ชำแหละทุกประเด็นร้อนหลัง เรือใบ เถลิงแชมป์ คาราบาว คัพ

ชำแหละทุกประเด็นร้อนหลัง เรือใบ เถลิงแชมป์ คาราบาว คัพ
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เถลิงบัลลังก์แชมป์ คาราบาว คัพ เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันเมื่อเอาชนะ แอสตัน วิลลา ด้วยสกอร์ 2-1 จากประตูของ เซร์คิโอ อเกวโร และ โรดรี

Sergio Aguero,Phil FodenMichael Regan/GettyImagesเรือใบสีฟ้า ใช้เวลาเพียงแค่ 20 นาที พวกเขาก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 เมื่อการวางบอลของ โรดรี จากบริเวณหน้ากรอบเขตโทษไปถึง ฟิล โฟเด้น บริเวณกรอบ 6 หลา มิดฟิลด์ชาว อังกฤษ โหม่งย้อนให้ อเกวโร วิ่งเข้ามายิงด้วยขวา บอลกระดอนลงพื้นผ่านมือนายทวาร วิลลา ตุงตาข่าย

ให้หลังจากนั้นเพียง 10 นาที ซิตี้ หนีห่างเป็น 2-0 อย่างรวดเร็วจากจังหวะลูกเตะมุมที่ อิลคาย กุนโดกัน โยนโค้งไปเข้าหัว โรดรี ขึ้นโขกเหน่งๆ 

เกมในครึ่งแรกทำท่าจะจบด้วยสกอร์ดังกล่าว แต่แล้วความผิดพลาดของ จอห์น สโตนส์ ที่ลื่นล้มจนบอลไปเข้าทาง อาห์เหม็ด เอล กาซี ได้หลุดเลี้ยงจี้จนถึงสุดเส้นหลังก่อนครอสให้ เอ็มบวานา ซามัตต้า พุ่งโขกกดลงพื้นผ่านมือ เคลาดิโอ บราโบ เป็นประตูไล่ตีตื่น 2-1 ในนาทีที่ 41 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ดังกล่าว

รูปเกมในครึ่งหลังยังคงเป็นของพลพรรค ซิตีเซนส์ โดยที่ลูกทีมของ ดีน สมิธ พยายามที่จะตั้งรับอย่างแน่นหนาเพือหาโอกาสสวนกลับเร็วแต่ก็ไม่เป็นผล และจบเกมไปด้วยการเถลิงแชมป์ของ ซิตี้ ในที่สุด

  • แอสตัน วิลลาประเด็นหลังเกม

FBL-ENG-LCUP-ASTON VILLA-MAN CITYADRIAN DENNIS/GettyImages

ดีน สมิธ ปรับรูปแบบการเล่นมาใช้แบ็คโฟร์เพื่อถมแดนกลางหยุดเกมรุกของ แมนฯ ซิตี้ แต่แผนการดังกล่าวกลับไม่เป็นผลนักเมื่อมองจากรูปเกมที่ตกเป็นของยักษ์ใหญ่แห่งเมือง แมนเชสเตอร์ อย่างเห็นได้ชัด

พวกเขามี 5 นาทีแรกและ 5 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรกที่ทำได้น่าพอใจและสามารถฉกฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของ จอห์น สโตนส์ ทำประตูจุดประกายได้สำเร็จ แต่ความเข้มข้มของเกมหลังจากนั้นใน 45 นาทีหลังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงโมเมนตัมให้เกมเข้าทางพวกเขาได้

  • คะแนนนักเตะ เวสต์แฮม

11 ผู้เล่นตัวจริง: นีแลนด์ (6); กิลแบร์ (7), เอ็งเคิลส์ (6), มิงส์ (7), ทาร์เก็ตต์ (6); เอล โมฮามาดี้ (6), นาคัมบา (8), ลุยซ์ (6), กรีลิช (6), เอล กาซี (7); ซามัตตา (7)

 ตัวสำรอง: เทรเซเก้ต์(6), ฮูริฮาน (5), เดวิส (N/A)

  • คีย์แมน - มาร์เวลัส นาคัมบา

Marvelous Nakamba, Sergio AgueroJames Williamson - AMA/GettyImagesมิดฟิลด์ชาว ซิมบับเว แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือล้นและหัวใจหัวใจแห่งความเป็นนักสู้แม้ว่าจะต้องดวลกับบรรดาผู้เล่นเชิงสูงของ เรือใบสีฟ้า ตลอดทั้งเกม ความเป็นไปของนัดชิงชนะเลิศที่ เวมบลีย์ อาจเปลี่ยนแปลงไปจากนี้หากเพื่อนร่วมทีมของเขาสามารถเล่นได้อย่างดุดันเช่นเขา

  • แมนเชสเตอร์ ซิตี้ประเด็นหลังเกม

ลูกทีมของ เป๊บ กวาร์ดิโอลา ยังคงสามารรักษาระดับความร้อนแรงได้ดีใน คาราบาว คัพ แม้ว่าพวกเขาแทบจะหมดลุ้นในทัวร์นาเมนต์ พรีเมียร์ลีก ไปแล้วก็ตามก่อนที่จะได้ชูถ้วยฉลองแชมป์หลังจบ 90 นาทีที่ เวมบลีย์

แม้ว่าจะเป็นถ้วยเล็กในแผ่นดิน อังกฤษ แต่การคว้าความสำเร็จในรายการนี้อีกครั้งในช่วงที่ทีมกำลังเจอปัญหานอกสนามอย่างความเสี่ยงที่จะถูกแบนในทัวร์นาเมนต์ ยุโรป ถือว่าเป็นการเรียกขวัญกำลังใจที่ดีกลับมาอีกครั้ง

พวกเขายังคงเดินหน้าเปิดเกมรุกอย่างไหลลื่น เอาตัวรอดได้จากความผิดพลาดที่ถูกลงโทษของ จอห์น สโตนส์ และยังนับเป็นการคว้าแชมป์ของ เป๊บ 13 ครั้งจากทั้งหมด 14 นัดชิงชนะเลิศอีกด้วย

  • คะแนนนักเตะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

11 ผู้เล่นตัวจริง: บราโบ (6); วอล์คเกอร์ (6), สโตนส์ (5), แฟร์นันดินโญ (7), ซินเชนโก้ (7); กุนโดกัน (6), โรดรี (8); โฟเด้น (8), ซิลบา (6), สเตอร์ลิง (7); อเกวโร (6)

ตัวสำรอง: เดอ บรอยน์ (7), แบร์นาโด้ (6), เชซุส (N/A)

  • คีย์แมน - ฟิล โฟเด้น

FBL-ENG-LCUP-ASTON VILLA-MAN CITYADRIAN DENNIS/GettyImages

แม้จะเป็นเพียงแค่เกมที่ 10 ที่เจ้าหนูวัย 19 ปีได้ออกสตาร์ทให้กับ แมนฯ ซิตี้ ในฤดูกาลนี้แต่เจ้าตัวใช้เวลาเพียงแค่ 20 นาทีที่ เวมบลีย์ ก่อนจะทำแอสซิสต์ครั้งที่ 7 ในซีซันนี้สำเร็จ

 โฟเด้น ทำมีส่วนร่วมกับเกมที่ตำแหน่งตัวรุกฝั่งขวาและกลายเป็นแนวรุกที่โดดเด่นที่สุดของ ซิตี้ เจ้าตัวประสานงานกับทั้ง เซร์คิโอ อเกวโร, ดาบิด ซิลบา และ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้อย่างลื่นไหล น่าสนใจเหลือเกินว่า เป๊บ จะให้โอกาสดาวรุ่งรายนี้ในเกมลีกมากกว่าเดิมหรือไม่หลังจากเห็นฟอร์มของ โฟเด้น ในเกมนี้