5 ปัญหาใหญ่ ของ หงส์แดง

5 ปัญหาใหญ่ ของ หงส์แดง
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

...จากฟอร์มอันยอดเยี่ยมแบบสุดโต่งจนเกือบได้สัมผัสกับถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกของ ลิเวอร์พูลในรอบ 24 ปีซีซั่นที่แล้ว...สิ่งเหล่านี้ได้หายไปไหน...ในช่วงเปิดฤดูกาล 2014-15 ??????????

ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดฉากไปแล้ว 7 นัด แต่ทว่า "หงส์แดง" นั้นกลับเก็บชัยชนะได้แค่ 3 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้ไปถึง 3 นัด....มันเกิดอะไรขึ้น???...ทั้งๆ ที่พวกเขานั้นถูกตั้งความคาดหวังเอาไว้สูงมากว่า...ปีนี้ก็จะเป็นอีกปีหนึ่งที่พวกเขาจะได้ลุ้นแชมป์แบบเต็มตัว
 
หลายคนนั้นอาจจะพอเข้าใจได้ถึงคำตอบของเรื่องนี้...แต่บางคนนั้นอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจเสียเท่าไหร่...และวันนี้ผมก็ได้หยิบยกปัญหาของเรื่องนี้มาบอกเล่าเก้าสิบให้ฟังกัน โดยเป็นบทวิเคราะห์ของ อดัม เบท คอลัมนิสของเว็บไซต์ "Sky Sports.com" ซึ่งได้ชี้แจงถึง 5 ปัญหาที่ ลิเวอร์พูล นั้นโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนักในปีนี้ เดี๋ยวเราไม่ว่ากันเลยแล้วกัน....

1.การหายไปของ หลุยส์ ซัวเรซ

คงไม่มีใครปฏิเสธนะว่า...ถ้าไม่มี หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงจอมกัดทีมชาติ อุรุกวัย "หงส์แดง" ก็คงไม่ได้ลุ้นแชมป์ ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งถ้าย้อนไปดูสถิติก็น่าจะบ่งชัดได้เลยนะ เพราะว่าปีที่แล้ว เพราะเขานั้นถล่มประตูไปถึง 31 ประตูจาก 33 เกมที่ลงเล่น ซึ่งนับเป็นเศษ 1 ส่วน 3 ที่ทั้งทีมยิงได้เลย (ลิเวอร์พูล ยิงไป 101 ประตูเมื่อซีซั่น 2013-14)
 
ถ้านำผลประตูดังกล่าวมาคำนวนแล้วจำนวนลูกที่ ซัวเรซ ยิงได้นั้นช่วยให้ ลิเวอร์พูล เก็บได้ถึง 16 แต้มเลยทีเดียว นอกจากนี้พี่แกไม่ได้มีดีแค่ส่งบอลเข้าตาข่ายอย่างเดียวนะ แต่ ซัวเรซ ยังทำแอสซิสต์ได้ถึง 12 ครั้งอีกด้วย ซึ่งมีผู้เล่นคนเดียวที่ทำได้มากกว่าเขานั่นก็คือ สตีเว่น เจอร์ราร์ด กองกลางกัปตันทีม
 
ซึ่งข้อมูลดังกล่าวนั้นส่งผลกับทีมจริงไหม...ไม่ขอพูดแล้วกัน แต่ล่าสุด ซัวเรซ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เองเลย โดยเปิดบอกว่า ที่ ลิเวอร์พูล มีถึงลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก เมื่อปีที่แล้วนั้นส่วนใหญ่แล้วเป็นเพราะตัวเขานี่แหละ

2.ผู้เล่นหน้าใหม่ที่ซื้อมายังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง

ภายหลังจากการที่มีถึงลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก เมื่อซีซั่น 2013-14 ทำให้ "หงส์แดง" นั้นจัดการคว้าผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพถึง 8 คนด้วยกัน ซึ่งประกอบไปด้วย มาริโอ บาโลเตลลี่, ริคกี้ แลมเบิร์ต, ลาซาร์ มาร์โควิช, อดัม ลัลลาน่า, เอมเร่ ชาน, ฆาบี มานกีโญ่, เดยัน ลอฟเรน และ อัลแบร์โต้ โมเรโน่
 
ต้องบอกก่อนว่าการได้นักเตะใหม่เข้ามาเยอะนั้นก็ถือเป็นเรื่องดีนะ เพราะว่าปีนี้ ลิเวอร์พูล นั้นได้ตั๋วไปลุยในเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ดูเหมือนว่าผู้เล่นหน้าใหม่นั้นยังไม่ช่วยอะไรทีมได้เลย อย่างเช่น ลาซาร์ มาร์โควิช ถึงแม้จะเป็นนักเตะที่จี๊ดจ๊าด แต่ว่าเขานั้นยังเด็กยังดาวรุ่งอยู่เลย และก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์กับเวทีใหญ่ๆ อย่าง พรีเมียร์ลีก ด้วย ส่วนอีกหลายคนก็เช่นกัน
 
ส่วนผู้เล่นที่คาดหวังว่าจะมาเป็นตัวตายตัวแทนของ หลุยส์ ซัวเรซ อย่าง "เจ้าเกรียนโอ้" มาริโอ บาโลเตลลี่ นั้นก็ยังค้นหาฟอร์มที่ดี และแนวทางการเล่นร่วมกับทีมไม่ค่อยจะเจอ และก็ไม่แปลกที่นักเตะอย่างพี่แกเขาจะโดนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่น เพราะตอนนี้พี่แกยิงไปแค่ประตูเดียวเท่านั้นในสีเสื้อ "หงส์แดง"

3. การได้ ลิเวอร์พูล ได้สิทธ์เข้ามาฟาดแข้งในเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ทุกๆ คนคงจะรู้ดีว่าเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นเป้าหมายที่ทุกๆ สโมสรใฝ่ฝันว่าอยากจะได้เข้าร่วมลงแข่งในรายการนี้ด้วย และแน่นอนว่านี่ก็เป็นการกลับมาลงเล่นในเวที "ยูซีแอล" ของอดีตแชมป์ยุโรป 5 สมัย "หงส์แดง" ครั้งแรกในรอบ 5 ปี
 
และแน่นอนว่ารายการใหญ่ๆ แบบนี้ทุกสโมสรจะต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ โดยการส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสู้ศึกในทุกๆ นัด ซึ่งแน่นอนว่ามันจะส่งผลถึงเกมลีกที่จะเตะก่อนถึงกำหนดการณ์ และในช่วงสัปดาห์ถัดไป เพราะกุนซือนั้นจำเป็นต้องมีการโรเตชั่นนักเตะเพื่อให้ร่างกายของนักเตะนั้นมีสภาพความฟิตที่สมบูรณ์ หรือบางทีก็ส่งผู้เล่นตัวหลักคนหนึ่ลงเล่นทุกๆ เกม ซึ่งแน่นอนว่ามันส่งผลให้สภาพร่างกายนั้นเกิดความเหนื่อยล้า
 
ส่งผลแค่ไหนให้ลองสังเกตดู ลิเวอร์พูล แพ้ แอสตัน วิลล่า คาบ้าน 0-1 จากนั้น 3 วัน ชนะ ลูโดโกเร็ตส์ 2-1 (เกือบไม่ชนะด้วยนะ...แต่ดวงดีได้จุดโทษช่วงทดเจ็บ) และอีก 3 วันบุกไปแพ้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-3

4.ไม่มีเวลาเตรียมพร้อม,วางแผนเรื่องแท็คติก

ข้อนี้อาจจะคล้ายๆ กับข้อที่ 3 นะ เพราะอย่างที่รู้กันว่าเมื่อได้เตะในรายการใหญ่ๆ อย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก การวางแผนเกมต่อเกมนั้นมันจะสร้างความปวดหัวให้กับผู้จัดการทีมมากๆ ซึ่งของแบบนี้นั้นมันไม่สามารถเตรียมการล่วงหน้าได้ เพราะคุณไม่สามารถรู้ได้ว่านักเตะคนนี้จะเจ็บหรือจะฟิตทันไหมในเกมต่างๆ โดยโค้ชนั้นต้องจับตาสังเกตอย่างละเอียดในตอนซ้อมว่านักเตะแต่ละคนของตนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งมันทำให้ยากมากต่อการวางแผนในแต่ละเกม และยิ่งหากต้องเตะ 3 เกมต่อสัปดาห์นั้นขอบอกเลยงานยักษ์สุดๆ

5.ความคาดหวังที่ถูกตั้งไว้, ความกดดันต่างๆ และ โชคดวงชะตา

อย่างที่ทราบกันดีว่าเมื่อปีที่แล้ว ลิเวอร์พูล อาจจะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครองได้ หากว่าพวกเขาไม่แพ้ เชลซี คาบ้าน ซึ่งแค่เสมอก็ยังดี แถมยังบุกไปพลาดท่าเสมอกับ คริสตัล พาเลซ 3-3 ซึ่งพลาดเก็บ 3 คะแนน ซึ่งมันส่งผลให้พวกเขานั้นคว้าอันดับ 2 ไปด้วยคะแนน 84 คะแนน ตามหลัง แมนฯ ซิตี้ 2 คะแนน
 
และแน่นอนจากการลุ้นแชมป์ปีที่แล้วทำให้พวกเขาถูกคาดหวังเอาไว้สูงมากว่าปีนี้จะต้องมีถึงลุ้นแชมป์ และความกดดันนั้นแน่นอนว่ามันจะส่งผลต่อ "หงส์แดง" ในทุกๆ เกม ซึ่งสังเกตดูแต่ละเกมที่พวกเขาลงเล่นในปีนี้ 7 เกมที่ผ่านมา พวกเขาแทบเล่นได้ไม่ค่อยจะเหนือกว่าคู่แข่งสักเท่าไหร่เลย ไม่ว่าจะเจอกับทีมต่ำชั้นกว่ามากก็ตาม
 
นี่ก็เป็น 5 ปัญหาจากทาง "Sky Sports.com" ที่เขาได้เขียนมา ข้อย้ำอีกครั้งว่าผมอ้างอิงเขามาไม่ได้คิดเอง แต่ส่วนตัวแล้วหลังจากอ่านมาข้อมูลต่างๆ นี้มันก็เข้าข่ายอยู่นะ จะเชื่อหรือไม่นั้นก็แล้วแต่ท่านนะ...ส่วนเรื่องราวข้อ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น...ก็คงต้องติดตามกันต่อไปนะ

HaMu