วจับไปโยนลงทะเล จึงต้องรีบยกรูปปั้นนี้ ไปเก็บในที่ปลอดภัยเป็นการชั่วคราว 

"เรามีความกังวล เกี่ยวกับข่าวลือที่มีต่อรูปปั้นของ เจอร์รี ริชาร์ดสัน และเรากังวลว่า อาจเกิดการโค่นรูปปั้นเกิดขึ้น เราจึงตัดสินใจย้ายรูปปั้น ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย" ทีมแพนเธอร์สเขียนแถลงการณ์ หลังจากย้ายรูปปั้นของ เจอร์รี ริชาร์ดสัน ไปเก็บในที่ปลอดภัย

ผิดเพราะเหยียด หรือแค่ข้ออ้าง

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าทุกคนจะเห็นด้วย กับการเคลื่อนย้ายรูปปั้นของ เจอร์รี ริชาร์ดสัน เพราะบางคนเชื่อว่า ริชาร์ดสัน ถือเป็นนักธุรกิจที่หัวก้าวหน้ามากที่สุดคนหนึ่ง ในวงการกีฬาอเมริกัน และตัดสินคนที่ฝีมือ ไม่ใช่สีผิว

6

ทั้งนี้ ริชาร์ดสันเอง เคยได้รับคำชมว่า เป็นคนที่สนับสนุนความแตกต่าง ทางสีผิวและเพศ ให้มีโอกาสทำงานในลีก NFL ทั้งในตำแหน่งผู้เล่น, โค้ช ไปจนถึงผู้บริหาร ทว่าข่าวฉาวที่เกิดขึ้นในปี 2017 ทำลายภาพลักษณ์ที่ดีของเขาจนหมดสิ้น

ด้านสื่อดังในท้องถิ่น อย่าง Charlotte Observer ออกมาเขียนข่าว โจมตีการกระทำของทีมแพนเธอร์ส พร้อมมองว่า นักธุรกิจที่ทำงานช่วยเหลือสังคมในรัฐ นอร์ธ แคโรไลนา และ เซาธ์ แคโรไลนา มาตลอด 40 ปี ไม่มีทางทำเรื่องเสียหาย อย่างเช่นการเหยียดผิวแน่นอน

เพราะริชาร์ดสัน ย่อมรู้ดีว่า ทั้งสองรัฐเป็นรัฐที่มีคนผิวดำอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และหากผู้ชายคนนี้เป็นพวกเหยียดผิวจริง เขาคงไม่บริจาคเงินมากมาย เพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างแน่นอน

นักข่าวท้องถิ่นบางคน แสดงความเห็นว่า หากจะมีการถอนรูปปั้นของริชาร์ดสันออกจริง ก็ควรให้ชาวแคโรไลนาส์ มามีส่วนร่วมด้านการโหวต หรือให้หน่วยงานราชการระดับรัฐ มีส่วนตัดสิน

7

ขณะเดียวกัน บางสื่อได้รายงานข่าวว่า เหตุผลที่รูปปั้นของ เจอร์รี ริชาร์ดสัน ถูกถอดออก ไม่ได้มาจากประเด็นเรื่องการเหยียดผิวเป็นสำคัญ แต่เป็นเพราะ เดวิด เทปเปอร์ เจ้าของทีมคนปัจจุบัน ผู้ซื้อทีมแพนเธอร์ส ต่อจากริชาร์ดสัน ไม่ค่อยพอใจที่มีรูปปั้นอดีตเจ้าของ ตั้งอยู่หน้าสนามข้ามหน้าข้ามตาเขาอยู่

นอกจากนี้ เทปเปอร์ ยังมองว่า ภาพลักษณ์ของทีมแพนเธอร์ส ตกต่ำลงไปมาก จากข่าวฉาวของริชาร์ดสัน ดังนั้นเพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์ของทีม เขาจึงมองว่า หากทีมสามารถลบตัวตนของริชาร์ดสัน ออกไปจาก แคโรไลนา แพนเธอร์สได้ การสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ในฐานะองค์กรกีฬาที่เป็นมิตรกับสังคม จะกลับมาอีกครั้ง ก่อนที่สถานการณ์บ้านเมือง จะเข้าทางเทปเปอร์ เปิดโอกาสให้เขา ย้ายรูปปั้นของริชาร์ดสันออกไป ในที่สุด

8

ไม่ว่าจะโดนย้าย ด้วยเหตุผลอะไร แต่รูปปั้นของ เจอร์รี ริชาร์ดสัน ได้ถูกย้ายออกจากหน้าสนาม ของทีมแพนเธอร์ส ไปเรียบร้อยแล้ว และตัวของริชาร์ดสัน ก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร กับการย้ายรูปปั้นครั้งนี้ โดยให้เหตุผลว่า รูปปั้นนี้ไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขา และตัวเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับทีมแพนเธอร์สอีกแล้ว

สุดท้ายแล้ว เราอาจจะไม่รู้ว่า รูปปั้นของ เจอร์รี ริชาร์ดสัน ถูกย้ายออกเพราะเหตุผลว่า เขาเป็นพวกเหยียดผิว จริงหรือไม่? แต่เรื่องราวนี้ คือภาพสะท้อนเป็นอย่างดีว่า การเหยียดผิวไม่ใช่พฤติกรรมที่ควรกระทำ และไม่เป็นที่ยอมรับอีกต่อไป ในสังคมปัจจุบัน