[OPINION] 4 เหตุผลที่ "โอเล กุนนาร์ โซลชา" ควรได้ไปต่อกับปีศาจแดง

[OPINION] 4 เหตุผลที่ "โอเล กุนนาร์ โซลชา" ควรได้ไปต่อกับปีศาจแดง
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

นับตั้งแต่หลังปิดตลาดซื้อขายช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้ชนิดที่ต้องลุกขึ้นปรบมือกันทั้งบ้านทั้งเมือง พวกเขาลงเล่นทั้งหมด 8 เกมรวมทุกรายการ สามารถเก็บชัยชนะได้ 5 นัดและเสมอ 3 นัด ยิ่งเมื่อนับเป็น 10 เกมหลังสุดทีม ปีศาจแดง เก็บชัยได้ถึง 7 นัด และก้าวขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ใน พรีเมียร์ลีก  เป็นที่เรียบร้อย

แน่นอนว่าความร้อนแรงเกินห้ามใจนี้ส่วนหนึ่งมาจากการกำเนิดจากหลุมของซาตานตัวใหม่อย่าง บรูโน มาร์ เอ้ย แฟร์นันเดส ที่มีส่วนเข้ามากระตุ้นให้ทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและก้าวขึ้นมามีลุ้นพื้นที่ ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก อย่างเต็มตัวอีกครั้ง

แต่ในขณะที่หลายคนกำลังหลงไหลได้ปลื้มกับผลงานอันเอกอุของกองกลางชาวโปรตุกีส มีชายผู้หนึ่งกำลังยืนยิ้มตาเป็นประกายพลางมองดูผลงานของลูกทีมด้วยความภาคภูมิใจอยู่เบื้องหลัง

ชายผู้นั้นคือ โอเล กุนนาร์ โซลชา

ก่อนหน้านี้เสียงก่นด่าและไล่ส่งดังขึ้นมาเป็นระยะจากผลงานที่ขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนกับรถไฟเหาะตีลังกา เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวดีใจ ทำแฟนบอลเหมือนคนเป็นไบโพลามาเกือบทั้งฤดูกาล

แต่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมากับผลงานที่ยอดเยี่ยมและไล่จี้ เชลซี ทีมอันดับ 4 จนเหลือ 3 คะแนน หลายคนเริ่มมีความหวัง และเป็นความหวังที่ไม่ลม ๆ แล้ง ๆ เมื่อพวกเขามี บรูโน แฟร์นันเดส ที่แสดงความคุ้มค่าตัวตั้งแต่เดือนแรกที่ลงสนามให้กับทีม

ด้วยเหตุนี้ทำให้หลายคนหันมามองที่ โซลชา ว่าหรือชายคนนี้จะเป็นผู้วิเศษ เอ้ย หรือเขาคือคนที่ ยููไนเต็ด ตามหามานาน ขอเพียงแค่ให้เวลาเขาได้สร้างทีมอย่างที่ตั้งใจ ความยิ่งใหญ่ก็จะกลับคืนมา

ดังนั้นด้วยผลงานที่เห็นและแนวโน้มที่น่าจะออกมาดีในอนาคต นี่จึงเป็น 4 เหตุผลที่เราควรให้โอกาส น้าโอเล ได้ไปต่อกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในซีซันหน้า

1. แท็คติกและแผนการเล่นที่ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่Bernardo Silva,Bruno FernandesLaurence Griffiths/GettyImages

โซลชา มักโดนบ่นเรื่องการวางแผนการเล่นและการแก้เกมอยู่เป็นประจำ ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วเจ้าตัวก็ไม่ได้มีแผนอะไรซับซ้อน เราจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมา ยูไนเต็ด มีแนวทางการเล่น 2 แบบ แบบหนึ่งไว้ใช้กับทีมเล็กและทีมกลางตารางซึ่งพวกเขามักจะเป็นฝ่ายครองบอลเพื่อบุกทำประตู อีกแบบหนึ่งในเกมที่เจอกับทีมระดับเดียวกันเกมสวนกลับจะถูกงัดออกมาใช้เป็นพื้นฐาน

ว่ากันตามตรงแท็คติกแบบนี้มันไม่ได้มีอะไรผิดพลาด เพียงแค่คุณภาพของนักเตะที่มีอยู่ในมือมันยังไม่สามารถเล่นได้ตามแผนที่วางไว้เท่านั้น นั่นจึงเป็นที่มาของการทำผลงานกับทีมเล็กไม่ได้เรื่อง แต่ดันไปเก่งกับทีมใหญ่ ซึ่งเอาเข้าจริงทีมเล็กมันก็มีมากกว่าทีมใหญ่เสียด้วย การเอาชนะ ลิเวอร์พูล , แมนเชสเตอร์ ซิตี้ , เชลซี , อาร์เซนอล  และ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์  ได้แบบไปกลับเต็มที่ก็ได้ 30 คะแนน แถมไม่ใช่งานง่าย สู้ไปเอาชนะทีมขนาดกลางและขนาดเล็กอีก 14 ทีมยังมีสิทธิลุ้นแชมป์มากกว่า

แต่พอได้ บรูโน เฟอร์นันเดส เข้ามาเติมในแนวรุกกลายเป็นว่า 5 เกมหลังสุดใน พรีเมียร์ลีก นั้นพวกเขาเก็บได้ถึง 11 คะแนนจาก 15 คะแนนเต็ม และรูปทรงของเกมก็ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาเลยทีเดียว

นี่จึงน่าจะเป็นข้อพิสูจน์ว่าแท็คติกและแผนการเล่นของ โซลชา นั้นไม่ได้แย่อย่างที่หลายคนค่อนขอด เพียงแต่ศักยภาพของนักเตะยังไม่สามารถตอบสนองสิ่งที่เขาติดตั้งให้กับทีมได้ และถ้าจะคิดเข้าข้างตัวเองอีกหน่อยว่าในช่วงซัมเมอร์นี้หาก เอ็ด วู้ดเวิร์ด จัดการดึงตัวนักเตะอย่าง แจ็ค กรีลิช, เจมส์ แมดดิสัน และ เจดอน ซานโช มาร่วมทีมได้ คิดดูว่าพวกเขาจะน่ากลัวขขนาดไหน

2. เข้าใจปรัชญาของ ปีศาจแดง อย่างลึกซึ้งFormer Manchester United footballer andAFP/GettyImages

ด้วยความที่เคยเป็นนักเตะที่ค้าแข้งกับทีมมาอย่างยาวนาน โซลชา น่าจะได้ซึมซับถึงรากฐานและปรัชญาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกับการได้ร่วมงานกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือผู้วางรากฐานให้กับสโมสรตลอด 26 ปี

กุนซือนอร์วีเจี้ยนได้เห็นถึงพัฒนาการและได้รับรู้ความเป็นไปของสโมสรตลอดช่วงเวลาที่ค้าแข้งอยู่ที่นั่น สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาสามารถนำมาปรับใช้ในการคุมทีม เขาค่อย ๆ สร้างทีมอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามปรัชญาของสโมสรแต่ก็ไม่ลืมที่จะใส่ความเป็นตัวเองลงไปด้วย ซึ่งดูได้จากการให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งอย่างมากมายในซีซันนี้

อย่างไรก็ตามด้วยการที่กระแสธารความร้อนแรงของ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วง 2 ปีหลังมานี้ อาจทำให้แฟนบอลอดรนทนไม่ไหวกับการวางรากฐานที่ โซลชา กำลังทำอยู่ ยามที่ทีมพ่ายแพ้เราจึงได้ยินเสียงก่นด่าว่ามือไม่ถึงหรือไร้กึ๋นในการแก้เกม แต่ก็อย่าลืมว่านี่คือฤดูกาลแรกของเจ้าตัวเท่านั้น กับทรัพยากรที่มีอยู่ในมือและการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพาทีมกลับขึ้นมาเป็นเต้ยใน พรีเมียร์ลีก ได้ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

สิ่งที่สำคัญคือ แฟนบอล ปีศาจแดง ต้องไม่ลืมว่ากว่าที่ เซอร์ อเล็กซ์ จะพาทีมกลับสู่ความยิ่งใหญ่ได้นั้นเขาต้องใช้เวลาเกือบ 7 ปีกว่าจะกลับมาคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้เมื่อปี 1992 และหลังจากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ติดเครื่องยาวจนกลายเป็นทีมอันดับหนึ่งของเกาะอังกฤษจนถึงทุกวันนี้

คำว่า 'รากฐาน' และ 'การรอคอย' นั้นไม่ใช่เรื่องที่เชยจนเกินไปในยุคที่ความยิ่งใหญ่ของฟุตบอลถูกเสกด้วยเม็ดเงินมหาศาล เพราะท้ายที่สุดแล้วความยั่งยืนของสโมสรหนึ่ง ๆ ต้องมาจากปรัชญาของการทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ซึ่ง โซลชา เข้าใจเรื่องพวกนี้ดี เพียงแต่แฟนบอลนั้นจะเรับรู้เหมือนกันหรือไม่ เท่านั้นเอง

3. เป็นที่ปลาบปลื้มของบอร์ดบริหารFBL-ENG-PR-MAN CITY-MAN UTDPAUL ELLIS/GettyImages

สาเหตุที่ 2 กุนซือผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการลูกหนังอย่าง โชเซ มูรินโญ และ หลุยส์ ฟาน กัล ต้องเก็บของม้วนเสื่อออกจากถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ส่วนหนึ่งมาจากความอหังการของทั้งคู่ ด้วยการที่เป็นกุนซือที่ประสบความสำเร็จเกือบทุกอย่างบนโลกลูกหนัง ดังนั้นไม่ว่าสโมสรจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน พวกเขาก็ต้องการสิทธิขาดในการตัดสินใจและการสนับสนุนอย่างไม่อิดออดจากบอร์ดบริหารหากต้องการกลับมายืนบนยอดเขาอีกครั้ง ซึ่งสุดท้ายแล้วทั้งสองฝ่ายก็ไปด้วยกันไม่ได้ และจากกันไม่ค่อยจะดีซักเท่าไหร่

ผิดกับชายที่ชื่อ โอเล กุนนาร์ โซลชา อดีตแข้งอันเป็นที่รักของแฟนบอล ด้วยบุคลิกภาพที่เป็นคนถ่อมตัวและมีความอดทนสูงเนื่องจากผ่านประสบการณ์ของการเคยเป็นตัวสำรองอดทนมาตลอดช่วงเวลาที่เล่นในโรงละครแห่งความฝัน ทำให้เขาเป็นกุนซือที่ไม่ค่อยมีปากมีเสียงกับพวกใส่สูทผูกไทน์ซักเท่าไหร่นัก

น้าโอเล ไม่เคยออกมาบ่นเรื่องการเสริมทัพเลยแม้แต่ครั้งเดียว ช่วงซัมเมอร์ที่พวกเขาปล่อย 2 กองหน้าอย่าง โลเมลู ลูกากู และ อเล็กซิส ซานเชซ ออกจากทีมและไม่ได้ใครกลับมาเลย ถ้าเป็น มูรินโญ หรือ ฟาน กัล คงมีเม้งแตกกันในออฟฟิศหรือไม่ก็มีการออกมาให้สัมภาษณ์เชิงแดกดันบอร์ดบริหารกันบ้าง

แต่กับนายใหญ่วัย 47 ปี เจ้าตัวกลับออกมาบอกว่า ไม่เป็นไรครับ ผมมีแผนไว้แล้ว ซึ่งเอาเข้าจริงก็ไม่รู้ว่าจริง ๆ มีแผนหรือเปล่า แต่แค่นี้ก็ทำให้บอร์ดสบายใจไม่ต้องรบรากับกุนซือของตัวเองให้เมื่อยตุ้มแล้ว เราจึงไม่ต้องแปลกใจว่าช่วงที่ผลงานของทีมตกต่ำนั้นทำไม โซลชา จึงยังหนังเหนียวไม่โดนไล่ออกซักที และสามารถเอาตัวรอดมาสร้างผลงานได้อย่างน่าพอใจในตอนนี้ 

4. ให้ความสำคัญกับนักเตะดาวรุ่งFBL-EUR-C3-MAN UTD-BRUGGEOLI SCARFF/GettyImages

ด้วยการที่สมัยค้าแข้งนั้นคงได้คลุกคลีตีโมงกับบรรดานักเตะ 'คลาส ออฟ 92' ทั้ง พอล สโคลส์, พี่น้องเนวิลล์, นิคกี้ บัตต์ และ เดวิด เบ็คแฮม ทำให้ โซลชา มองเห็นปรัชญาและความสำคัญของระบบนักเตะเยาวชนของ แมนฯ ยูไนเต็ด และเมื่อเขาแขวนสตั๊ดก็ได้เข้ารับงานคุมทีมเยาวชนของสโมสรซึ่งก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วย

จึงไม่น่าแปลกใจที่เมื่อเจ้าตัวก้าวขึ้นมาเป็นกุนซือใหญ่ในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด เราจะได้เห็นการใช้งานนักเตะอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด,  เจสซี ลินการ์ด, อันเดรียส เปเรย์รา และ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ อย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยการดันแข้งดาวรุ่งอย่าง เมสัน กรีนวู้ด, แองเจล โกเมส, ตาฮิต ชอง, อักเซล ตวนเซเบ้ และ แบรนดอน วิลเลียมส์ ประเดิมทีมชุดใหญ่กันบ้างแล้ว

แน่นอนว่าดาวรุ่งเหล่านี้อาจจะไม่ได้เก่งกาจและดีพอที่จะเป็นตัวจริงได้ทุกเกม แต่การให้โอกาสดาวรุ่งนั้นเท่ากับว่าเป็นการรักษาจิตวิญญาณและปรัชญาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของ แมนฯ ยูไนเต็ด และพวกเขาเป็นทีมที่ไม่เคยขาดแคลนนักเตะฝีเท้าดีจากอคาเดมี

ดังนั้นตราบใดที่ โซลชา ยังนั่งทำงานในถิ่น โอดล์ แทรฟฟอร์ด เราก็จะได้เห็นบรรดาแข้งอายุน้อยเรียงหน้าแจ้งเกิดกันอย่างต่อเนื่องซึ่งในแง่ของการบริหารนั้นย่อมเป็นอะไรที่ถูกใจบอร์ดด้วย เนื่องจากพวกเขาไม่ต้องเสียเงินซื้อนักเตะค่าตัวแพงและไม่ต้องจ่ายค่าเหนื่อยระดับมหาศาลให้เปลืองงบอีกด้วย