[OPINION] จะเกิดอะไรขึ้นหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดนแบน 2 ปีจาก ยูฟ่า

[OPINION] จะเกิดอะไรขึ้นหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดนแบน 2 ปีจาก ยูฟ่า
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

นับเป็นข่าวที่ช็อกใครหลายคนเหมือนกันที่อยู่ดี ๆ แมนเชสเตอร์ ซิตี้  มาโดนแบนจากรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก  จากการประกาศของ ยูฟ่า เมื่อคืนวันศุกร์ต่อเช้าวันเสาร์ตามเวลาบ้านเรา

จริง ๆ จะบอกว่า 'อยู่ดี ๆ' ก็มาโดนแบนมันก็ไม่ถูก เพราะสาเหตุนั้นเกิดจากการตกแต่งบัญชีงบดุลขอลสโมสรเกี่ยวกับเรื่องของรายได้จากสปอนเซอร์ ซึ่งรายละเอียดก็ไปว่ากันทีหลัง

แต่สิ่งที่น่าคิดคือ หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าของทริปเปิลแชมป์เมื่อซีซันที่แล้ว ทั้งเรื่องของผู้จัดการทีม นักเตะ การบริหารงาน หรือแม้แต่ผลงานในช่วงที่เหลือของฤดูกาลทั้งใน พรีเมียร์ลีก  และรายการที่เหลือ

ว่าแล้วก็มาลองไล่เรียงกันดีกว่า

1. อนาคตของ เป๊ป กวาร์ดิโอลาPep GuardiolaCatherine Ivill/GettyImages

คำถามแรกเมื่อตอนที่ข่าวการโดนลงโทษแบนของ แมนฯ ซิตี้ ออกมาคือ แล้ว เป๊ป จะอยู่กับทีมต่อไปหรือไม่?

สำหรับทิศทางของเรื่องนี้ก็มีหลายกระแส ซึ่งในตอนแรกข่าวก็เทไปในประเด็นที่ว่า กุนซือสมองเพชรรายนี้เตรียมเก็บของย้ายทีมแน่นอน เพราะก่อนหน้านั้นก็มีข่าวว่า ยูเวนตุส กำลังให้ความสนใจเพื่อมาสานต่อโปรเจ็ค แชมเปี้ยนส์ลีก ของพวกเขาเหมือนกัน

คิดดูว่า เป๊ป เองได้แชมป์ใน 3 ลีกใหญ่มาหมดแล้ว ทั้ง ลาลีกา, บุนเดสลีกา และ พรีเมียร์ลีก ก็คงจะมี กัลโช เซเรีย อา นี่แหล่ะที่คงจะเติมเต็มความฝันและสร้างประวัติศาสตร์ส่วนตัวให้กับเขาได้

ยังไม่พอ ข่าวเรื่องการหากุนซือคนใหม่ก็ตามมาอย่างไม่ขาดสาย โดยชื่อที่ถูกเอ่ยถึงมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ที่กำลังนั่งดมฝุ่นว่างงานอยู่ 3-4 เดือน

แต่หลังจากนั้นแค่วันเดียวก็มีรายงานข่าวว่า เป๊ป พร้อมที่จะอยู่กินกับ เรือใบสีฟ้า ลำนี้ต่อไปอีกหนึ่งซีซันหรือจนหมดสัญญาที่ทำกันไว้ตามที่เคยออกข่าวก่อนหน้านั้น พลอยทำให้สาวก เดอะสกายบลูส์ ได้มีเรื่องปลอบประโลมกันในวันร้าย ๆ บ้าง

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีบทสรุปอะไรแน่ชัด คงต้องลุ้นกันหลังจบซีซันนี้ต่อไป


2. สตาร์ดังหาทีมใหม่Gabriel Jesus,Raheem SterlingAlex Livesey/GettyImages

เรื่องหนึ่งที่เป็นคำถามตามมาหลังจากข่าวของ เป๊ป ก็คือแล้วบรรดาสตาร์ดังในทีมจะเอายังไงกันต่อไปดี

สื่อหลายสำนักต่างคาดการณ์คล้าย ๆ กันว่า เมื่อซีซันหน้า แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้ไปเลนถ้วยยุโรป นักเตะหลายคนในทีมก็อาจจะต้องอำลาสโมสร เพราะรายได้จะหดหายไปอย่างมหาศาล หรือพูดได้ว่านี่เป็นการตัดงบค่าใช้จ่ายออกไป เพื่อให้บัญชีกลับมาสมดุลเหมือนเดิม

สำหรับนักเตะที่มีการคาดไว้ว่าอาจจะต้องอำลาทีมก็คือ เลรอย ซาเน และ เควิน เดอ บรอยน์

ซาเน นั้นตกเป็นข่าวกับ บาเยิร์น มาเป็นปีแล้ว แต่จ้าตัวดันไปบาดเจ็บหนักเมื่อช่วงต้นซีซัน เลยทำให้ข่าวเงียบไป จนกระทั่งกลับมาอยู่ในกระแสเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา

เสือใต้ คงใช้ช่องนี้เจาะเข้าทำ แมนฯ ซิตี้ เพื่อดึงปีกอินทรีเหล็กไปร่วมทีมให้ได้ และคิดว่าน่าจะปิดดีลกันได้ไม่ยาก

ส่วน เดอ บรอยน์ นั้นแม้เจ้าตัวจะออกมาบอกว่ายังมีความสุขดีกับทีม แต่ด้วยการที่เป็นหนึ่งในนักเตะที่รับค่าเหนื่อยแพงที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่มากพอที่จะต้องกลายเป็นคนที่ต้องไปเหมือนกัน ซึ่งทีมที่พอจะมีเงินจ่ายค่าเหนื่อยระดับนี้ก็มีไม่กี่ทีมบนโลกใบนี้ อย่าง เรอัล มาดริด, บาร์เซโลนา และ เปแอชเช

นอกจาก 2 รายนี้แล้ว อาจจะมีชื่อโผล่เข้ามาบ้าง ทั้ง ราฮีม สเตอร์ลิง, กาเบรียล เชซุส และ จอห์น สโตนส์

อย่างไรก็ตามทุกอย่างก็จะชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อทราบผลการอุทธรณ์

3. โอกาสของตัวสำรองและดาวรุ่งPhil FodenVisionhaus/GettyImages

หากสตาร์ดังพาเหรดกันย้ายทีม พวกนักเตะที่ไม่ค่อยได้ลงสนามหรือดาวรุ่งที่ขึ้นมาอยู่ทีมชุดใหญ่ก็อาจจะได้รับโอกาสมากขึ้น

เหตุผลก็เป็นเพราะว่า ทีมที่ไม่าได้ไป แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นเวลา 2 ปีคงไม่ดึงดูดใจบรรดาพ่อค้าแข้งชื่อดังซักเท่าไหร่นัก ดังนั้นการจะดึงสตาร์ตัวใหม่ ๆ เข้าสู่ทีมจึงเป็นเรื่องที่แทบจะตัดออกไปได้เลย

ฟิล โฟเด้น และ เอริค การ์เซีย เป็น 2 ชื่อที่ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่มาแล้วพักหนึ่งและทำผลงานได้ค่อนข้าวน่าประทับใจ และถ้า เป๊ป อยู่ต่อ เราอาจได้เห็น 2 คนนี้ได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่มากขึ้น รวมไปถึงดาวรุ่งรายอื่น ๆ ที่จะขึ้นมาทดแทนซุปเปอร์สตาร์ที่ย้ายออกจากทีม

นอกจากนั้นบรรดาตัวสำรองฝีเท้าดีที่ยังไม่ค่อยได้รับโอกาสหรือพวกที่ไม่ใช่ตัวหลักก็จะได้ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีม เช่น ชูเอา คันเซโล, อังเคลินโญ ที่ตอนนี้ถูกปล่อยยืมไปให้กับ ไลป์ซิก หรือแม้แต่ จอห์น สโตนส์ ก็อาจจะได้ลงเล่นเป็น 11 คนแรกในซีซันหน้าก็เป็นได้


4. ทีมอันดับ 5 ได้ไป UCL แทนHeung-Min SonVisionhaus/GettyImages

หากผลการอุทธรณ์ไม่เป็นดั่งที่คิดไว้ นั่นหมายความว่าเมื่อ แมนฯ ซิตี้ โดนตัดออกจากการแข่งขันใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ย่อมหมายความว่าทีมอันดับ 5 จะได้สิทธิไปเล่นในถ้วยใหญ่ใบนี้แทน

กฎของ ยูฟ่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ระบุเอาไว้วว่า "หากสโมสรใดไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ ทีมอันดับที่ดีที่สุดรองลงมาจะได้สิทธิ์นี้" นั่นหมายถึงว่า เมื่อทีมอันดับ 2 อย่าง ซิตี้ ไม่ได้ไป โควต้าก็ต้องมาตกอยู่กับทีมอันดับ 5

และเมื่อมาพิจารณาดูการลุ้นอันดับ 5 แล้วด้วยการที่ยังเหลืออยู่ 12-13 เกมจึงมีทีมที่มีสิทธิในโควต้านี้มากถึง 7 ทีมด้วยกัน!

ตอนนี้อันดับ 5 เป็นของ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์  ซึ่งเพิ่งเอาชนะ แอสตัน วิลลา มาได้ 3-2 พวกเขามี 40 คะแนนจากการลงเล่น 26 นัดตามหลัง เชลซี  ที่เล่นไป 25 นัดเพียงแต้มเดียว

นอกนั้นตั้งแต่อันดับ 6 ลงมามีแต้มห่างจากอันดับ 5 ไม่มากตั้งแต่ 1-9 คะแนน ซึ่งทีมเหล่านี้ต้องตัดแต้มกันเองและเหลือเกมอีก 10 กว่านัดอะไรก็เกิดขึ้นได้

จะว่าไป เชลซี เองก็ใช่ว่าจะหายใจหายคึอได้สะดวก เพราะพวกเขาก็มีสิทธิโดนแซงได้ทุกเมื่อเช่นกัน

5. โดนตัดแต้ม หงส์แดง ได้แชมป์ย้อนหลังLiverpool v ChelseaTom Jenkins/GettyImages

มีข่าวตามหลังมาว่า พรีเมียร์ลีก ก็จะดึงเรื่องของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาพิจารณาเช่นเดียวกัน เพราะงบดุลบัญชีที่ส่งให้กับ ยูฟ่า นั้นย่อมเป็นงบเดียวกับที่ส่งให้กับ พรีเมียร์ลีก ซึ่งหาก ยูฟ่า บอกว่างบนี้มีการตกแต่งบัญชี พวกเขาก็คงไม่รอดจากการลงโทษในประเทศเช่นกัน

ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริง ซิตี้ จะโดนตัดแต้มในซีซันนี้ และได้ข่าวว่าจะมีการสอบย้อนหลังตั้งแต่ปี 2012-2016 และถ้าพบว่ามี่ความไม่ชอบมาพากลอีกก็จะต้องมีการลงโทษย้อนหลัง ซึ่งในช่วงนั้น แมนฯ ซิตี้ ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก 1 สมัยคือในซีซัน 2013-2014

นั่นคือซีซันที่ สตีเวน เจอร์ราด กัปตัน ลิเวอร์พูล  ในตอนนั้นลื่นมอบแชมป์ให้กับทีมของ มานูเอล เปเยกรีนี ในเกมที่พ่าย เชลซี คาบ้าน โดยพวกเขาจบอันดับ 2 ทำแต้มตามหลัง ซิตี้ 2 คะแนน

หากเป็นเช่นนั้นก็คงจะเป็นการเติมเต็มความฝันให้กับ สตีวี จี และเด็กหงส์คงจะไม่รังเกียจแชมป์นี้กันเท่าไหร่นัก

6. ส่งท้ายด้วยแชมป์ UCLChampions League Final - BarcelonaVI-Images/GettyImages

ด้วยแรงกดดันและความเศร้าหมองจากข่าวที่เกิดขึ้น ไม่แน่ว่ามันอาจถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานบางอย่างให้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ปลุกชีพลูกทีมเพื่อผงาดครองแชมป์ UCL ส่งท้ายความเจ็บปวดนี้ก็เป็นได้

ในเมื่อจะไม่ได้เล่นถ้วยนี้อีก 2 ซีซัน และไม่ต้องไปห่วงเรื่องการทำอันดับใน พรีเมียร์ลีก แล้ว กุนซือชาวคาตาลันอาจะทุ่มหมดหน้าตักใส่ แชมเปี้ยนส์ลีก เพื่อเป็นประวัติศาสตร์ให้กับสโมสร

คิดดูว่าทีมที่ไม่มีอะไรจะเสียและเล่นแบบไร้ความกดดัน และยิ่งเป็นทีมที่อยู่ในมือของพ่อยอดขมองอิ่มของชนชาวเรือใบ ไม่อยากจะคิดเลยว่าพวกเขาจะมีความฮึกเหิมและคึกคักขนาดไหนกับแชมป์นี้

รอดูด่านแรกในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่จะต้องโคจรมาเจอกับแชมป์ 13 สมัยอย่าง เรอัล มาดริด หากพวกเขาสามารถผ่านทีมของ ซีดาน ได้ ก็คงไม่มีใครหยุดเรือใบติดปืนใหญ่ทีมนี้ได้

ไหน ๆ ก็จะโดนแบนแล้ว เอาให้โลกตะลึงไปเลยดีกว่า

เป๊ป คงจะคิดแบบนั้น