3 เหตุผลที่ หงส์แดง ต้องเสริมแนวรุกให้แกร่งกว่าเดิม

3 เหตุผลที่ หงส์แดง ต้องเสริมแนวรุกให้แกร่งกว่าเดิม
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

ต้องยอมรับกันว่าจุดแข็งของ ลิเวอร์พูล สโมสรใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก ในช่วง 2 ปีหลังคือ การมี 3 กองหน้าระดับพระกาฬอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน และ ซาดิโอ มาเน ที่คอยยืนประจำการขู่แนวรับคู่แข่งยามที่พวกเขาลงสนาม

สถิติเฉพาะการลงเล่นในลีกสูงสุดของพวกเขาในซีซันนี้คือ การทำ 38 ประตูจากที่ทีมทำได้ทั้ง 66 ประตูจาก 29 เกมหรือคิดเป็น 60 กว่าเปอร์เซ็นของประตูทั้งหมดและยังมากกว่าจำนวนประตูที่อีก 12 ทีมทำได้เสียอีก

อย่างไรก็ตามแม้ว่าทั้ง 3 คนจะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจะพาทีมประสบความสำเร็จในพักหลัง แต่ก็ใช่ว่า ลิเวอร์พูล จะชะล่าใจได้ เมื่อมีข่าวว่าหลายทีมให้ความสนใจแนวรุกของพวกเขาอยู่เช่นเดียวกัน

อีกทั้งในฤดูกาลหน้าก็ใช่จะการันตีได้ว่าทั้ง 3 คนนี้จะยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนที่ผ่านมา ดังนั้นนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม เยอร์เก้น คล็อปป์ ต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อที่จะรักษาฟอร์มการเล่นและประสิทธิภาพในการพังประตูของแนวรุกเอาไว้ต่อไปให้ได้

1. หาตัวตายตัวแทน

นี่อาจจะเป็นเรื่องที่เด็กหงส์ไม่ค่อยอยากจะได้ยินเท่าไหร่นัก เมื่อมีข่าวว่าบรรดาบิ๊กทีมในยุโรปต่างให้ความสนใจ 3 กองหน้าของพวกเขาทั้ง โม ซาลาห์, บ็อบบี้ ฟีร์มีโน และ ซาดิโอ มาเน แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่าเรื่องแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับนักเตะทุกคนบนโลก

ฟีร์มีโน ตกเป็นข่าวกับ บาเยิร์น มิวนิค ขาใหญ่ของ บุนเดสลีกา ซึ่งพวกเขากำลังเข้าสู่ช่วงการสร้างทีมใหม่ หลังจากที่ดูเหมือนจะล้มลุกคลุกคลานมาตลอดในช่วง 2 ปีหลัง โดยแม้ว่าจะได้แชมป์ลีกก็ตามแต่ฟอร์มการเล่นก็ไม่น่าประทับใจเท่าที่ควร

บ็อบบี้ จึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่จะเข้ามาสานต่องานของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ซึ่งอายุอานามก็ปาเข้าไป 30 กว่าแล้ว และ เสือใต้ ก็ยังหากองหน้าตัวใหม่เข้ามาทดแทนไม่ได้

ในรายของ 2 ขาลุยจากกาฬทวีปอย่าง มาเน และ ซาลาห์ นั้นทราบกันดีว่าทั้งคู่ตกเป็นเป้าหมายของ เรอัล มาดริด แต่ข่าวของรายแรกดูเหมือนจะมาแรงกว่าเพื่อนโดย ราชันชุดขาวพร้อมทุ่มเงินถึง 150 ล้านปอนด์เพื่อกระชากตัวไปผลิตสกอร์ในถิ่น ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว

ดังนั้นเมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เยอร์เก้น คล็อปป์ จึงจำเป็นจะต้องมองหาตัวตายตัวแทนเอาไว้ก่อน โดยมีข่าวกับกองหน้าฝีเท้าดีหลายคนอย่าง ติโม แวร์เนอร์, เจดอน ซานโช หรือ แม้แต่ คิลิยัน เอ็มบัปเป้

เพราะเมื่อถึงตอนเสียคนใดคนหนึ่งจากสามคนนี้ไป การอุดช่องว่างตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะวิเช่นนั้นผลงานของทีมในซีซันหน้าอาจจะไม่เป็นอย่างที่หวังก็ได้

2. การมีขุมกำลังเชิงลึกในการลุ้นความสำเร็จ

ในกรณีที่ไม่เสีย 3 กองหน้าไปให้ใครเลยในช่วงซัมเมอร์ ก็ใช่ว่างานของ คล็อปป์ จะจบง่าย ๆ เพราะเขายังต้องการขุมกำลังสำรองหรือผู้เล่นเชิงลึกที่สามารถเข้ามาทดแทนและหมุนเวียนกันในการลงเล่นในรายการต่างๆ ในซีซันหน้า

ฟิล ธอมสัน และบรรดาอดีตผู้เล่นของ ลิเวอร์พูล ออกมาบอกเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือเรื่องที่สำคัญที่สุดที่นายใหญ่ชาวเยอรมันควรทำ เพราะการที่แค่มี ดิว็อค โอริกิ อยู่ข้างสนามนั้นมันยังไม่เพียงพอที่จะไปลุ้นความสำเร็จกับบรรดาบิ๊กทีมได้

ธอมโม กล่าวว่าพวกทีมระดับท็อปของยุโรปส่วนใหญ่เค้าจะมีนักเตะฝีเท้าดีพๆ กัน 2 คนในตำแหน่งเดียวกันเพื่อหมุนเวียนลงสนามและรักษาสมดุลของทีมเมื่อใครคนใดคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ

โอริกิ อาจจะเคยพิสูจน์ตัวเองมาแล้วว่าเขาเป็นยอดตัวสำรองคนหนึ่งจากการลงมายิงประตูที่ 4 ในเกมรอบเซมิไฟนอล ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก กับ บาร์เซโลนา หรือการยิงประตูปิดท้ายในรอบชิงชนะเลิศกับ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ แต่เมื่อเจ้าตัวได้รับโอกาสในการลงสนามเป็นตัวจริง เขากลับทำได้ไม่ดีพอและหวังพึ่งพาอะไรไม่ได้ ซึ่งนั่นไม่เป็นผลดีต่อการล้นแชมป์ในระยะยาวอย่างแน่นอน

ทาคุมิ มินามิโนะ ที่ถูกดึงเข้ามาร่วมทีมในช่วงเดือนมกราคม แม้จะยังไม่ได้รับโอกาสมากนักแต่ก็ยังมีเวลาปรับตัวในช่วงครึ่งซีซันหลังและน่าจะพร้อมใช้งานจริง ๆ ในซีซันหน้า

ดังนั้นข่าวกับ ติโม แวร์เนอร์ และคนอื่นๆ จึงถือเป็นเรื่องที่เหมาะสมสำหรับ ลิเวอร์พูล ที่จะต้องหานักเตะระดับเดียวกับ ซาลาห์, มาเน และ ฟีร์มีโน เข้ามาเสริมทัพเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของทั้งสามคนและมีลุ้นในรายการต่างๆ แบบยาวๆ

3. กระตุ้นให้เกิดการแข่งขัน

ในโลกของฟุตบอลนั้นอะไรก็ไม่แน่นอนเสมอไป ใช่ว่าการทำผลงานดีในซีซันนี้จะเป็นเครื่องการันตีว่าในฤดูกาลหน้าฟอร์มจะไม่แป๊ก

การเสริมทัพไม่ว่าตำแหน่งใด ๆ นอกจากจะต้องการหาตัวทดแทนกันได้ยามที่คนใดคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ การที่มีนักเตะที่เก่งพอ ๆ กันอยู่ในตำแหน่งเดียวกันมันก็ย่อมทำให้เกิดการแข่งขันขึ้นมาโดยอัตโนมัต

2 ปีที่ผ่านมาตำแหน่งของ ซาลาห์, มาเน และ ฟีร์มีโน นั้นแทบจะหาใครขึ้นมาท้าทายพวกเขาได้ยากมาก เหตุผลสำคัญก็คือ ทั้ง 3 คนนี้เล่นกันได้เข้าขาและไร้เทียมทาน ส่วนอีกเหตุผลคือ การมีตัวสำรองที่ยังไม่สามารถก้าวขึ้นมาทดแทนได้อย่างจริงจัง

ดังนั้นหากว่า คล็อปป์ สามารถเสริมนักเตะระดับเดียวกันเข้ามาสู่ทีมได้ จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันในการจับจองพื้นที่แผงกองหน้าตัวจริง ซึ่งเมื่อต้องการใช้งานใครก็สามารถหยิบจับขึ้นมาได้อย่างไม่เคอะเขิน

ลองเทียบกับขุมกำลังในแดนหน้าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในยุคสมัยของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ดูก็ได้ พวกเขามีทั้ง ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร, เลรอย ซาเน, ริยาด มาห์เรซ และ กาเบีรยล เชซุส คือเรียกได้ว่าหลับตาจิ้มใส่คนไหนก็สามารถลงเล่นเป็นตัวจริงได้หมด

นี่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ คล็อปป์ ต้องรีบทำเพราะไม่มีอะไรการันตีได้ว่า 3 สตาร์ที่มีอยู่ในทีมนั้นจะโชว์ฟอร์มไปได้ตลอดรอดฝั่ง และตัวสำรองที่มีอยู่ในตอนนี้ไม่สามารถช่วยทีมได้ในระยะยาว

ลิเวอร์พูล กำลังจะยกระดับตัวเองจากการเป็นแชมป์ปีละรายการมาเป็นการลุ้นดับเบิ้ลแชมป์หรือทริปเปิลแชมป์อย่างจริงจัง ดังนั้นขุมกำลังที่มีอยู่จึงไม่เพียงพอแน่นอนหากวางเป้าหมายไว้ใหญ่กว่าเดิม