"11 แข้งบุนเดสลีกาฝีเท้าเยี่ยมที่ไม่ได้ไปแชมเปียนส์ลีก"

"11 แข้งบุนเดสลีกาฝีเท้าเยี่ยมที่ไม่ได้ไปแชมเปียนส์ลีก"
Bundesliga

สนับสนุนเนื้อหา

ไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่นักหากจะเอ่ยชื่อนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ที่ไม่ได้อยู่ในทีมบาเยิร์น มิวนิค, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, แอร์เบ ไลป์ซิก หรือไบเออร์ เลเวอร์คูเซน

แต่จริงๆแล้ว บุนเดสลีกาไม่ได้มีแค่บรรดานักเตะพรสวรรค์ที่กระจุกตัวอยู่กับสโมสรหัวตารางเพียงเท่านั้น แต่ยังมีแข้งฝีเท้าดีอีกหลายคนที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึงบ่อยๆ ตามพาดหัวข่าว

มาลองดูกันว่าหากเราเฟ้นหานักเตะตัวเก่ง 11 คนจากบุนเดสลีกาที่ไม่ได้ไปลุยศึกยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีก หน้าตาของทีมชุดนี้จะออกมาเป็นอย่างไรบ้าง มาเริ่มกันทีละตำแหน่งเลย

ผู้รักษาประตู : ยันน์ ซอมเมอร์ (โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค)

gettyimages-1198068237-594x59
นายทวารชาวสวิสที่ยิ่งแก่ก็ยิ่งเก่งเหมือนไวน์ชั้นเลิศ มือกาวรายนี้เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ในการเฝ้าเสาประตูในบุนเดสลีกามาเกือบ 250 นัดแล้ว และซีซั่นนี้อาจเป็นปีที่ซอมเมอร์ทำผลงานได้ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งของตนเองกับทีม "สิงห์หนุ่ม" ก็เป็นได้

แม้ทีมของเขาจะรั้งในอันดับที่ 4 ของตารางลีก แต่ทว่า ซอมเมอร์คือผู้รักษาประตูที่เซฟมากที่สุดในฤดูกาลนี้ (97 ครั้ง) แถมยังมีอัตราการรักษาคลีนชีทได้ในทุกๆ 4 นัดอีกด้วย

เซ็นเตอร์แบ็ก : มัทเธียส กินเทอร์ (โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค)

gettyimages-1207962306-594x59
แข้งทีมชาติเยอรมนีคนนี้คือกำลังสำคัญในแนวรับอันแข็งแกร่งแห่งถิ่นโบรุสเซียพาร์ค เช่นเดียวกับซอมเมอร์ ตั้งแต่กินเทอร์ย้ายมาจากดอร์ทมุนด์เมื่อปี 2017 แข้งวัย 26 ปีก็สามารถพัฒนาฝีเท้าและความแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก กินเทอร์ติดทีมชาติเยอรมนีไปแล้วถึง 29 นัด และกำลังเป็นผู้นำในแนวรับทัพ "สิงห์หนุ่ม" ชุดล่าสุด

ผลผลิตจากทีมเยาวชนของสโมสรไฟรบวร์ก มีสถิติน่าประทับใจคือมีอัตราการจ่ายบอลสำเร็จที่สูงถึง 87% และอัตราชนะการดวลลูกกลางอากาศและบนพื้นดิน 62% ในซีซั่นนี้

เซ็นเตอร์แบ็ก : โรบิน ค็อค (ไฟรบวร์ก)

gettyimages-1178439405-594x59
นี่อาจเป็นนักเตะที่พัฒนาฝีเท้าได้ดีที่สุดในบุนเดสลีกาเลยทีเดียว ค็อคเพิ่งจะพาไฟรบวร์กทำผลงานในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลในบุนเดสลีกาได้ดีที่สุดตั้งแต่เคยมีมา และเพิ่งติดธงทีม "อินทรีเหล็ก" ไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ เซ็นเตอร์แบ็กรายนี้ยังสามารถขยับขึ้นไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับได้ด้วย

ในระดับทีมชาติ ค็อคโชว์ฟอร์มได้ถูกใจโยอาคิม เลิฟ เฮดโค้ชทีม "อินทรีเหล็ก" และอดีตศูนย์หน้าทีมไฟรบวร์ก เขามีอัตราการจ่ายบอลสำเร็จสูงถึง 91% หากยังฟอร์มดีวันดีคืนเช่นนี้ เชื่อเลยว่าคงได้โอกาสไปลุยศึกแชมเปียนส์ลีกในเร็วๆนี้แน่นอน

เซ็นเตอร์แบ็ก : มาร์ติน ฮินเทอร์เอ็กเกอร์ (ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต)

gettyimages-1189608075-594x59
กองหลังเลือดออสเตรียกลายเป็นฮีโร่ในถิ่น "อินทรีแดง-ดำ" ตั้งแต่ที่ถูกยืมตัวมาจากเอาก์สบวร์ก เมื่อปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในโลกโซเชียลมีเดีย หลังสร้างผลงานเป็นกองหลังที่ยิงประตูได้สูงสุดในลีกและยังเป็นรองดาวซัลโวของทีมแฟรงค์เฟิร์ตอีกด้วย

กองหลังวัย 27 ปีสามารถยืนเป็นตัวรับในระบบกองหลัง 3 หรือ 4 ตัวของอาดี ฮึทเทอร์ ได้อย่างลงตัว แถมยังเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่พาทีม "อินทรีแดง-ดำ" ทะลุถึงรอบรองชนะเลิศศึกยูเอฟ่า ยูโรปาลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้วอีกด้วย

มิดฟิลด์ฝั่งขวา : โยนาธาน ชมิด (ไฟรบวร์ก)

gettyimages-1200873440-594x59
หนึ่งในมิดฟิลด์จอมขยันแห่งบุนเดสลีกา ชมิดออกไปเก็บเลเวลกับทีมฮอฟเฟนไฮม์และเอาก์สบวร์ก ก่อนจะกลับมาออกสตาร์ทซีซั่นล่าสุดและเป็นกำลังสำคัญของทีมไฟรบวร์กเช่นเดียวกับค็อค

แข้งเลือดน้ำหอมรายนี้ยิงให้ทีมเอาชนะไมนซ์ในเกมเปิดฤดูกาล ก่อนจะได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อลูกนิ่งจากการทำประตูจากลูกเซ็ตพีซติดต่อกันหลายนัด

มิดฟิลด์ตัวกลาง : เดนิส ซากาเรีย (โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค)

gettyimages-1202778112-594x59
ซากาเรียเป็นสุดยอดมิดฟิลด์อันดับต้นๆในบุนเดสลีกา มิดฟิลด์สไตล์ Box-to-Box ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์คนนี้คือนักเตะม้างานแห่งทีม "สิงห์หนุ่ม" ที่วิ่งพล่านไปทั่วสนามแบบไม่มีเหนื่อยตลอดทั้งเกม ซากาเรียโดดเด่นเรื่องการแย่งบอลจากคู่แข่ง เล่นบอลและต่อบอลง่ายๆ เพื่อให้เพลย์เมกเกอร์ในทีมสร้างสรรค์โอกาสทำประตู แข้งวัย 23 ปีรายนี้คือผู้ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริงและอาจเป็นคีย์แมนที่ช่วยให้ทีมคว้าตั๋วไปลุยศึกแชมเปียนส์ลีกในซีซั่นหน้าได้สำเร็จ

มิดฟิลด์ตัวกลาง : ซูอัต แซร์ดาร์ (ชาลเก้)

gettyimages-1194157772-594x59
แซร์ดาร์ย้ายจากไมนซ์มาอยู่กับชาลเก้ในช่วงหน้าร้อนปี 2018 ก่อนจะมีชื่อติดทีมชาติเยอรมนีชุดใหญ่ในที่สุด เขาคือมิดฟิลด์ Box-to-Box ที่พาทีม "ราชันสีน้ำเงิน" กลับมาคืนฟอร์มเก่งได้อีกครั้งในช่วงที่ผ่านมา

แข้งวัย 23 ปี ยิงไปแล้ว 7 ประตูจากการลงเล่น 18 นัด นำเป็นดาวซัลโวของทีมทั้งที่ไม่ใช่กองหน้า หลังจากได้โอกาสลงเล่นในทีมชาติชุดใหญ่หลายนัด แซร์ดาร์ก็พร้อมแล้วที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับสโมสรขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง

มิดฟิลด์ฝั่งซ้าย : ฟิลิป คอสติช (ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต)

gettyimages-1202165405-594x59
แม้เส้นทางสายบุนเดสลีกาในอดีตของคอสติชจะไม่ค่อยดีเท่าไรนัก หลังต้องตกชั้นครั้งแล้วครั้งเล่ากับฮัมบวร์ก และสตุทท์การ์ท แต่เมื่อแข้งทีมชาติเซอร์เบียย้ายมาอยู่กับแฟรงค์เฟิร์ต ทุกอย่างก็กลับกลายเป็นหนังคนละม้วน จากที่เป็นเพียงปีกความเร็วสูง เขาสามารถพัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นมิดฟิลด์ฝั่งซ้ายที่สร้างสรรค์เกมได้ยอดเยี่ยมทุกที่ทุกเวลา แข้งวัย 27 ปีรายนี้มีสถิติจ่ายบอลสูงสุดในทีม ยิงได้ 4 ประตูและทำไป 8 แอสซิสต์ ในฤดูกาลนี้เขาพลาดลงเล่นไปเพียง 11 นาทีเท่านั้น

กองหน้า : อลาสซาเน เพลอา (โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค)

gettyimages-1203390252-594x59
กองหน้าเลือดน้ำหอมคนนี้เพิ่งจะโลดแล่นในบุนเดสลีกาได้เพียง 2 ฤดูกาลเท่านั้น แต่กลับลงหลักปักฐานในถิ่นโบรุสเซียพาร์คได้อย่างลงตัว ในฤดูกาลแรกแข้งวัย 27 ปียิงได้ 12 ประตูกับ 4 แอสซิสต์ และในฤดูกาลนี้ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนเคยเมื่อยิงไป 8 ประตูและทำ 7 แอสซิสต์จาก 22 นัด นับเป็นผู้เล่นกลัดบัคที่ทำผลงานดีที่สุดในจำนวนเกมลีกเดียวกัน และเพลอาก็ถูกเรียกติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว

กองหน้า : วูท เวกฮอร์สต์ (โวล์ฟสบวร์ก)

gettyimages-1202067403-594x59
นับตั้งแต่ศูนย์หน้าชาวดัตช์รายนี้ย้ายมาเล่นในบุนเดสลีกา ก็มีเพียงแค่โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี และทิโม แวร์เนอร์ เท่านั้นที่ยิงประตูได้มากกว่าเขา เวกฮอร์สต์ย้ายมาจากทีมอาแซด อัลค์มาร์ เมื่อปี 2018 และกลายเป็นสตาร์ของทีม "หมาป่าเมืองเบียร์" ในทันที

หากไม่นับผู้รักษาประตู เวกฮอร์สต์คือผู้เล่นที่สูงที่สุดในลีกด้วยส่วนสูง 6 ฟุต 4 นิ้ว เขาคือกองหน้าที่แข็งแกร่งและมีความสามารถในการยิงประตูที่อันตรายสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกโหม่ง เท้าซ้าย หรือขวา แข้งวัย 27 ปีรายนี้ก็สามารถยิงได้ทุกจังหวะและยังเป็นตัวยิงจุดโทษของทีมอีกด้วย

กองหน้า : มาเธอุส คุนญา (แฮร์ธ่า เบอร์ลิน)

gettyimages-1205704267-594x59
หลังย้ายมาอยู่กับแอร์เบ ไลป์ซิก ในปี 2018 คุนญ่าก็สามารถคว้ารางวัลประตูยอดเยี่ยมแห่งปีของบุนเดสลีกาได้ ก่อนจะย้ายมาค้าแข้งกับสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งกรุงเบอร์ลินเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ถึงตอนนี้เขายิงไปแล้ว 2 ประตูและทำ 1 แอสซิสต์จากการลงเล่น 4 นัดให้ทีม "หญิงชรา" กองหน้าดาวรุ่งวัย 20 ปีรายนี้น่าจะกลายเป็นสตาร์คนต่อไปในวงการฟุตบอลยุโรปได้แน่นอน