"ซันเดย์ ลีก" : ลีกล่างสุดของฟุตบอลอังกฤษที่เพี้ยนและโกลาหลเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว

"ซันเดย์ ลีก" : ลีกล่างสุดของฟุตบอลอังกฤษที่เพี้ยนและโกลาหลเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

ขึ้นชื่อว่าฟุตบอลแล้ว ทุกๆเกม ทุกๆสนาม ล้วนมีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร

ที่แอนฟิลด์ คุณจะได้ยินเสียงเเฟนบอลกระหน่ำเชียร์จนหูดับ รวมถึงเสียงเพลง You'll never walk alone อันแสนไพเราะ, ที่ คัมป์ นู คุณจะได้กระทบไหล่แฟนบอลเรือนแสน ทว่ามีสนามเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ทั่วประเทศอังกฤษมากมายที่มีเสน่ห์ในแบบที่สนามของทีมยักษ์ใหญ่เหล่านี้เทียบไม่ได้

 

นี่คือเรื่องราวของฟุตบอล ซันเดย์ ลีก ลีกระดับล่างสุดของประเทศอังกฤษ ลีกฟุตบอลที่เต็มไม่ด้วยเรื่องราวครบรสตั้งแต่ ความเพี้ยน, ความฝัน และ ความสุขสมหวัง ลีกฟุตบอลที่มีคนดูในสนามไม่ถึงร้อยคน แต่เมื่ออยู่บนอินเตอร์เน็ต พวกเขามีคนดูเป็นล้านๆวิว

ติดตามเสน่ห์เฉพาะตัวของ ซันเดย์ ลีก ได้ที่นี่

มันเริ่มจากความคลั่งไคล้ของคนอังกฤษ

หลายปีก่อน ชาบี เอร์นันเดซ ตำนานนักเตะของบาร์เซโลน่า ที่ปัจจุบันเป็นกุนซือให้กับทีมอัล ซาดด์ ในกาตาร์ เปิดประสบการณ์ใหม่ในชีวิตเกี่ยวกับฟุตบอลอังกฤษ

เขาพบกับหนูน้อยวัยใส สวมเสื้อแข่งของ บาร์เซโลน่า.. นั่นไม่แปลกอะไร เพราะนี่คือทีมที่เป็นที่นิยมของอีกหลายสิบหลายร้อยล้านคนบนโลก แต่มันแปลกเมื่อเขาเริ่มถามเจ้าหนูคนนั้นว่า เธอเชียร์ทีมอะไรต่างหาก

 1

"วันหนึ่งผมพบเด็กผู้ชายชาวอังกฤษใส่เสื้อบาร์ซา แต่พอผมถามเขาว่าเชียร์ทีมอะไร เขาตอบกลับมาว่า 'เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด' ผมรู้จักทีมนี้ พวกเขามีแฟนบอล 2 หมื่นและอยู่ในดิวิชั่นสาม (ลีกวัน ในขณะที่ให้สัมภาษณ์ ปัจจุบันพวกเขาอยู่ในพรีเมียร์ลีก) มันน่าเหลือเชื่อมาก คุณจะพบเรื่องแบบนี้ในอังกฤษเสมอ"

"ผมชมเกมที่ เชฟฯ ยูฯ พบกับ ชาร์ลตัน มันมีถ่ายทอดสดทางทีวีและผู้ชมเข้ามาเต็มความจุสนาม มันไม่น่าเชื่อเลยล่ะ.. ถ้าเป็นเกมในกาตาลันระหว่าง โอล็อต กับ เรอุส คงมีแค่แฟนบอลไม่กี่คนกับครอบครัวของนักเตะเข้ามาดู" ชาบี กล่าวถึงเหตุผลที่เขาประหลาดใจกับความคลั่งไคล้ฟุตบอลของคนอังกฤษ

แน่นอน.. ทุกคนต่างก็รู้ว่าฟุตบอลคือกีฬายอดนิยมอันดับ 1 ของโลก ทุกที่ทุกทวีปต่างมีประเทศที่คลั่งไคล้ฟุตบอลในแบบของตัวเอง แต่ไม่มีที่ไหนอีกแล้วที่ก้าวข้ามคำว่าคลั่งไคล้จนกลายเป็นคำว่า "บ้าฟุตบอล" เต็มขั้นเท่ากับคนอังกฤษ

จริงๆแล้วฟุตบอลมีอยู่ทุกที่ แต่ที่อังกฤษบ้าฟุตบอลกว่าใครนั้น ต้นเหตุมันเริ่มมากว่า 100 ปีก่อน สมัยที่อังกฤษเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นที่แรกของโลก สิ่งที่ตามมาคือมีโรงงานเกิดขึ้นมากมาย และเมื่อมีโรงงานก็เท่ากับมีงานให้คนทั้งประเทศได้ทำ ดังนั้น จึงมีผู้คนอพยพมาจากที่ต่างๆ ไม่ว่าจะบ้านนอกเมืองกรุงบ้านทุ่งแดนไกล ทุกคนมารวมกันในที่ที่มีงานและมีเงินรองรับ 

มองถึงตรงนี้ มันอาจจะไม่เกี่ยวกับฟุตบอลมากนัก แต่ถ้าคุณนึกถึงภาพคนที่ทำงานใช้แรงงานอย่างหนักหน่วงมาตลอด 7-12 ชั่วโมงต่อวัน โดยทำ 5 วันต่อสัปดาห์ จะมีอะไรที่ดีไปกว่าการได้ปลดปล่อยไปกับอะไรสักอย่างที่ได้ทั้งมิตรภาพและความสุขกลับมา และกิจกรรมในยุคที่ความบันเทิงต่างๆมีทางเลือกน้อย ฟุตบอลจึงกลายเป็นกิจกรรมที่สามารถครองใจชนชั้นแรงงานของอังกฤษได้อย่างลงตัว

หลังจากนั้นมา คนอังกฤษก็เริ่มนิยมสร้างทีมฟุตบอลมาแข่งขันกัน อาจจะแบ่งเขต แบ่งโรงงาน หรืออะไรก็ตามแต่ มาแข่งขันกันในทุกสัปดาห์ และเมื่อเวลาผ่านไป บวกกับความเรียบง่ายไม่ซับซ้อนของฟุตบอล ความนิยมก็สูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเริ่มมีการก่อตั้งสโมสรเป็นกิจลักษณะ โดยสโมสรฟุตบอลอาชีพสโมสรแรกของอังกฤษคือ น็อตส์ เคาน์ตี้ ในปี 1862 ซึ่งก็เป็นการรวมตัวและสนับสนุนจากแรงงานอังกฤษนั่นเอง 

กาลเวลาผ่านไปเรื่อยๆ พร้อมกับทีมฟุตบอลที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด และเมื่อทีมมากขึ้น ก็มีลีกฟุตบอลที่แข่งขันกันแบบประจำ โดยใช้ชื่อว่า ฟุตบอล ลีก ซึ่งก่อตั้งในปี 1888 เมื่อถึงจุดนี้ ทุกอย่างก็เหมือนไฟลามทุ่ง ความนิยมในทีมฟุตบอลของแต่ละท้องถิ่นถูกฝังรากลงไปในทุกครอบครัว รู้ตัวอีกที ฟุตบอลก็กลายเป็นกิจกรรมของแทบทุกชนชั้นในสุดสัปดาห์ไปโดยปริยาย

 2

มีวลีที่คนอังกฤษมักจะพูดถึงหลังจากเลิกงานวันศุกร์อันแสนเหน็ดเหนื่อยคือ "When Saturday Comes" นั่นคือเมื่อวันเสาร์มาถึง ช่วงเวลาแห่งความสุขจากการดูฟุตบอลก็จะบังเกิด.. และนั่นทำให้สุดสัปดาห์ของชาวอังกฤษมีความหมาย

นอกจากเรื่องของการพักผ่อนหย่อนใจแล้ว ฟุตบอลยังนำพาหลายสิ่งมาสู่แฟนบอล ไม่ว่าจะเป็นการเจอผู้คนใหม่ๆ สนามฟุตบอลใหม่ๆ ช่วงเวลาก่อนและหลังแข่งที่ได้ดื่มเบียร์ปลดปล่อย ความรู้สึกจากผลการแข่งขัน และอารมณ์ร่วม คือสิ่งที่ไม่สามารถเอาอะไรมาแลกได้อีก 

ดังนั้น ขอให้ขึ้นชื่อว่าฟุตบอลเถอะ หากคนอังกฤษได้รักแล้ว ไม่ว่าทีมจะตกต่ำ เล่นในลีกที่ยากจะเห็นแสงเดือนแสงตะวัน พวกเขาก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนใจเลิกเชียร์ได้ง่ายๆ และพร้อมจะติดตามทีมรักไปทุกที่

ฟุตบอลเป็นของทุกคน

ไม่ใช่แค่กองเชียร์เท่านั้นที่มีฟุตบอลพร้อมอ้าแขนรับโดยไม่มีการแบ่งเพศแบ่งวัย วงการฟุตบอลอังกฤษไม่เคยหลงลืมเรื่องราวของบุคคลที่มีฝัน สำหรับคนที่คลั่งไคล้ฟุตบอลจริงๆ และต้องการเปลี่ยนความคลั่งไคล้ให้เป็นอาชีพ.. หากคุณมีดีพอ

 3

อย่างที่รู้กัน ตอนนี้ฟุตบอลอังกฤษมีลีกอาชีพอยู่ 4 ดิวิชั่น โดยมีทีมลงแข่งขันเกือบ 100 ทีม แม้จะดูมากโข แต่ถ้าหากเทียบกับประชากรที่มี รวมถึงคนที่ฝันอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพแต่ไม่มีโอกาสได้เข้าทีมอคาเดมี่ของสโมสรใดๆ ก็คงต้องบอกว่ามีชายชาวอังกฤษอีกเยอะที่ไปไม่ถึงฝัน 

ดังนั้น จึงมีลีกสมัครเล่นเปิดให้แข่งขันมากมาย โดยกลุ่มนี้นักเตะหรือทีมที่เล่นในระดับนี้จัดอยู่ในหมวดหมู่พวกบัวใกล้พ้นน้ำ.. หากพวกเขาพยายามอีกนิด โชว์ฟอร์มให้ดี เล่นให้เข้าตา พวกเขาก็สามารถเปลี่ยนความชอบให้กลายเป็นอาชีพได้เหมือนกัน 

เมื่อนับรวมระดับนอกลีกที่ FA รับรองแล้ว ลีกอังกฤษจะมีอยู่ถึง 8 ลีก โดยลีกระดับท้ายๆนั้นจะเป็นการซอยย่อยออกมาแบ่งให้เป็นการแข่งขันระดับภูมิภาค เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องค่าเดินทาง หรือสิ่งอื่นๆที่ตามมาหากมีโปรแกรมเล่นเป็นทีมเยือนนั่นเอง  

กระนั้น จากพรีเมียร์ลีกถึงลีก 8 ถือว่ายังไม่กว้างและตอบโจทย์ของคนอังกฤษมากพอ พวกเขาจึงมีลีกอีก 9 ถึง 20 ให้ไต่ระดับขึ้นมาอีก ซึ่งหากเริ่มนับตั้งแต่ลีก 9 ขึ้นไปแล้ว คนอังกฤษมักจะเรียกลีกเหล่านี้แบบรวมๆว่า "ซันเดย์ ลีก" นั่นเอง 

 4

ความหมายนั้นแสนจะตรงตัว ซันเดย์ ลีก คือลีกเตะกันในวันอาทิตย์ เหตุผลก็เพราะว่าหลีกหนีโปรแกรมของลีกหลักๆทั้ง 8 ที่มักจะเทไปในวันเสาร์เสียเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง 

กุศโลบายตามที่มีการกล่าวอ้างจากสื่ออย่าง เดอะ การ์เดี้ยน ระบุว่า เพราะผู้ก่อตั้งลีกนั้นอยากจะให้ ซันเดย์ ลีก เป็นทางเลือกที่ 2 ของแฟนๆ กล่าวคือคุณอาจจะรัก แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล หรือ อาร์เซน่อล เต็มหัวใจ แต่เมื่อทีมเหล่านี้ลงแข่งขันในวันเสาร์ไปแล้ว ก็ขอให้แบ่งที่ว่างน้อยๆให้กับทีมประจำท้องถิ่นที่อยู่อาศัย รวมถึงนักฟุตบอลที่อยู่ล่างสุดของพีระมิดเหล่านี้ที่ลงแข่งขันในวันอาทิตย์บ้างนั่นเอง 

อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลคือกีฬาที่จำเป็นที่จะต้องมีเสน่ห์ เพราะการบังคับให้เชียร์ หรือจัดตั้งกองเชียร์ขึ้นมานั้นไม่ใช่การพัฒนาที่แท้จริง ดังนั้น มันต้องมีเหตุผลแน่นอนที่ ซันเดย์ ลีก อยู่คู่ฟุตบอลอังกฤษมาตั้งแต่ปี 1925 และทุกวันนี้ในเพจ Facebook อย่าง SPORTbible ยังนำเสนอวีดีโอคลิปจากซันเดย์ ลีก แทบจะทุกวัน บางวีดีโอนั้นมียอดดูเป็น 1 ล้านครั้งอีกต่างหาก

ซันเดย์ ลีก.. ลีกแห่งความเพี้ยนและโกลาหล 

ซันเดย์ ลีก คือลีกไม่สนโลกที่มีคนรอติดตามมากที่สุด เราสามารถพูดคำนี้ได้เต็มปาก ผ่านยอดวิวของวีดีโอและบทความในเว็บไซต์ต่างๆที่พูดถึงลีกมันวันอาทิตย์นี้ 

 5

นี่คือลีกที่เปิดกว้างให้กับทุกคน ทุกคนชั้น ผู้เล่นส่วนใหญ่มีอาชีพหลักอยู่แล้ว ฟุตบอลคือจ๊อบเสริมหรือความบันเทิงตอบสนองแพชชั่นส่วนใหญ่ ดังนั้น ขอแค่คุณอยากลงสนาม คุณสามารถสวมเสื้อให้เหมือนกับเพื่อนร่วมทีมและลงไปเล่นได้ทันที ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรทั้งนั้น ดังนั้น ความสนุกแรกมันเกิดจากความไม่พร้อมไปโดยปริยาย 

"เพื่อนของผมเล่นให้กับทีมในซันเดย์ ลีก ที่ชื่อว่าวิลโลว พอนด์ เอฟซี ผมก็เลยตามมาเล่นด้วย เราตกลงค่าจ้างกันโดยมีราคาประมาณ 3.5 ปอนด์ต่อเกม และใครที่ได้รางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ คนนั้นจะได้กินเบียร์ฟรีอีก 2 แก้ว" นักเตะรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสกาย สปอร์ตส์

หลายๆที่ก็มักจะเอาเรื่องนี้มาแซว โดยเฉพาะเพจ F2Freestylers ที่เป็นเพจคู่หูฟรีสไตล์ฟุตบอลดังระดับโลกนั้น บอกว่าคุณจะได้พบผู้เล่นแปลกๆ ครบทุกรูปแบบในลีกนี้ เช่น นักเตะที่คาบบุหรี่ขณะอยู่ในช่วงวอร์มอัพก่อนแข่ง, พ่อบ้านที่ปั่นจักรยานตาลีตาเหลือกมาให้ทันเวลาเพราะเมาค้าง หรือนักเตะขาโหดที่ตะโกนด่าทั้งคู่แข่งและเพื่อนร่วมทีมตลอดทั้งเกม ด้วยความแปลกเหล่านี้ บางครั้งคนอังกฤษก็เรียก ซันเดย์ ลีก ว่า "ผับ ลีก" (Pub League) เพราะหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของลีกเหล่านี้ ก็คือผับบาร์ที่แฟนบอล รวมถึงนักเตะของลีกเข้าไปใช้บริการนั่นแหละ

อย่างไรก็ตาม ความเพี้ยนไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้ ซันเดย์ ลีก มีชีวิตชีวาและมีรสชาติในแบบที่ลีกใหญ่เลียนแบบไม่ได้ นอกจากนักเตะที่มาลงเล่นเพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ระบายความเครียด เพื่อนลากมา หรืออะไรก็แล้วแต่.. ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ให้ความหมายกับการมาเล่นในลีกระดับล่างสุดของประเทศลีกนี้ 

จอช วอร์วิค นักเขียนของเว็บไซต์ดังอย่าง เทเลกราฟ และเป็นผู้เล่นในซันเดย์ ลีก เคยเขียนบทความเกี่ยวกับซันเดย์ ลีก และยกตัวอย่างเหตุการณ์มันๆที่เกิดขึ้นในแบบที่เขาไม่เคยเห็นจากที่ไหนไว้อย่างน่าสนใจว่า

 7

"อาทิตย์ก่อน ทีมของผมลงเล่นครึ่งหลังช้าไป 5 นาที เพราะกรรมการขออนุญาตไปสูบบุหรี่ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้มีใครแปลกใจอะไรหรอก เพราะแข่งๆไปเกมต้องหยุดเพราะมีคนเผารถยนต์ที่แถวๆนอกสนามก็ยังมี จากนั้นอีกสัปดาห์หนึ่ง เราลงเล่นในสนามที่ใช้โซ่ขึงแทนคานที่พังไป" เขาเล่าประสบการณ์ลงในบทความชื่อ The horror and the beauty of Sunday League football

"ความมั่วซั่วถือเป็นส่วนหนึ่งของซันเดย์ ลีก แต่ความสับสนวุ่นวายนี่แหละที่ทำให้มันมีเสน่ห์ขึ้นมา บางครั้งเราก็ต้องลงสนามทั้งๆที่มีผู้เล่นแค่ 5 คน" เขาทิ้งท้าย

ทุกที่ล้วนมีฝัน 

สิ่งที่กล่าวมาในข้างต้นนั้นคือจุดขายของซันเดย์ ลีก ที่ทำให้พวกเขายังคงเป็นที่นิยมและมีผู้คนเฝ้ารอว่าสุดสัปดาห์นี้จะมีเรื่องเพี้ยนๆอะไรเกิดขึ้นที่นี่อีก.. 

 8

อย่างไรก็ตาม สิ่งๆหนึ่งจะกลายเป็นสิ่งที่มีค่าได้นั้น มันต้องไม่ใช่มีแค่ความเพี้ยนหรือความตลกเพียงอย่างเดียว ซึ่งหลายคนมองข้ามซันเดย์ ลีก ไปเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือท่ามกลางสนามสภาพแย่ๆ รวมถึงความพิลึกพิลั่นเหล่านี้ ยังมีนักเตะที่มีความฝันว่าฟอร์มการเล่นของพวกเขาในลีกนี้จะนำมาซึ่งก้าวที่ใหญ่กว่าในอนาคต 

ณ สนามแวนสตีด แฟลตส์ ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน มีเรื่องราวระดับตำนานซ่อนอยู่ เพราะครั้งหนึ่งมันเคยเป็นที่ที่ เจอร์เมน เดโฟ นักเตะดีกรีทีมชาติอังกฤษ เคยลงเล่นให้กับทีมเซนแรบมาก่อน เท่านั้นยังไม่พอ ทีมเซนแรบนี้ยังเป็นสโมสรฟุตบอลแรกของ จอห์น เทอร์รี่ หนึ่งในกัปตันทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์สโมสรเชลซีอีกด้วย 

โดยทีมเซนแรบนี้หากเปรียบให้เห็นภาพคือของโรงเรียนมัธยม ที่ส่งทีมลงแข่งลีกระดับล่างของประเทศเพื่อเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ให้เด็กๆได้เตะกับคนที่อายุมากกว่านั่นเอง  

 9

"จอห์น เทอร์รี่ เป็นนักเตะที่ดีมากๆ และเราภูมิใจสุดๆที่เขาเคยเล่นให้กับทีมเซนแรบ เราภูมิใจมากที่ทีมของเราสร้างกัปตันทีมชาติอังกฤษถึง 3 คน มี เรย์ วิลกินส์, โซล แคมป์เบลล์ แล้วก็ เทอร์รี่ นี่แหละ" 

"เราเป็นสโมสรที่เป็นตัวแทนของชุมชน ทุกๆคนรู้จักเรา พวกเขารู้ว่าเราซ้อมกันอย่างไร นี่คือสโมสรตั้งไข่ที่ทำทุกอย่างจริงจัง และด้วยสิ่งเหล่านี้มันทำให้เราสร้างประวัติศาสตร์ให้กับโลกฟุตบอล" โทนี่ แคโรลล์ หนึ่งในทีมงานของเซนแรบที่ทำงานกับทีมมาร่วม 30 ปีกล่าว

ไม่ใช่แค่นักเตะเด็กๆเท่านั้นที่ได้อะไรจากลีกสุดเพี้ยนนี้ ด้วยความที่ซันเดย์ ลีก เปิดกว้าง จึงทำให้มีกลุ่มนักเตะอาชีพหลายคนที่เมื่อถึงวันที่สภาพร่างกายตัวเองไม่ดี ไม่สามารถเล่นระดับสูงได้ ถูกลอยแพอย่างไร้ค่า นักเตะเหล่านี้หลายคนเปิดใจลงเล่นในซันเดย์ ลีก แบบไม่เอาเงิน ขอเพียงแค่ได้มีความสุขกับการเล่นฟุตบอลอีกครั้งโดยลืมเรื่องวัยวุฒิและคุณวุฒิไป และหนึ่งในนั้นคือ ฮูลิโอ อาร์ก้า ตำนานของสโมสรซันเดอร์แลนด์ที่เล่นพรีเมียร์ลีกมาโชกโชน 

"ผมกลับบ้าน (อาร์เจนติน่า) ไป 4 เดือนพร้อมครอบครัวของผม แต่แทนที่จะสุข ผมกลับเศร้าในชีวิตหลังแขวนสตั๊ด ผมเลยบอกเมียผมเลย ที่รัก เก็บของ เราจะกลับแดนอีสานของอังกฤษกัน" อาร์ก้าเล่ากับสกาย สปอร์ตส์ 

อาร์ก้ากลับมาเล่นให้กับทีมนอกลีกที่ชื่อว่าเซาธ์ ชิลด์ส และเขาคิดไม่ผิด เพราะที่นี่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีค่าอีกครั้ง แม้สนามจะเล็ก คนดูจะน้อย แต่ที่สุดแล้วความสุขในใจมันมากกว่าที่เขาจะประเมินมันด้วยตัวเลข 

 10

"การตัดสินใจครั้งนี้คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิตผม ผมเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ฟุตบอลเป็นเหมือนยาเสพติดสำหรับผม ดังนั้นผมจึงต้องการเล่นฟุตบอลต่อไป จะระดับไหนก็ช่าง" อดีตนักเตะระดับพรีเมียร์ลีกกล่าวทิ้งท้าย

นอกจากอาร์ก้าแล้วยังมีนักเตะระดับพรีเมียร์ลีกที่มาเล่นในซันเดย์ ลีก ช่วงบั้นปลายอีกไม่น้อย ชื่ออย่าง ไซม่อน เดวี่ส์ (ฟูแล่ม, สเปอร์ส), เจมี่ โอฮาร่า (สเปอร์ส, วูล์ฟส์) และ โทนี่ ฮิบเบิร์ต (เอฟเวอร์ตัน) ต่างก็เป็นชื่อที่คุ้นหูแฟนๆกันทั้งนั้น 

ถ้าไม่รักฟุตบอลจริง หรือไม่มีคนที่ต้องการแข้งหมดสภาพเหล่านี้ พวกเขาก็คงไม่กลับมา สิ่งที่ซันเดย์ ลีก มอบให้นักเตะเหล่านี้คือการได้พบความหมายของชีวิตอีกครั้ง เพราะถึงแม้ใครจะบอกว่าพวกเขาไม่เก่ง แต่เมื่อลงสนามในซันเดย์ ลีก พวกเขาคือยอดฝีมืออย่างไม่ต้องสงสัย

"ฮูลิโอ อาร์ก้า เป็นเหมือนพระเจ้าของเซาธ์ ชิลด์ส การที่เขามาอยู่กับทีมมันทำให้เราคว้านักเตะคนอื่นๆมาร่วมทีมง่ายเลย เราแค่บอก 'รู้ป่ะ ถ้านายย้ายมาอยู่ที่นี่ นายจะเป็นเพื่อนร่วมทีมกับ ฮูลิโอ อาร์ก้า นะ'" เกรแฮม เฟนตัน โค้ชของเซาธ์ ชิลด์ส ที่พาทีมทำสถิติชนะ 35 เกมรวดกล่าวอย่างอารมณ์ดี 

 11

มาถึงตรงนี้ คงไม่แปลกอะไรนักหากเราจะบอกว่า ซันเดย์ ลีก มีความหมายขนาดไหน พวกเขาอาจจะเป็นลีกระดับที่ 10-13-14 หรืออะไรก็ว่าไป แต่ที่แน่ๆ ทุกคนตั้งแต่นักเตะยันกองเชียร์ ล้วนมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันไป ที่ทำให้ให้พวกเขามารวมตัวกันในทุกวันอาทิตย์..

บางคนอยากจะเป็นนักเตะอาชีพ บางคนอยากจะมาหาความสุขในวันเกษียณ และสำหรับบางคนอาจจะเพราะเบียร์สัก 2-3 ขวด แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว