สกู๊ป หลังเกมผีบุกแพ้เรือ "แต่ก็ชนะใจนะ"

สกู๊ป หลังเกมผีบุกแพ้เรือ "แต่ก็ชนะใจนะ"
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาคงมีใครหลายคนที่ไม่พลาดศึกแห่งศักดิ์ศรี กับดาร์บี้แมตช์ของเมืองแมนเชสเตอร์ ระหว่าง  แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังเอติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของคู่อริตลอดกาลอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งผลปรากฎว่าเจ้าถิ่นย่ำชัยอีกครั้ง ด้วยการเฉือนชนะไป1-0 แบบหืดขึ้นคอเลยทีเดียว

ซึ่งต้องบอกเลยว่าก่อนเกมการขันแข่งกระแสส่วนใหญ่มองว่าเจ้าถิ่นมีภาษีดีกว่าเกือบเท่าตัว แต่ผมคิดว่าน่าจะจบเกมด้วยการเสมอแบบมีสกอร์สูงๆ เนื่องจากทั้งสองทีมเจอกันทีไรใส่กันไม่ยั้ง เพราะทั้งคู่ก็ต้องการชัยชนะเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา

แต่ที่สำคัญที่ผมเห็นมาโดยตลอดตั้งแต่ต้นฤดูกาลแล้ว กับแนวรับของพลพรรค "ปีศาจแดง" ที่พร้อมจะเสียประตูได้ทุกเมื่อ แถมตอนนี้ยังหาตัวยืนที่แน่นอนไม่ได้เสียที "และนี่แหละที่ผมแอบกังวลใจอยู่ไม่น้อย"

อย่างเกมก่อนหน้านี้กับ เชลซี ที่มาเสียประตูตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง จากการประกบตัวพลาดของแนวรับที่ปล่อยให้กองหน้าเบอร์สาม อย่างแมลงสาบเฒ่า ดิดิเยร์ ดร็อกบา ขึ้นโขกเช็ดคนเดียวโล่งๆ เข้าไป


แต่วันนั้นก็ถือว่าโชคดีมากที่ยังมี โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ มือสังหารระดับพระกาฬอยู่ และยังไม่ถูกเปลี่ยนออก (หรือไม่เหลือใคร) มาซัดประตูตีเสมอช่วงทดเจ็บ ช่วยกู้ชีพปลุก "ผี" จากหลุม แบบช็อกแฟนเชลซีสุดๆ

ส่วนการจัดทัพ11ตัวแรกของ "ปีศาจแดง" วันนี้ยังคงใช้ปราการหลังตัวยืนหลัก 3 ราย จากนัดที่แล้ว อย่าง ลุค ชอว์, มาร์กอส โรโฮ และ คริส สมอลลิ่ง ส่วนแบ็คขวาใช้ อันโตนิโอ วาเลนเซีย แทน ราฟาเอล ที่พลาดไม่ตามประกบ ดร็อกบา 

ขณะที่แดนกลางมี ดาเล่ย์ บลินด์, อังเคล ดิ มาเรีย, มารูยาน เฟลไลนี่ และ อัดนาน ยานาไซ ซึ่งรายหลังขัดใจผมนิดๆ ทำไมไม่เป็น ฆวน มาต้า หรือ อันเดร์ เอร์เรร่า ก็ได้ (ไม่รู้นะคิดเหมือนกันหรือเปล่า) ส่วนแดนหน้า เวย์น รูนี่ย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ถือว่าโอเคแล้วชั่วโมงนี้

ทางด้านเจ้าบ้านมี โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส, กาแอล กลิชี่, เฆซุส นาบาส, ยาย่า ตูเร่, แฟร์นันโด, เจมส์ มิลเนอร์, สเตวาน โยเวติช และ เซร์คิโอ อเกวโร่ ซึ่งคงไม่ต้องพูดถึงรู้ๆ กันอยู่แล้ว

แต่ที่ทำให้ผมอึ่งเข้าไปอีก ก็คือ 11 ตัวแรกของ แมนฯยูฯ วันนี้ มีค่าตัวรวมกัน 241 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นทีมที่มีค่าตัวรวมกันสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว (นั้นก็คงจะสร้างประวัติศาสตร์ทุกนัดล่ะครับ)


โดยรูปเกมครึ่งแรก เจ้าบ้าน แมนฯซิตี้ มีจังหวะจะแจ้งมากกว่า และเป็น "พี่ลามะ" ดาบิด เด เกอา ที่โชว์ซูเปอร์เซฟช่วยไม่ให้เสียประตูหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งผมยกให้เป็น "พระเอก" ในหนังเรื่องนี้ไปเลย

แต่ในเมื่อมี "พระเอก" แล้ว ก็ย่อมมี "ผู้ร้าย" ปะปนเสมอไปนั้นหนังมันจะไม่สนุก ส่วน "ผู้ร้าย" ที่ผมกล่าวถึงก็คือ "เจ้าสมองลิง" (คริส สมอลลิ่ง) นั่นเอง ที่ทำตนเองถูกใบแดงที่สองโดนไล่ออกจากสนามไป ในนาทีที่ 37 ของเกม


สำหรับผมกับเกมระดับนี้การที่มีผู้เล่นน้อยกว่า ถือว่าโอกาสแพ้มีสูงถึง80% ทำให้ หลุยส์ ฟาน กัล ไม่มีทางเลือกจำเป็นถอยแนวรุกอย่าง  ยานาไซ ออก แล้วลง ไมเคิ่ล คาร์ริค ลงไปเป็นเซนเตอร์แบ็ก แทน

แต่แล้วสิ่งที่แฟนผีไม่อยากให้เกิด เมื่อมาเสียประตูจนได้ จากแนวรับตัวสำรองวัยละอ่อน แพ็ดดี้ แม็คแนร์ ที่ไม่ประกบตาม เซร์คิโอ อเกวโร่ ปล่อยให้ฉีกตัวซัลโวเข้าไป

หลังจากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามบุกมากขึ้น จนทำให้ผมไม่อยากลุกไหนเลย สามารถสร้างจังหวะปิดสกอร์ได้หลายครั้ง จนลืมไปว่าทัพ "เร้ดอาร์มี่" มีแค่ 10 คน จนคิดย้อนกลับไปว่า "ถ้าเล่นแบบนี้ตั้งแต่ครึ่งแรกคงได้ประตูไปละ"


ซึ่งหลังจบเกมก็ทำเอา มานูเอล เปเยกรินี่ กุนซือชาวชีลี ของ แมนฯ ซิตี้ แอบเป่าปากเล็กน้อย เหมือนกับยกภูเขาออกจากอกอย่างไรอย่างนั้น..และก็คงไม่ค่อยพอใจเท่าไร ที่เห็นลูกทีมไม่ทำเกมบุกต่อเนื่อง จนเกือบเสียประตูหลายครั้งเหมือนกัน


สรุปสำหรับแมตช์นี้ของทัพ "ปีศาจแดง" ผมถือว่า "ผ่าน" ที่สามารถสู้ได้อย่างสูสีทั้งที่เหลือผู้เล่นแค่ 10 คน ถึงแม้จะแพ้และไม่มีคะแนนติดมือมาก็ตาม แต่คิดว่าคงจะชนะใจสาวก "เร้ด อาร์มี่" อยู่ไม่น้อย

"และนี่แหละที่เรียกว่าฟุตบอลลูกกลมๆ มีลมอยู่ข้างใน"



เรื่องโดย : มิดไนท์

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!