[OPINION] "จอห์น สโตนส์" : ตัวเลือกที่ตอบโจทย์เกมรับของสิงห์บลูส์?

[OPINION] "จอห์น สโตนส์" : ตัวเลือกที่ตอบโจทย์เกมรับของสิงห์บลูส์?
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

การบ้านสำคัญของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ในการลุยพรีเมียร์ลีก ซีซั่นที่ 2 กับสโมสรเชลซี ก็คือการเสริมแผงหลังให้แกร่งขึ้นกว่าเดิมหลังจากที่พาทีมคว้าอันดับ 4 ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ

คงไม่ต้องถามกันว่าทำไมต้องเน้นไปที่แผงกองหลัง เพราะเมื่อเหลือบไปมองสถิติบนตารางจะพบว่า เกมรับของพวกเขานั้นเปื่อยยุ่ยยิ่งกว่าทิชชู่เปียกน้ำ โดยเสียไปถึง 54 ประตู มากที่สุดในบรรดาทีมท็อปซิกซ์ด้วยกัน และยังเป็นทีมที่เสียประตูมากที่สุดในท็อป 10 ของตารางอีกด้วย

ในฤดูกาลที่ผ่านมา หลายต่อหลายครั้งที่เกมรุกของทีมสิงห์บลูส์สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับคู่แข่ง แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ต้องมาพังทลายลงเพราะความผิดพลาดของกองหลังจนทำให้ทีมเกือบจะไม่ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก

q
"ซูเปอร์แฟรงค์" นั้นรู้ดีว่าเขาต้องทำอย่างไรเพื่อให้ทีมกลับมามีลุ้นความสำเร็จอีกครั้ง การเสริมเกมรุกอย่าง ฮาคิม ซิเย็ค และ ทิโม แวร์เนอร์ เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็คต์นี้ แต่ครั้นจะไปพึ่งพา เคิร์ท ซูมา หรือ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ในการดูแลเกมรับ ก็เกรงว่าผลงานก็จะย่ำอยู่กับที่ไม่ไปไหนซักที

ว่าแล้วจึงมีข่าวปรากฏออกมาว่าพวกเขาพร้อมทุ่มเงินจำนวน 40 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัว ลูอิส ดังค์ ปราการหลังของไบรท์ตัน ที่เคยติดทีมชาติอังกฤษไปหนเดียวมาประจำการในแดนหลัง หลังจากที่โชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจกับเจ้านกนางนวลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ยังไม่พอแค่นั้น เดลี เมล สื่อดังเมืองผู้ดียังได้พูดถึงการให้ความสนใจในตัวของ จอห์น สโตนส์ เซ็นเตอร์แบ็กผู้ถูกลืมของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยระบุว่า นอกจากจะกำลังได้ตัวดังค์แล้ว สิงโตน้ำเงินครามกะจะรวบ "เจ้าหิน" นี่ไปด้วย

m
กองหลังทีมชาติอังกฤษชุดฟุตบอลโลก 2018 ย้ายจากเอฟเวอร์ตันมายังแมนฯ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 47.5 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2016 ตอนนั้นถือว่าเป็นกองหลังความหวังใหม่ของชนชาติสิงโตคำรามโดยแท้ จากการทำผลงานเปรี้ยงปร้างในถิ่นกูดิสัน ปาร์ค ทำเอา เป๊ป กวาร์ดิโอลา ต้องสะกิดบอร์ดบริหารให้เอาธนบัตรไปห่อหุ้มมาร่วมทีม

อย่างไรก็ตาม หลังจบฟุตบอลโลกก็ดูเหมือนว่าสโตนส์จะโดน "ของเข้า" ด้วยการเจอกับอาการบาดเจ็บหนักจนทำให้หมดสิทธิ์ลงสนามไปหลายเดือน และเมื่อกลับมาอีกครั้งฟอร์มการเล่นและผลงานก็ตกต่ำดำดิ่งกลายเป็นอีกคนไปซะอย่างนั้น

โดยเฉพาะในซีซั่น 2019/20 ที่ผ่านมา กองหลังวัย 26 ปี กลายเป็นตัวเลือกลำดับท้ายๆของนายใหญ่ชาวคาตาลัน และสิ่งที่ตอกย้ำว่าเป๊ปไม่เอาสโตนส์แล้วก็คือ เขาไปดึงเอา แฟร์นันดินโญ่ กองกลางเก๋าประสบการณ์ลงยืนคู่กับ นิโกลาส์ โอตาเมนดี ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กเมื่อครั้งที่ อายเมอริค ลาปอร์ก ได้รับบาดเจ็บหนัก และปล่อยให้อดีตเซ็นเตอร์ท็อฟฟีบลูส์ต้องนั่งรอโอกาสข้างสนาม

o
ยิ่งเมื่อพรีเมียร์ลีกกลับมาลงเตะกันอีกครั้งหลังล็อกดาวน์ไปเกือบ 3 เดือน เราก็แทบไม่ได้เห็นสโตนส์อีกเลย เพราะเป๊ปหันไปดันเจ้าหนู เอริค การ์เซีย กองหลังดาวรุ่งที่ไปสอยมาจากลา มาเซีย ของบาร์เซโลนา ขึ้นมาใช้งานในแผงหลังแทนจนจบฤดูกาล

นั่นจึงทำให้อนาคตของกองหลังทีมชาติอังกฤษดูมืดมน แต่ก็ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นเป้าหมายของหลายๆทีมในช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์ รวมถึงเชลซีด้วยเช่นกัน

การเสียประตูถึง 54 ลูกจากการลงสนาม 38 นัดในพรีเมียร์ลีก หากเป็นทีมระดับกลางถึงท้ายตารางก็คงไมใช่เรื่องน่าตกใจ แต่นี่คือเชลซี ทีมที่อุดมไปด้วยผู้เล่นระดับบิ๊กและลุ้นความสำเร็จทุกปี เรื่องแบบนี้จึงไม่สามารถให้มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ได้ ว่าแล้วพวกเขาก็ต้องการทั้ง ลูอิส ดังค์ และกำลังสนใจนำ จอห์น สโตนส์ มาชุบตัวที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

n
แม้ว่าจะต้องตกเป็นตัวสำรองในแมนฯ ซิตี้ แต่ เดลี เมล ก็มองว่า หากทีมสิงห์บลูส์ได้ตัวสโตนส์เข้ามาเสริมเกมรับก็นับว่าเป็นการซื้อที่ชาญฉลาดอย่างมาก และเมื่อรวมกับการได้ตัวดังค์มาร่วมทีมก็จะยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้เกมรับได้มากขึ้น เพราะกองหลังไบรท์ตันนั้นมีตำแหน่งเป็นถึงกัปตันทีม ซึ่งแน่นอนว่าเขาต้องมีความเป็นผู้นำสูง รวมไปถึงความสามารถในการจัดระเบียบเกมรับ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ขาดหายไปในแผงหลังของ แลมพาร์ด

ส่วนความโดดเด่นของเซ็นเตอร์ทีมเรือใบสีฟ้านั้น แม้ว่าเขาจะไม่ใช่กองหลังสไตล์ดุดัน ถึงลูกถึงคน แต่คุณลักษณะพิเศษก็คือการสามารถเซ็ตเกมจากแดนหลังด้วยความสามารถในการผ่านบอลชั้นเลิศ ซึ่งสิ่งนี้ก็หาไม่เจอในบรรดากองหลังของเชลซีเหมือนกัน

ทราบกันดีว่าสไตล์การทำทีมของกุนซือหนุ่มวัย 41 ปีนั้นคล้ายๆกับหลายทีมในพรีเมียร์ลีก นั่นคือการขึ้นเกมจากแดนหลัง ค่อยๆเซ็ตเกมด้วยการผ่านบอลเรียด และเน้นการครองบอล ดังนั้นการเล่นบอลกับเท้าได้ดีและการผ่านบอลที่แม่นยำของสโตนส์ จึงตอบโจทย์แผนนี้อย่างมาก

u
เป็นไปได้ว่าหากเชลซีสามารถช่วยให้กองหลังทีมชาติอังกฤษกลับมามีความมั่นใจได้อีกครั้ง อาจจะทำให้พวกเขาสามารถลดช่องว่างกับลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงได้ และมีลุ้นเป็นแชมป์สักรายการในซีซั่นหน้าด้วย

ด้วยค่าตัวเพียง 20 ล้านปอนด์ ของแบบนี้ถือว่าถูกเหมือนได้ฟรีอีกต่างหาก