ยิงโหดเหมือนโกรธแชมป์! เรือใบ กระหน่ำรัวหงส์เละ 4-0 ศึกพรีเมียร์ลีก

ยิงโหดเหมือนโกรธแชมป์! เรือใบ กระหน่ำรัวหงส์เละ 4-0 ศึกพรีเมียร์ลีก
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูง เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แชมป์ประจำซีซั่นนี้

  • ผลปรากฏว่า ครึ่งแรก ถึงนาทีที่ 25 แมนฯ ซิตี้ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง โดน โจ โกเมซ ทำฟาวล์ และเป็น เควิน เดอ บรุน รับหน้าที่สังหารไม่พลาดพา แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 1-0
  • นาทีที่ 29 แมนฯ ซิตี้ เกือบได้เม็ดสอง เมื่อ เควิน เดอ บรุน จ่ายบอลทะลุเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ กาเบรียล เฆซุส ม้วนหลบ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ไปได้แล้ว แต่จังหวะสุดท้ายยิงไปแฉลบขาตัวเองหลุดกรอบไป
  • นาทีที่ 35 แมนฯ ซิตี้ หนีเป็น 2-0 ฟิล โฟเดน จ่ายบอลเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง แตะหลบ โจ โกเมซ แล้วตวัดยิงเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบขาด
  • นาทีที่ 45 แมนฯ ซิตี้ ทิ้งห่าง 3-0 ฟิล โฟเดน จ่ายให้ เควิน เดอ บรุน ชิ่งเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ โฟเดน ซัดผ่าน อลิสสัน เบคเกอร์ เข้าไปตุงตาข่าย จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำ ลิเวอร์พูล 3-0
  • ครึ่งหลัง นาทีที่ 48 แมนฯ ซิตี้ เกือบได้ประตูเพิ่ม จากจังหวะที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ แนวรับลิเวอร์พูล ทุ่มบอลไม่ดีมาเข้าทาง กาเบรียล เฆซุส พาบอลลุยมาซัด แต่ไม่ผ่าน อลิสสัน เบคเกอร์
  • จากนั้นนาทีที่ 50 แมนฯ ซิตี้ โต้กลับเร็ว ราฮีม สเตอรืลิง ได้พาบอลไปยิงหลุดกรอบ และในนาทีที่ 51 แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นอีกแล้ว อิลคาย กุนโดกัน วางบอลยาวมาทางฝั่งขวาให้ เควิน เดอ บรุน พาบอลเข้าเขตโทษ ก่อนจ่ายเข้ากลาง ฟิล โฟเดน ซัดเน้นๆ บอลจะเข้าประตู แต่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ สกัดทิ้งไปได้หวุดหวิด
  • ถึงนาทีที่ 66 แมนฯ ซิตี้ ทิ้งไปไกลเป็น 4-0 เควิน เดอ บรุน จ่ายบอลเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ ราฮีม สเตอร์ลิง แตะหลบแนวรับแล้วยิงด้วยซ้ายทันที และเป็น อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด แชมเบอร์เลน ผู้เล่นลิเวอร์พูลสกัดเข้าประตูตัวเองไป
  • ช่วงทดเวลานาทีสุดท้ายเจ้าบ้านน่าจะได้ประตูปิดกล่องจาก มาห์เรซ หลุดมาทางขวาก่อนยิงยัดเสาแรกเข้าไป แต่ไม่ได้เพราะโดนจับแฮนด์บอล จบเกม แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านถล่ม ลิเวอร์พูล แชมป์ลีกฤดูกาลนี้ไปได้ 4-0

 

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนฯ ซิตี้ : เอแดร์ซอน โมราเอส -  ไคล์ วอล์คเกอร์ ( ชูเอา คันเชโล่ น.73), นิโกลัส โอตาเมนดี้, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ (์นิโกลัส โอตาเมนดี้ น.79), เอริค การ์เซีย - อิลคาย กุนโดกัน, โรดรี้ - เควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเด้น, ราฮีม สเตอร์ลิง (แบร์นาร์โด้ ซิลวา น.79) - กาเบรียล เชซุส (ริยาด มาห์เรซ น.58)

ลิเวอร์พูล : อลิสซอน เบ็คเกอร์ - เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (เนโก วิลเลี่ยมส์ น.76), โจ โกเมซ (อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน  น.46), เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม (นาบี เกอิต้า น.62) - โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ (ดิว็อค โอริกี้ น.62), ซาดิโอ มาเน่ (ทาคูมิ มินามิโนะ น.85)