พรีวิวพรีเมียร์ลีก : "ลิเวอร์พูล VS บอร์นมัธ"

พรีวิวพรีเมียร์ลีก : "ลิเวอร์พูล VS บอร์นมัธ"
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2019/20 นัดที่ 29
วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2020
เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ลิเวอร์พูล VS บอร์นมัธ
สนาม แอนฟิลด์
ถ่ายทอดสด True Premier Football HD 1 (600)

ความพร้อมของทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล

ไม่น่าเชื่อว่าทีมของ เยอร์เกน คล็อปป์ จะมีวันร้ายๆกับเขาเช่นกัน ด้วยการแพ้ 3 จาก 4 เกมหลังสุดในทุกรายการ โดยล่าสุดพวกเขาบุกไปพ่าย เชลซี ตกรอบเอฟเอ คัพ เป็นที่เรียบร้อย

สุดสัปดาห์นี้ หงส์แดงมีคิวเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ บอร์นมัธ ทีมอันดับ 18 ที่กำลังดิ้นรนอย่างสุดๆเพื่อหนีการตกชั้น แถมยังพึ่งจะยันเสมอเชลซีมาได้เมื่อสัปดาห์ก่อนอีกด้วย เกมนี้คาดว่าคล็อปป์จะกลับมาใช้ทีมชุดที่ดีที่สุดลงสนามอีกครั้ง หลักจากที่ตัวหลักบางคนได้พักไปในเกมกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องมาลุ้นกันว่าแดนกลางของพลพรรคเร้ด แมชชีน จะสามารถชนกับความแข็งแกร่งในแผงมิดฟิลด์ของผู้มาเยือนได้หรือไม่

สภาพทีมก่อนลงทำการแข่งขัน จะยังไม่สามารถใช้งาน เนธาน ไคลน์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ เซอร์ดาน ชากิรี ที่ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ได้ในเกมนี้ ส่วนผู้เล่นตัวหลักรายอื่นๆ ฟิตเต็มที่พร้อมเป็นตัวเลือกให้ เยอร์เกน คล็อปป์ ในเกมนี้ทั้งหมด

คาดการณ์ 11 ตัวจริง : 4-3-3
ผู้รักษาประตู อลิสซอน
กองหลัง อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โกเมซ, ฟาน ไดค์, โรเบิร์ตสัน
กองกลาง อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน, ฟาบินโญ, ไวจ์นัลดุม
กองหน้า ซาลาห์, ฟิร์มิโน, มาเน

บอร์นมัธ

แม้ฟอร์มในช่วงหลังจะไม่ดีเท่าใดนักจนอันดับร่วงลงมาอยู่ในโซนตกชั้น แต่เกมล่าสุดพวกเขาก็เกือบจะคว้า 3 แต้มจาก เชลซี มาได้ ชนิดที่โดนตีเสมอในช่วงท้ายเกมอย่างน่าเสียดาย

มาที่เกมวันเสาร์นี้ พวกเขาต้องรับศึกหนักอีกครั้งด้วยการออกไปเยือนถิ่นแอนฟิลด์ รังเหย้าของลิเวอร์พูล ซึ่งเกมแรกที่พบกันในไวทัลลิตี สเตเดียม พวกเขาโดนอัดเละคาบ้าน 0-3 แต่ชั่วโมงนี้ต้องบอกฟอร์มของหงส์แดงเองกำลังอยู่ในช่วงขาดความมั่นใจ เพราะงั้นจึงพอมีโอกาสที่พวกเขาอาจจะบุกมามีแต้มติดมือกลับไปได้ในวันนี้

สภาพทีม ณ ปัจจุบัน จะยังไม่สามารถใช้งาน เดวิด โบรกส์, ชาร์ลี แดเนียลส์ และ คริส เมแฟม ที่ยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บอยู่ได้เป็นที่แน่นอนแล้ว

คาดการณ์ 11 ตัวจริง : 4-4-2
ผู้รักษาประตู แรมส์เดล
กองหลัง สมิธ, คุก, อาเก, ริโก
กองกลาง กอสลิง, เลอร์มา, บิลลิง, เฟรเซอร์
กองหน้า ค.วิลสัน, คิง

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ลิเวอร์พูล (ชนะ 2 เสมอ 0 แพ้ 3)
4 มี.ค. FA เชลซี 2-0 ลิเวอร์พูล
1 มี.ค. PL วัตฟอร์ด 3-0 ลิเวอร์พูล
25 ก.พ. PL ลิเวอร์พูล 3-2 เวสต์แฮม
19 ก.พ. UCL แอตฯ มาดริด 1-0 ลิเวอร์พูล
16 ก.พ. PL นอริช 0-1 ลิเวอร์พูล

บอร์นมัธ (ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 3)
29 ก.พ. PL บอร์นมัธ 2-2 เชลซี
22 ก.พ. PL เบิร์นลีย์ 3-0 บอร์นมัธ
9 ก.พ. PL เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 บอร์นมัธ
1 ก.พ. PL บอร์นมัธ 2-1 แอสตัน วิลลา
28 ม.ค. FA บอร์นมัธ 1-2 อาร์เซนอล

เฮดทูเฮด (ลิเวอร์พูล ชนะ 5 เสมอ 0 บอร์นมัธ ชนะ 0)
07/12/19 PL บอร์นมัธ 0-3 ลิเวอร์พูล
09/02/19 PL ลิเวอร์พูล 3-0 บอร์นมัธ
08/12/18 PL บอร์นมัธ 0-4 ลิเวอร์พูล
14/04/18 PL ลิเวอร์พูล 3-0 บอร์นมัธ
17/12/17 PL บอร์นมัธ 0-4 ลิเวอร์พูล

*PL = พรีเมียร์ลีก / FA = เอฟเอ คัพ/ UCL = ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

สถิติจาก OPTA ที่น่าสนใจ

- 5 นัดหลังสุดที่ทั้งคู่พบกัน ลิเวอร์พูลสามารถเอาชนะไปได้ทั้งหมด โดยยิงได้ถึง 17 ลูกและไม่เสียเลยแม้แต่ประตูเดียว
- 16 เกมในทุกรายการที่ทั้งสองทีมเคยพบกัน บอร์นมัธชนะไปได้เพียงเกมเดียวเท่านั้น (ชนะ 1 เสมอ 3 แพ้ 12) เมื่อเดือน ธันวาคม ปี 2016
- 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีกที่ทั้งคู่พบกัน หงส์แดงเอาชนะด้วยการยิง 3 ประตูขึ้นไปทั้งสิ้น โดยทีมล่าสุดที่เอาชนะคู่แข่งทีมเดิมในเกมลีก 6 นัดติดต่อกัน และยิงได้มากกว่า 2 ประตูทุกเกม คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน ในช่วงปี 1902-05
- พลพรรคเดอะ ค็อป ยิงประตูใส่บอร์นมัธได้ถึง 17 ประตูติดต่อกันโดยที่ไม่เสียเลยแม้แต่ลูกเดียว ซึ่งในประวัติศาสตร์สโมสร ครั้งเดียวที่พวกเขายิงประตูคู่แข่งทีมเดิมติดต่อกันได้มากกว่าคือ ช่วงปี 2002-11 (26 ประตู ยิงใส่เวสต์บรอมวิช)
- ทีมเยือนไม่เคยบุกมาเอาชนะทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ได้เลยตลอดในเกมลีก 8 นัดที่ผ่านมา (ชนะ 0 เสมอ 1 แพ้ 7) มีเพียงทีมเดียวที่ไม่เคยบุกมาชนะมากกว่าพวกเขาคือ ฮัลล์ ซิตี้ (10 เกม)
- ลิเวอร์พูลไม่แพ้เกมลีกในแอนฟิลด์มาแล้ว 54 นัดติดต่อกัน (ชนะ 44 เสมอ 10 แพ้ 0) โดยเป็นการเอาชนะได้ 21 ครั้งหลังสุด ซึ่งหากพวกเขาเอาชนะในเกมนี้ จะทำสถิติชนะติดต่อกันในบ้านมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกทันที
​- บอร์นมัธแพ้ 8 จาก 9 เกมหลังสุดที่ออกไปเยือนคู่แข่งในลีก (ชนะ 1 เสมอ 0 แพ้ 8)
- หงส์แดงไม่เคยแพ้ใครในเกมลีก 2 นัดติดต่อกันตั้งแต่ปี 2015 ภายใต้ยุคของ แบรนเดน ร็อดเจอร์ส
- ทีมของ เยอร์เกน คล็อปป์ เสียประตูในสองเกมลีกหลังสุด เทียบเท่ากับ 14 นัดก่อนหน้านั้นในพรีเมียร์ลีก (5 ประตู)
- โม ซาลาห์ ยิงประตูได้ทุกนัดที่ลงสนามพบกับบอร์นมัธ (5 นัดติดต่อกัน) และทำไปได้ 7 ประตูด้วยกัน
- 13 จาก 15 ประตูของซาลาห์ เป็นการยิงในแอนฟิลด์ทั้งหมด