กางผลงานทีม "เสือใต้" ทำไมครองจ่าฝูงบุนเดสลีกาในตอนนี้

กางผลงานทีม "เสือใต้" ทำไมครองจ่าฝูงบุนเดสลีกาในตอนนี้
Bundesliga

สนับสนุนเนื้อหา

ทีม “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค กลับมายึดตำแหน่งจ่าฝูงได้อีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันบัลลังก์แชมป์ลีกสูงสุดของเยอรมนีให้ได้อีกสมัยหนึ่ง ดูเผินๆ แล้วก็อาจจะเหมือนหนังม้วนเดิมที่ทีมยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นบาวาเรียมักโกยแต้มนำคู่แข่งบนตารางลีกเสมอ แต่จริงๆ แล้วเรื่องราวมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด มาส่องผลงานตลอดฤดูกาลจนถึงตอนนี้ของทีมบาเยิร์นกันดูเลยว่าพวกเขาต้องผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้าง

บาเยิร์นเสริมทัพตั้งแต่ก่อนเริ่มฤดูกาลใหม่ด้วยการคว้าตัวสองแข้งดีกรีแชมป์โลกชาวฝรั่งเศสอย่างลูคัส แอร์กน็องเดซ มาจากแอตเลติโก มาดริด และเบนฌาแม็ง ปาวาร์ จากเฟาเอฟเบ ชตุทท์การ์ท มาเสริมแกร่งในแนวรับ นอกจากนี้ยังเสริมเกมรุกด้วยการคว้าตัวฟิลิปเป้ คูตินโญ่ จากบาร์เซโลน่า และอิวาน เปริซิช จากอินเตอร์ มิลาน บวกกับศูนย์หน้าดาวรุ่งของฮัมบวร์ก อย่างฟีเท่อ อาร์พ

buiiiz2
ขุนพลทั้งหมดที่เสริมเข้ามาก็เพื่อชดเชยการสูญเสียนักเตะที่กลายเป็นตำนานแห่งสโมสรอย่างอาร์เยน ร็อบเบน ที่แขวนสตั๊ดและฟรองค์ ริเบรี ที่ย้ายไปยังฟิออเรนติน่า หลังรับใช้สโมสรมากว่าทศวรรษ นอกจากนี้ยังมีนักเตะตัวเก่งที่ย้ายออกไปอย่างมัตส์ ฮุมเมิลส์ ที่กลับไปอยู่กับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ราฟินญ่า ที่กลับไปเล่นในบราซิลบ้านเกิดกับทีมฟลาเมงโก้ และฮาเมส โรดริเกซ ที่ย้ายกลับไปยังเรอัล มาดริด

ทีมแชมป์เก่าเกือบพลาดท่าพ่ายคาบ้านตั้งแต่เกมแรกเมื่อลงเล่นนัดเปิดฤดูกาลพบกับแฮร์ธ่า เบอร์ลิน โชคดีที่ได้ศูนย์หน้าเจ้าเก่าอย่างโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เหมา 2 ประตูช่วยให้ทีมเสมอไป 2-2 แต่ต่อจากนั้นพวกเขาเก็บชัยชนะได้ 4 เกมรวดและยันเสมอกับแอร์เบ ไลป์ซิก อีกหนึ่งสโมสรที่ขึ้นมาลุ้นแชมป์บุนเดสลีกาอย่างเต็มตัวในซีซั่นนี้ ถือว่าพวกเขาทำผลงานในช่วงเปิดฤดูกาลได้ดีพอจะรั้งจ่าฝูงได้หลังจบแมตช์เดย์ 6

ในเวทีแชมป์เปียนส์ลีก พวกเขาไล่ถล่มสเปอร์สรองแชมป์เก่าไปขาดลอย 7-2 ประตู แต่แล้วก็มาพลาดท่าพ่ายคาบ้านนัดแรกของฤดูกาลให้กับฮอฟเฟนไฮม์ในศึกบุนเดสลีกาด้วยสกอร์ 1-2 จากนั้นฟอร์มของทีม “เสือใต้” ก็เริ่มลุ่มๆ ดอนๆ การตามตีเสมอเอาก์สบวร์ก ในช่วงทดเวลาและการพ่ายแพ้แก่ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 5-1 ประตูทำให้บาเยิร์นต้องร่วงลงไปอยู่อันดับที่ 4 เป็นรองโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค ที่นำเป็นจ่าฝูงอยู่ 4 แต้ม และยังนำไปสู่การโบกมืออำลาสโมสรของนิโก้ โควัช ในที่สุด ซึ่งสโมสรได้แต่งตั้งฮันซี่ ฟลิค เข้ามารั้งบังเหียนต่อจากโควัชทันที

44444
ผลงานการคุมทีมของอดีตมิดฟิลด์ “เสือใต้” นั้นน่าประทับใจอย่างยิ่ง เขาพาทีมถล่มดอร์ทมุนด์ 4-0 ประตู ตามด้วยการไล่อัดฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ ไปด้วยสกอร์เดียวกัน ทุกอย่างทำท่าจะไปด้วยสวย แต่แล้วพวกเขาก็แพ้คาบ้านอีกหนให้กับไบเออร์ เลเวอร์คูเซน และแพ้อีกเกมติดต่อกันให้กับกลัดบัคที่กำลังนำจ่าฝูงในขณะนั้น

บาเยิร์นหล่นลงไปอยู่ในอันดับที่ 7 ของตารางหลังจบแมตช์เดย์ที่ 14 ตามหลังจ่าฝูง 7 คะแนน แต่พลพรรค “เสือใต้” ก็เมาหมัดได้ไม่นาน พวกเขาเอาชนะสเปอร์สได้อีกครั้งในศึกยูซีแอล และมาได้คูตินโญ่ ที่โชว์ฟอร์มหรูซัดแฮตทริกบวกกับสองแอสซิสต์พาทีมเอาชนะแวร์เดอร์ เบรเมน ในเกมลีกไปได้ถึง 6-1 ประตู จุดประกายให้ทีม “เสือใต้” เดินเครื่องลุยเต็มสูบอีกครั้ง ในช่วงครึ่งฤดูกาลแรกพวกเขาขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3 ตัดระยะห่างจากจ่าฝูงอย่างไลป์ซิกเหลือเพียง 4 แต้ม

หลังจากเริ่มปี 2020 ทีมแชมป์เก่าก็เดินหน้ายิงประตูต่อเนื่องถึง 9 ลูกใส่แฮร์ธ่า เบอร์ลินและชาลเค่อ โดยที่ไม่เสียประตูเลย พวกเขาเก็บชัยชนะได้ถึง 6 นัดและเสมอ 1 นัด ทะยานขึ้นมานำเป็นจ่าฝูงโดยทำแต้มเหนือรองจ่าฝูงอย่างดอร์ทมุนด์ 4 คะแนน นอกจากนี้ยังผ่านทะลุถึงรอบรองชนะเลิศศึกเดเอฟเบ คัพ และกำลังจะผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายศึกยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีกด้วยฟอร์มอันร้อนแรง

buiiiz3
นักเตะที่เป็นกุญแจสำคัญของบาเยิร์นในซีซั่นนี้ก็คือโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ศูนย์หน้าชาวโปแลนด์วัย 31 ปีที่ยิ่งแก่ ก็ยิ่งเก่ง โชว์ฟอร์มดีวันดีคืน เขาสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับบุนเดสลีกาด้วยการยิงประตูตลอด 11 นัดแรกของฤดูกาล ขยับสถิติยิงในบุนเดสลีการวมไปเป็น 227 ประตูจากการลงเล่น 313 นัด ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3 ในทำเนียบดาวยิงตลอดกาลบุนเดสลีกา

อดีตดาวยิงของดอร์ทมุนด์คนนี้โชคร้ายได้รับบาดเจ็บเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเขากำลังใช้โอกาสในช่วงที่ศึกบุนเดสลีกามีอันต้องพักการแข่งขันชั่วคราวในการรักษาตัว โดยที่ในตอนนี้เขาก็ยังคงนำเป็นดาวซัลโวในลีกอยู่ด้วยผลงาน 25 ประตูหลังจากที่เคยคว้ารางวัลดาวซัลโวมาแล้ว 4 สมัย

buiiiz4
สำหรับในศึกบุนเดสลีกา ทีมบาเยิร์น มิวนิคยิงประตูคู่แข่งไปแล้วรวม 73 ประตูจาก 25 นัด ชนะคู่แข่งได้ 17 นัดซึ่งมีถึง 9 นัดที่ยิงได้ 4 ประตูขึ้นไป จุดเปลี่ยนที่ทำให้บาเยิร์นกลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้งน่าจะอยู่ที่การเข้ามาคุมทีมของฮันซี่ ฟลิคในเดือนพฤศจิกายน โดยฟลิคสามารถพาทีมเอาชนะดอร์ทมุนด์ได้ในศึก “แดร์ คลาสสิกเคอร์” ถึง 4-0 ประตู และเป็นการเอาชนะทีม “เสือเหลือง” ในบ้านเป็นนัดที่ 6 ติดต่อกัน เสริมความมั่นใจให้ขุนพลนักเตะทีม “เสือใต้” ได้มากมายทีเดียว

ส่วนอีกคนที่ถือว่าเป็น “เซอร์ไพรส์” ของทีมก็คือ โทมัส มุลเลอร์ ทั้งที่หลายคนเชื่อว่ามึลเลอร์น่าจะหมดพิษสงไปแล้ว แต่แข้งวัย 30 ปีดีกรีแชมป์โลกกลับโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมเช่นเคย เขาจ่ายแอสซิสต์สูงสุดในลีกถึง 16 ครั้งแถมยังยิงเองอีกได้ 6 ประตู มึลเลอร์จึงกลายเป็นลูกรักของฟลิคไปอย่างไม่ต้องสงสัย

buiiiz666
อีกรายที่เป็นเซอร์ไพรส์เล็กๆ ของทีม “เสือใต้” ก็คือ โยชัว เซียร์คซี ดาวรุ่งชาวดัตช์ที่ทำประตูได้ตั้งแต่สัมผัสแรกในแมตช์เดย์ที่ 16 และในสัปดาห์ต่อมาเขาก็ยิงแบบเดียวกันเพื่อยืนยันว่าไม่ได้ฟลุ้ค ก่อนที่จะถูกจับลงเป็นหนึ่งใน 11 ตัวจริงขุนพล “เสือใต้” แทนที่เลวานดอฟสกี้ที่ได้รับบาดเจ็บ และเซียร์คซีก็สามารถยิงประตูได้อีกด้วย

ยังมีอีกหนึ่งนักเตะต้องพูดถึงก็คือแข้งดาวรุ่งชาวแคนาดาอย่างอัลฟอนโซ เดวีส์ ที่ได้โอกาสลงเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายแทนที่ดาวิด อาลาบา ที่ถูกจับไปยืนเซ็นเตอร์ขัดตาทัพเนื่องจากอาการบาดเจ็บเล่นงานของเหล่ากองหลัง แม้เดวีส์จะเล่นตำแหน่งปีกมาก่อน แต่เขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในตำแหน่งใหม่จนเรียกว่าแจ้งเกิดในบุนเดสลีกาสำเร็จหลังจากออกสตาร์ทในเวทีบุนเดสลีกาได้เพียงไม่นาน

buiiiz5
เดวีส์ไม่เพียงมาช่วยอุดรอยรั่วในแผงรับของบาเยิร์น แต่ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพในเกมรุก เขาทำประตูในลีกไป 1 ลูก ยิงในศึกยูซีแอล 4 ลูก และมีอัตราจ่ายบอลสำเร็จสูงกว่า 90% ทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้นผลงานของเดวีส์จากเกมแชมเปียนส์ลีกที่บาเยิร์นบุกไปทุบเชลซีได้ 0-3 ประตูก็ยิ่งทำให้อดคิดไม่ได้ว่าเจ้าหนูวัย 19 ปีจากแคนาดาคนนี้นี่แหละ ที่พาบาเยิร์นมาอยู่ในจุดๆ นี้ได้ในซีซั่นนี้...