"5 แข้งผู้โชคดี" หลังบุนเดสลีกาเลื่อนเตะ

"5 แข้งผู้โชคดี" หลังบุนเดสลีกาเลื่อนเตะ
Bundesliga

สนับสนุนเนื้อหา

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้การแข่งขันบุนเดสลีกาฤดูกาล 2019/20 มีอันต้องเลื่อนเตะไปอย่างไม่มีกำหนด แต่นี่กลับเป็นโอกาสดีที่นักเตะหลายคนจะได้เรียกความฟิตเพื่อคัมแบ็กกลับมาช่วยทีมต้นสังกัดให้ได้ทันเวลาเปิดสนามอีกครั้ง

มาดูกันเลยว่ามีใครบ้างที่โชคดีได้ผลประโยชน์จากเหตุการณ์ครั้งนี้

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

1
สโมสร: บาเยิร์น มิวนิค
ตำแหน่ง: ศูนย์หน้า
ลงเล่นในฤดูกาลนี้: 23 นัด

ถือเป็นเรื่องน่าใจหายไม่น้อยที่ศูนย์หน้าชาวโปแลนด์รายนี้โชคร้ายได้รับบาดเจ็บที่เข่าด้านซ้ายจากเกมการแข่งขันยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ค้าแข้งในบุนเดสลีกา ดาวยิงวัย 31 กะรัตรายนี้พลาดการลงเล่นเพียง 16 เกมเท่านั้น และไม่เคยพลาดเกิน 4 นัดต่อฤดูกาล จริงๆแล้วเลวานมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล แต่ก็ยังโชว์ฟอร์มเยี่ยมถลุง 20 ประตูก่อนต้องจำใจขึ้นเขียงผ่าตัดในช่วงวินเทอร์เบรค จากนั้นเขาก็กลับมายิงได้อีก 5 ประตูจาก 6 นัดในช่วงหลังปีใหม่พาทีมบาเยิร์นกลับไปรั้งจ่าฝูงได้อีกครั้ง

แม้บาเยิร์นจะไม่มีเลวานดอฟสกี้ แต่พวกเขาก็ยังคว้าชัยได้ตลอดทั้ง 3 นัด ล่าสุดดาวซัลโวแห่งบุนเดสลีกาก็หายเจ็บและฟิตพร้อมลงสนามเรียบร้อยแล้ว หมายความว่าพอกลับมาแข่งอีกครั้ง บาเยิร์นจะกลับมาพร้อมรบด้วยอัตรายิงประตูคู่แข่งเฉลี่ยสูงถึง 3 ประตูต่อนัดอีกครั้ง

ในฤดูกาลนี้ เลวานดอฟสกี้ยิงไปแล้ว 39 ประตูรวมทุกรายการ เฉพาะในลีกยิงไป 25 ประตูมีลุ้นคั่วตำแหน่งดาวซัลโวสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ที่สำคัญก็คือจากตอนแรกที่เลวานจะต้องพลาดช่วยบาเยิร์นลงฟาดแข้งในศึก "แดร์ คลาสสิกเคอร์" กับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งอาจเป็นนัดชี้ชะตาแชมป์ลีกในซีซั่นนี้ แต่อยู่ดีๆโอกาสนั้นก็กลับมาอย่างไม่คาดคิด

มาร์โค รอยส์

2
สโมสร: โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
ตำแหน่ง: มิดฟิลด์ตัวรุก
ลงเล่นในฤดูกาลนี้: 19 นัด

รอยส์มีสถิติยอดเยี่ยมในการเล่นในบุนเดสลีกา เขาลงเล่นไปแล้ว 279 นัด ยิงไปแล้วมากกว่า 200 ประตู แต่ปัญหาของรอยส์ก็คือเขามักโชคร้ายจากปัญหาอาการบาดเจ็บ ในฤดูกาลนี้ก็เช่นกัน รอยส์ได้รับบาดเจ็บบริเวณโคนขาหนีบจากเกมเดเอฟเบคัพ กับแวร์เดอร์ เบรเมน จนอดลงสนามไปตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ รวมแล้วอดลงเล่นไปถึง 7 นัด

จากสถิติ 19 นัดของดอร์ทมุนด์ที่มีรอยส์ลงสนาม พวกเขาจะทำผลงานได้ดีกว่าทีมชุดที่ขาดกัปตันวัย 30 ไป ทั้งในเรื่องของคะแนนเฉลี่ย ความพยายามยิง และจำนวนประตู แน่นอนว่าการหายกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้งของมาร์โค รอยส์ คือกุญแจสำคัญในการขับเคี่ยวแย่งแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้ของทีม "เสือเหลือง"

นิคลาส ซือเล่อ

3
สโมสร: บาเยิร์น มิวนิค
ตำแหน่ง: เซ็นเตอร์แบ็ก
ลงเล่นในฤดูกาลนี้: 8 นัด

ซือเล่อคือหนึ่งในเซ็นเตอร์แบ็กที่ดีที่สุดในเยอรมนี เฉลี่ยแล้วกองหลังรายนี้ทำฟาวล์ไม่เกินเกมละครั้ง แถมมีอัตราแย่งบอลสำเร็จสูงถึงสองในสาม เป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมที่สุดในบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้

การบาดเจ็บของซือเล่อในช่วงเดือนตุลาคมสร้างปัญหาในการจัดกระบวนแนวรับของบาเยิร์นไม่น้อย ทีม "เสือใต้" ต้องสลับสับเปลี่ยนผู้เล่นในแผงแบ็กโฟร์อยู่หลายหน จนไปจบที่การใช้เบนฌาแม็ง ปาวาร์ ยืนแบ็กขวา, อัลฟอนโซ่ เดวีส์ ยืนแบ็กซ้าย ส่วนดาวิด อาลาบา ถูกจับมายืนเซ็นเตอร์คู่กับเชโรม บัวเต็ง

จากที่คาดกันว่ากองหลังวัย 24 ปีคนนี้อาจต้องพักยาวจนถึงช่วงหน้าร้อน แต่กลับมีข่าวแว่วมาว่าซือเล่ออาจกลับมาลงสนามได้อีกครั้งในเดือนพฤษภาคม หลังเริ่มซ้อมเบาๆได้แล้วในตอนนี้

การเลื่อนเตะของฟุตบอลทุกรายการทำให้ซือเล่อมีโอกาสกลับมาช่วยทีมทั้งในบุนเดสลีกา, เดเอฟเบคัพ และแชมเปียนส์ลีก และน่าจะช่วยรักษาอาการปวดหัวของยอดกุนซืออย่างฮันซี่ ฟลิค ได้ดีทีเดียว

ซาลีฟ ซาเน่

4
สโมสร: ชาลเก้
ตำแหน่ง: เซ็นเตอร์แบ็ก
ลงเล่นในฤดูกาลนี้: 10 นัด

ปรัชญาของทีม "ราชันสีน้ำเงิน" ก็คือ "ไม่มีผู้เล่นคนใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าทีม" แต่การขาดเซ็นเตอร์ร่างยักษ์คนนี้ไปก็สร้างหลุมขนาดใหญ่ให้แผงหลังของชาลเก้อยู่ไม่เบา กองหลังชาวเซเนกัลมีสถิติแย่งบอลสำเร็จสูงเกือบ 70% และแย่งลูกกลางอากาศสำเร็จสูงกว่า 80% ซึ่งนับเป็นอัตราสูงที่สุดในลีกทีเดียว

ก่อนที่ซาเน่จะได้รับบาดเจ็บที่เข่าในเดือนพฤศจิกายน ชาลเก้เสียประตูเพียง 9 ลูกจาก 9 เกมเท่านั้น รวมทั้งเก็บคลีนชีทได้ 3 นัด แต่เมื่อไร้ซาเน่ พวกเขาเสียประตูเฉลี่ย 1.7 ลูกต่อนัด แถมเก็บคลีนชีทได้แค่ 4 ครั้งจาก 16 เกมลีก

นอกจากซาเน่จะเป็นหัวใจสำคัญในเกมรับของชาลเก้แล้ว เขายังสามารถช่วยเกมรุกได้ด้วยการยิง 2 ประตูและทำ 1 แอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ ล่าสุดซาเน่เริ่มกลับมาซ้อมเบาๆได้บ้างแล้ว ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีก 2-3 เดือนกว่าจะกลับมาฟิตพร้อมลงสนามได้อีกครั้ง

แซค สเตฟเฟ่น

5
สโมสร: ฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ
ตำแหน่ง: ผู้รักษาประตู
ลงเล่นในฤดูกาลนี้: 17 นัด

แซค สเตฟเฟ่น คือนักเตะที่เปิดตัวในเวทีบุนเดสลีกาได้อย่างสวยงาม โดยสามารถซิวตำแหน่งแมนออฟเดอะแมตช์ได้ตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาลที่เอาชนะแวร์เดอร์ เบรเมน ได้ด้วยผลงานการเซฟถึง 10 หน นายทวารทีมชาติสหรัฐฯ ได้โอกาสลงเฝ้าเสาตลอดครึ่งฤดูกาลแรกและทำผลงานยอดเยี่ยม เซฟรวมถึง 67 ครั้ง เฉลี่ยแล้วเขาเซฟถึงเกมละ 4 หน ซึ่งถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดอันดับ 2 ในลีก

แต่โชคร้ายที่สเตฟเฟ่นต้องเจอปัญหาอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าจนชวดลงเล่นทุกเกมตั้งแต่ต้นปี 2020 และเพิ่งจะสามารถลงซ้อมได้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา การเลื่อนเตะครั้งนี้จึงเป็นโอกาสให้เขาได้รักษาตัวให้หายดีและกลับมาลงเฝ้าเสาอีกครั้ง แต่ตำแหน่งผู้รักษาประตูมือหนึ่งในทีมก็ไม่ใช่ของตายของสเตฟเฟ่นอีกต่อไป เมื่อฟลอเรียน คาสเทนไมเออร์ โกล์มือสองที่ได้โอกาสลงเล่นแทนใน 8 เกมที่ผ่านมาก็ทำผลงานได้น่าประทับใจ แถมยังทำแอสซิสต์ได้ศึกเดเอฟเบคัพอีกด้วย