ใครๆก็ไม่รักผม! อนาคตที่ยากจะคาดเดาของ "เจสซี ลินการ์ด"

ใครๆก็ไม่รักผม! อนาคตที่ยากจะคาดเดาของ "เจสซี ลินการ์ด"
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

ท่ามกลางข่าวการเสริมทัพของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เราได้ยินชื่อนักเตะดัง ๆ มากหน้าหลายตาที่ตกเป็นเป้าหมายของ โอเล กุนนาร์ โซลชา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเน้นไปที่การหาผู้เล่นที่สามารถเพิ่มความอันตรายให้กับแนวรุก

สตาร์ดังหลายคนที่พาเหรดมาเป็นข่าวก็มีทั้ง เจดอน ซานโช, แฮร์รี เคน, เจมส์ แมดดิสัน, แจ็ค กรีลิช และ ไค ฮาเวิร์ทซ์ ซึ่งคาดว่าจะมีที่ยังไม่เปิดเผยนามอีกเพียบหลังจบฤดูกาล พรีเมียร์ลีก ซีซันนี้

เมื่อมีรายชื่อคนเข้า ก็ต้องมีรายชื่อของคนที่ต้องเก็บของออกจากถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งที่เป็นเต็งหามมาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่แล้วนั้นก็คือ ปอล ป็อกบา กองกลางหลายทรงผมที่สื่อต่าง ๆ พยายามเชียร์ให้ไปอยู่ เรอัล มาดริด กันจนเด็กผีแถว ๆ นี้ต้องออกมาบอกว่า ไปเถอะพ่อคุณ!

 ส่วนอีก 2 รายชื่อที่ตีคู่กันมาแบบไม่รู้ว่าใครเป็นเต็ง 2 ซึ่งคาดว่าสาวกอสูรแดงคงเดากันได้ไม่ยาก เพราะเมื่อดูจากผลงานในช่วงที่ผ่านมาแล้ว หากไม่ยกตำแหน่งนี้ให้ก็คงจะเป็นเรื่องที่ใจดำพอสมควร

นั่นคือคู่หูอย่าง เจสซี ลินการ์ด และ อันเดรียส เปเรย์รา

 รายหลังนั้นอาจจะเพิ่งสร้างผลงานได้ไม่ค่อยเข้าตาบรรดาแฟนบอลในซีซันนี้ ยังทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ขนาดได้รับโอกาสเมื่อช่วงต้นฤดูกาลแล้วก็ยังไม่สามารถไขว่คว้ามาได้ แต่ก็ด้วยอายุอานามแค่ 20 ต้น ๆ คาดว่าจะยังคงได้รับโอกาสต่อไปอีกอย่างน้อยหนึ่งฤดูกาล

แต่ที่เป็นพระเอกของเรื่องนี้ก็คือ เจ้าของบีทบ็อกซ์ ‘บีนส์ บีนส์’ ทางโซเชียลอันลือลั่นจนกลายเป็นไวรัลไปทั้งบ้านทั้งเมืองอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งตอนนี้อนาคตของเขาช่างสวนทางกับความโด่งดังบนโลกโซเชียลเสียเหลือเกิน

หากเราจำกันได้ตั้งแต่เปิดฤดูกาลมาชื่อของ เจสซี ลินการ์ด ถูกวางไว้เป็น ‘หมายเลข 10’ หรือเพลย์เมคเกอร์ในระบบ 4-2-3-1 ของ โอเล กุนนาร์ โซลชา ซึ่งตอนนั้นหลายคนก็ยังไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เสียหาย เพราะจะว่าไปเมื่อซีซันก่อนเจ้าตัวก็ไม่ได้ฟอร์มขี้เหร่ซักเท่าไหร่ น่าจะพอถูไถไปได้

แต่พอเอาเข้าจริงเมื่อได้โอกาสลงสนาม จากที่คิดว่าพอถูไถไปได้กลายเป็นต้องถูลู่ถูกังกันไป คือพึ่งพาอะไรไม่ได้แถมยังทำตัวน่าโมโห จับบอลลั่น จ่ายบอลพลาด หรือยิงแป๊ก เรียกได้ว่าคุณสมบัติทุกอย่างที่พึงมีในตำแหน่งเพลย์เมคเกอร์กลับหาไม่ได้ในนักเตะหมายเลข 14 คนนี้

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เสียงก่นด่าดังขึ้นเรื่อย ๆ จน โซลชา ก็ทานกระแสมหาชนไม่ไหวต้องตัดสินใจไปวานคุณน้า ฆวน มาต้า มาลงสนามแทน

 ชะตาของ ลินการ์ด ตอนนั้นถือว่ายังลูกผีลูกคนพอสมควร จนกระทั่งการมาของ บรูโน แฟร์นันเดส เมื่อตลาดเดือนมกราคม

กองกลางโปรตุกีสโชว์สิ่งที่เรียกว่า ‘คลาส’ ให้กับนักเตะและสาวก ปีศาจแดง ได้เห็นว่า การสร้างสรรค์เกมเขาทำกันอย่างไร ด้วยการลงสนามใน พรีเมียร์ลีก ไป 5 นัด 478 นาที ยิงได้ 2 ประตูและทำ 3 แอสซิสต์ ในขณะที่ เจสซี ‘บีนส์ บีนส์’ ลินการ์ด ลงเล่นไปแล้ว 20 นัด 891 นาที เป็นตัวจริง 9 ตัวสำรอง 11 โดนไป 3 ใบเหลือง ยิงประตูและแอสซิสต์ไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียว

จากชะตาชีวิตที่ว่าที่ลุ่มๆ ดอนๆ อยู่แล้วก็กลายเป็นว่ากองกลางตัวรุกวัย 27 ปีฟอร์มตกอย่างหนัก ความมั่นใจหดหาย และดูเหมือนว่าอนาคตกับ เร้ดเดวิลส์ จะดับวูบ จนเป็นที่มาของข่าวการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์

อันที่จริงแล้วเจ้าตัวก็มีข่าวมาตั้งแต่เดือนมกราคมก่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ตัว แฟร์นานเดส ด้วยซ้ำ หลังจากที่มีการเปลี่ยนเอเยนต์เป็น มิโน ไรโอลา ขาใหญ่แห่งวงการที่มีนักเตะดังในสังกัดมากมาย โดยมีข่าวกับ เอซี มิลาน อยู่แป๊บ ๆ แต่สุดท้ายแล้วการย้ายทีมก็ไม่เกิดขึ้น

 มาถึงช่วงที่ไม่มีบอลเตะก็มีข่าวแพลมออกมาว่า อาร์เซนอล เป็นทีมที่ให้ความสนใจดึง ลินการ์ด ไปสร้างสรรค์เกมในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม หลังจบฤดูกาล ก่อนที่จะโดนแฟนบอลของตัวเองออกมาโวยวายไม่พอใจว่า คิดยังไงไปเอานักเตะแบบนี้มาร่วมทีม จนเจ้าตัวเองต้องออกมาเอ่ยปากว่า จริง ๆ ผมก็ไม่ได้สนใจย้ายไปลอนดอนหรอกนะ เพราะอยากจะอยู่สู้เพื่อตำแหน่งตัวจริงที่แมนเชสเตอร์ต่อไปมากกว่า

 นั่นทำให้สาวกปืนโตเป่าปากด้วยความโล่งใจ แต่แม้เจ้าตัวจะออกมาพูดหล่อ ๆ แบบนั้น ก็ใช่ว่ากระแสข่าวการย้ายทีมจะหมดลง เพราะเมื่อความฝันอันสูงสุดในการเสริมทัพของ ยูไนเต็ด คือ เจดอน ซานโช ปีกอันตรายของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งคาดว่าค่าตัวน่าจะมหาศาลเอาเรื่อง อีกทั้ง ‘เสี่ยเอ็ด’ เอ็ด วู้ดเวิร์ด เองก็เพิ่งออกมาบอกแล้วว่าในช่วงโควิดแบบนี้คงไม่มีเงินให้ถลุงเล่นระดับร้อยล้านปอนด์แน่ ๆ ดังนั้นเมื่อพวกเขาต้องการนักเตระดับนี้ทางเดียวที่ทำได้คือการขายออกแล้วค่อยซื้อเข้ามา

วิธี ‘ระดมทุน’ ด้วยการขายใครซักคนสองคนแล้วโปะเงินอีกก้อนเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์นี้จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้น ลินการ์ด ก็คงต้องรับกรรมตรงนี้ไป

 แต่ก็ใช่ว่าชื่อเสียงแบบนี้จะขายไม่ได้เพราะนอกจาก มิลาน และ อาร์เซนอล แล้วยังมี เอฟเวอร์ตัน, โรมา และ แอตเลติโก้ มาดริด ที่กำลังจับตามองสถานการณ์ของ ‘บีนส์ บีนส์’ อย่างใกล้ชิด

เมื่อเป็นเช่นนั้นทีม ปีศาจแดง ก็เลยตั้งค่าตัวไว้ราว ๆ 30 ล้านปอนด์ซึ่งเป็นราคาปกติของตลาดซื้อขายปัจจุบัน และอาจลดลงมาอีกเนื่องจากผลกระทบจากโควิด โดยน่าจะเหลือประมาณ 20 ล้านปอนด์บวกกับเงินที่ได้จาก ปอล ป็อกบา ก็จะทำให้ได้มีทุนพอซื้อ ซานโช ได้

จนถึงตอนนี้แม้ยังไม่รู้ว่าฟุตบอลจะกลับมาเตะกันได้เมื่อไหร่ แต่ ลินการ์ด ก็คงต้องชั่งใจแล้วว่าเขาจะเลือกทางเดินในอนาคตอย่างไร จะสู้ต่อใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด หรือจะไปตายเอาดาบหน้าท่ามกลางสภาพจิตใจอันไร้ความเชื่อมั่นและบอบช้ำเช่นนี้