หยุดบูลลี่! "ริกะ" อาลัยการเสียชีวิต "ฮานะ" พร้อมเตือนสตินักเลงคีย์บอร์ด (ภาพ)

หยุดบูลลี่! "ริกะ" อาลัยการเสียชีวิต "ฮานะ" พร้อมเตือนสตินักเลงคีย์บอร์ด (ภาพ)
ONE Championship

สนับสนุนเนื้อหา

จากข่าวคราวการเสียชีวิตของนักมวยปล้ำหญิงชาวญี่ปุ่น "ฮานะ คิมูระ" ซึ่งสร้างความสลดไปทั่ววงการต่อสู้ทั่วโลก รวมถึงนักกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) หญิงลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น "ริกะ อิชิเกะ" ที่เปรียบเสมือนเพื่อนร่วมอาชีพและร่วมสายเลือดชาวซามูไรเหมือนกัน ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เคยผ่านประสบการณ์ถูก "บูลลี่" จนเธอเข้าใจดีกว่าการเป็น "ผู้ถูกกระทำ" นั้นรู้สึกอย่างไร

สำหรับข่าวเศร้าของวงการกีฬาต่อสู้ เมื่อ "ฮานะ คิมูระ" นักมวยปล้ำหญิงแดนอาทิตย์อุทัย เลือกจบชีวิตตนเองอย่างน่าสลดในวัยเพียง 22 ปี โดยได้รับการเปิดเผยจากต้นสังกัดว่า สาเหตุของการฆ่าตัวตายมาจากที่เธอได้รับข้อความระรานทางโซเชียลมีเดียมากกว่า 100 ข้อความในแต่ละวัน ทั้งด่าทอ ล้อเลียน ข้อความเกลียดชังต่างๆ นับตั้งแต่ที่เธอไปออกรายการเรียลลิตีโชว์ค้นหาความรักของญี่ปุ่น Terrace House Tokyo จากนั้นก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางลบว่าเธอไม่สวยพอบ้าง หุ่นล่ำแบบนักมวยปล้ำบ้าง แถมยังเอาเธอไปเปรียบกับลิงกอริลลาอีก

โพสต์สุดท้ายของ ฮานะ

เกี่ยวกับกรณีนี้ "ริกะ อิชิเกะ" ซึ่งเป็นนักกีฬาหญิงของสังเวียน วัน แชมเปียนชิพ รู้สึกสะเทือนใจมาก ด้วยเพราะเธอ และ ฮานะ ต่างก็มีอาชีพนักกีฬาการต่อสู้ แถมยังมีเชื้อสายญี่ปุ่นเหมือนกัน ที่สำคัญ ริกะก็เคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกระรานทางไซเบอร์ ทำให้เธอพอที่จะเข้าใจหัวอกฮานะ

"ประเทศญี่ปุ่นเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยความกดดัน มีความเครียดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เท่าที่รู้ ริกะพอจะทราบมาว่า การไซเบอร์บูลลี่ของที่นั่นรุนแรงมาก มากกว่าบ้านเราเยอะ ยิ่งถ้าคนถูกกระทำมีภาวะที่จะเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้วด้วย มันยากเหลือเกินที่จะรับมือไหว"

สำหรับ ริกะ เธอเคยโดนบูลลี่มาตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก ด้วยความที่เธอเป็นลูกครึ่งจึงแตกต่างจากคนอื่น ทำให้เธอโดนเพื่อนแกล้งที่โรงเรียน เลยเถิดถึงขั้นทำร้ายร่างกาย ต้องย้ายโรงเรียนหนี จนกระทั่งเธอค้นพบวิธีการป้องกันตัวเองจากการเรียนศิลปะการต่อสู้ แต่เธอกลับไม่ได้ใช้มันเพื่อต่อสู้หรือทำร้ายร่างกายใคร ยิ่งเรียนเธอก็ยิ่งค้นพบว่า ศิลปะการต่อสู้ทำให้เธอรู้จักการยับยั้งชั่งใจ และข่มใจได้มากขึ้นกว่าเดิม

gw

"ริกะโดนมาหมดเลยค่ะ ทั้งแบบคุกคามทางเพศ ดูถูก หรือตัดสินเราที่ภายนอก แต่สำคัญที่สุดคือเราต้องไม่มองว่าการโดนไซเบอร์บูลลี่เป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต อย่างพวกที่เข้ามาคอมเมนต์แนวคุกคามทางเพศ ริกะจะบล็อกเลยค่ะ แต่ถ้ามาแบบเข้าใจผิด ริกะก็จะพยายามอธิบายก่อน ซึ่งทั้งหมดนี้เฉพาะช่องทางโซเชียลของตัวเองนะคะ ส่วนที่บูลลี่มาจากช่องทางออนไลน์อื่นๆ เราจำเป็นต้องปล่อยวางค่ะ คนอื่นจะว่าร้ายเรายังไงก็อย่าเก็บมาใส่ใจ ขอแค่คนรอบข้างเข้าใจเราก็พอ"

ทั้งนี้ ริกะยังฝากทิ้งท้ายถึงนักเลงคีย์บอร์ดว่า "หยุดเถอะค่ะ อย่าระบายความเครียดด้วยการส่งต่อความเกลียดชังลงไปยังโซเชียลมีเดียเลย บางทีคุณอาจจะกำลังฆ่าคนทางอ้อมด้วยความสนุกคึกคะนองโดยที่ไม่ทันรู้ตัว ริกะขอให้นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ค่ะ"