[OPINION] เส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่ ! การกลับมาลุ้นแชมป์ลีก ของ แมนฯ ยูไนเต็ด

[OPINION] เส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่ ! การกลับมาลุ้นแชมป์ลีก ของ แมนฯ ยูไนเต็ด
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่ทำสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกัน 17 เกมในทุกรายการนับตั้งแต่เกมสุดท้ายที่แพ้คาบ้านให้กับ เบิร์นลีย์ 2-0 เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา รวมทั้งการเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้ด้วยผลต่าง 3 ประตูติดต่อกัน 4 เกม ชื่อของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาเป็นที่จับตามองกันอีกครั้ง

ด้วยผลงานและฟอร์มการเล่นที่เรียกเสียงซี๊ดซ๊าดทำให้แม้ว่าฤดูกาลนี้จะยังไม่จบลง แต่แฟน ‘ปีศาจแดง’ หลายคนก็เริ่มเชื่อมั่นกันแล้วว่าในซีซันหน้าพวกเขา ‘มาแน่’ กับการลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดหลังห่างหายไปนานกว่า 7 ปี

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อก็คือ การได้ บรูโน แฟร์นันเดส เข้ามาเสริมทัพในแดนกลาง ซึ่งทำให้อสูรแดงของ โอเล กุนนาร์ โซลชา นั้นกลายเป็นคนละทีมจากช่วงครึ่งซีซันแรก

ในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคม โซลชา ซื้อ แฟร์นันเดส เข้ามาเสริมในแดนกลางและนำ โอเดียน อิกาโล เข้ามาเป็นอะไหล่ในแดนหน้าชั่วคราว

Bruno Fernandes, Ole Gunnar SolskjaerBruno Fernandes, Ole Gunnar SolskjaerManchester United v AFC Bournemouth - Premier League | Pool/Getty Images

ผลที่ออกมากลับกลายเป็นว่ากองกลางชาวโปรตุกีสเป็นคน ‘ปลุกผี’ อย่างแท้จริง ด้วยการเข้ามาขับเคลื่อนเกมรุกในแดนกลาง ช่วยสร้างโอกาสในการทำประตูให้กับเพื่อนร่วมทีม ส่งผลให้นักเตะคนอื่น ๆ ทำผลงานได้ดีขึ้นกว่าปีก่อนแบบหน้ามือเป็นหลังมือก่อนจะโดนหยุดความร้อนแรงด้วยไวรัส ‘โควิด-19’

แต่ก็อาจจะถือเป็นความโชคดีของสโมสรกับการแข่งขันไปกว่า 3 เดือน เพราะมันทำให้นักเตะที่กำลังฟื้นฟูอาการบาดเจ็บอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด และ ปอล ป็อกบา ได้มีโอกาสพักอย่างเต็มที่และกลับมาโชวฟอร์มเปรี้ยงปร้างกันอีกครั้ง

ผลงาน 5 เกมหลังสุดเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี พวกเขาเก็บชัยชนะ 4 นัดและเสมอเพียงเกมเดียว ยิงไป 15 ประตู เสียเพียง 4 ลูก ทุกคน ทุกตำแหน่งโชว์ฟอร์มได้ดีไล่ตั้งแต่ ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูจนไปถึงกองหน้าที่ โซลชา ได้เจอกับ 3 ประสานในฝันอย่าง แรชฟอร์ด-มาร์กซิยาล-กรีนวู้ด

ปอล ป็อกบา ที่ทำตัวมีปัญหาในช่วง 2 ปีหลังก็กลับมาเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมประสานงานร่วมกับ บรูโน แฟร์นันเดส ได้อย่างลงตัว ช่วยกันเสกสรรค์ปั้นแต่งเกมรุกจนทำผลงานกระฉูดแตกน่าเกรงขามอย่างที่เห็น

ความลงตัวในทีมเกิดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ แม้ว่าจะมีสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือในแดนหลังที่ แฮร์รี แม็คไกวร์ กัปตันทีมโชว์ความเป็น ‘จุดอ่อน’ ให้เห็นในบางเกม รวมทั้งในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คอีกคนที่เป็นคู่ขาก็ยังหาใครมายืนระยะไม่ได้ แต่เชื่อว่าหากเกมรุกยังยิงได้อย่างต่อเนื่องแบบนี้เกมรับก็คงไม่ต้องลำบากอะไรมาก

Harry MaguireHarry MaguireManchester United v Sheffield United - Premier League | Alex Livesey - Danehouse/Getty Images

ดังนั้นการบ้านในช่วงซัมเมอร์ของกุนซือหน้าทารกก็คือการหากองหลังตัวกลางดี ๆ ซักคนที่เข้ามาจับคู่กับ แม็คไกวร์ เพื่อช่วยเสริมหลังบ้านของ ปีศาจแดง ให้แน่นปึ๊กอีกครั้ง

ชื่อของ คาลิดู คูลิบาลี และ นาธาน อาเก้ ที่ปรากฎขึ้นมาเมื่อสัปดาห์ก่อนหลังจบเกมกับ บอร์นมัธ เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า โซลชา ยังต้องการใครซักคนเข้ามาเติมเต็มให้กับทีมในฤดูกาลหน้า

อย่างไรก็ตามแม้ว่ากำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่ง แต่สิ่งที่จะบอกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมแล้วหรือยังกับการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ก็คือ ผลงานหลังจบฤดูกาลนี้

เร้ดเดวิลส์ อยู่บนเส้นทางที่สดใสไร้ริ้วรอยในเกือบทุกรายการ ทั้ง พรีเมียร์ลีก ที่ 4 เกมสุดท้ายพวกเขาจะมีงานหนักเพียงเกมเดียวคือ การตัดสินโควต้า ยูฟา แชมป์เปี้ยนส์ลีก กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในนัดสุดท้าย

ส่วน เอฟเอคัพ นั้นก็มีแต่ทีม ‘วัวเคยขาม้าเคยขี่’ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น เชลซี ที่ต้องเจอกันในรอบตัดเชือก ซึ่งก็เคยเอาชนะแบบไป-กลับมาแล้วใน พรีเมยร์ลีก และถ้าหลุดเข้าไปชิงชนะเลิศ ไม่ว่าจะเจอใครก็ตามระหว่าง อาร์เซนอล หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สถิติในฤดูกาลนี้ ยูไนเต็ด ก็เหนือกว่าอยู่ดี

Aaron Wan-Bissaka, César AzpilicuetaAaron Wan-Bissaka, César AzpilicuetaChelsea FC v Manchester United - Premier League | Visionhaus/Getty Images

นี่จึงเป็นถ้วยพวกเขาน่าจะคาดหวังได้

รายการสุดท้ายอย่าง ยูโรป้าลีก นั้นแทบจะเป็นอะไรที่ โซลชา และลูกทีมเล่นไป ผิวปากไปก็ไม่น่าเกลียด เพราะเมื่อมีการประกบคู่ออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อน เส้นทางในการเป็นแชมป์เรียกได้ว่าแทบไม่มีสิ่งกีดขวางให้รำคาญลูกตาแม้แต่น้อย

ดังนั้นหากจบฤดูกาลพวกเขาสามารถคว้าโควต้าไปเล่น ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก พร้อมกับได้แชมป์ซักถ้วยหรืออาจจะเหมาทั้งหมด เส้นทางในซีซันหน้ายิ่งเจิดจ้ายิ่งกว่าพระอาทิตย์ 10 ดวง

ฤดูกาลหน้าของ โอเล กุนนาร์ โซลชา และลูกทีมจะเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะนี่คือการกลับมาลุ้นแชมป์อย่างจริงจังที่สุดนับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อำลาทีมไปเมื่อปี 2013

ที่สำคัญมันจะทำให้บรรดา ‘เด็กผี’ ได้กลับมาเชิดหน้าชูคอบนโลกโซเชียลกันอีกครั้ง!

Ole Gunnar SolskjaerOle Gunnar SolskjaerManchester United v Manchester City - Premier League | Robbie Jay Barratt - AMA/Getty Images