"ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม" เตรียมทัพใหญ่ ลุยมอเตอร์สปอร์ต ตั้งเป้าหมายคว้าแชมป์ทุกรายการ

"ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม" เตรียมทัพใหญ่ ลุยมอเตอร์สปอร์ต ตั้งเป้าหมายคว้าแชมป์ทุกรายการ

"ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม" เตรียมทัพใหญ่ ลุยมอเตอร์สปอร์ต ตั้งเป้าหมายคว้าแชมป์ทุกรายการ
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

“ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม” สุดยอดทีมแข่งรถจักรยานยนต์ของเมืองไทย ภายใต้การสนับสนุนของ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เตรียมสานต่อความสำเร็จเกมมอเตอร์สปอร์ตในปี 2020 ด้วยการจัดขุนพลนักบิดทัพใหญ่เพื่อลงทำการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบทั้งในและนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ศึกชิงแชมป์ประเทศไทย, ศึกชิงแชมป์เอเชีย และศึกชิงแชมป์ยุโรป โดยตั้งเป้ายืนโพเดี้ยมทุกสนามและคว้าแชมป์ในทุกรายการแข่งขันที่ลงชิงชัย พร้อมส่งนักบิดดาวรุ่งเข้าร่วมการแข่งขันโมโตทู เพื่อต่อยอดเกมการแข่งขันระดับโลก

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เป็นประธานแถลงข่าวนโยบายและแนวทางในการพัฒนาทีมแข่งของยามาฮ่า พร้อมเปิดตัวทีมนักแข่งยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ลุยมอเตอร์สปอร์ตปี 2020 ณ โชว์รูมยามาฮ่า ไรเดอร์ คลับ ถนนเกษตรฯ-นวมินทร์ เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมี นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายกีฬายานยนต์ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมแถลง
a3นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัดกล่าวถึงนโยบายและแนวทางในการพัฒนาทีมแข่งของยามาฮ่าว่า “ในปีนี้ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ได้วางแผนในการพัฒนาและต่อยอดความสำเร็จของทีมแข่ง ทั้งในระดับประเทศ, ระดับเอเชีย และระดับยุโรป ไปสู่เกมการแข่งขันระดับโลกอย่างโมโตจีพี โดยเริ่มจากการเฟ้นหานักแข่งหน้าใหม่ที่มีแววและฝีมือจากการแข่งขัน ยามาฮ่า อาร์15 ไทยแลนด์ ชาเลนจ์ เพื่อนำมาฝึกอย่างเป็นระบบ พร้อมให้การสนับสนุนให้ร่วมการแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นก่อนจะก้าวเข้าสู่ทีมใหญ่ต่อไป สำหรับในส่วนของทีมงาน ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม เราได้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน 2 รายการหลัก คือ การแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย รุ่น ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี และการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชียโรดเรชซิ่ง แชมป์เปี้ยนชิพ ซึ่งในปีที่ผ่านเราสามารถคว้าแชมป์รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี มาครองและเป็นการคว้าแชมป์ 2 ปีติดต่อกันอีกด้วย โดยในปีนี้เราจะมุ่งเน้นไปที่รุ่น เอเซียซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี และรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี มากขึ้น
a7
ส่วนรุ่นเอเชีย โปรดักช์ชั่น 250 ซีซี นั้น จะมุ่งเน้นการพัฒนาทีมซับพอร์ทของยามาฮ่าที่มีความสามารถให้ได้มีโอกาสเข้าสู่เกมในระดับอินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักให้กับทีมยามาฮ่าต่อไปในอนาคต ส่วนการแข่งขันทางฝั่งยุโรปนั้น เราก็ยังเฟ้นหานักแข่งดาวรุ่งที่มีฝีมือเพื่อส่งไปร่วมแข่งขันรายการเอฟไอเอ็ม ซีอีวี โมโต2 แชมป์เปี้ยนชิพ ภายใต้ความร่วมมือกับทาง วีอาร์46 มาสเตอร์แคมป์ ซึ่งเป็นทีมในสังกัดของ วาเลนติโน่ รอซซี่ แชมป์โลก 9 สมัย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้นักแข่งไทยพร้อมสำหรับการแข่งขันระดับโลก เพราะเป้าหมายสำคัญของยามาฮ่าคือ การสร้างนักแข่งไทยสู่เวทีระดับโลกอย่างการแข่งขันโมโตจีพี ซึ่งเราวางแผนไว้ว่าหากนักแข่งสามารถทำผลงานได้ดี เราจะร่วมมือกับทางยามาฮ่าประเทศญี่ปุ่น เพื่อผลักดันนักแข่งไทยยามาฮ่าเข้าร่วมการแข่งขันในรายการโมโตจีพีเต็มฤดูกาลต่อไปในอนาคต”
a6นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายกีฬายานยนต์ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้กล่าวถึงผลงานการแข่งขันในปี 2019 ของ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ว่า “สำหรับในปี 2019 ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันระดับเอเชีย ด้วยการคว้าแชมป์เอเชีย รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมด้วยสถิติใหม่ของการแข่งขันในรุ่นนี้ด้วย โดย พีรพงศ์ บุญเลิศ #26 สามารถคว้าชัยชนะได้มากถึง 8 ครั้ง เทียบเท่าสถิตินักแข่งชาวญี่ปุ่น และสามารถยืนโพเดี้ยมได้ 14 ครั้ง จากทั้ง 14 เรซการแข่งขัน

ส่วนรุ่น เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี ที่เป็นปีแรกของการแข่งขันของรถระดับ 1000 ซีซี ในเอเชีย ถือว่าเป็นปีแห่งการเรียนรู้และพัฒนาทั้งในส่วนของนักแข่งและรถแข่งที่ใช้ทำการแข่งขัน นั่นคือ Yamaha YZF-R1 โดยทีมสามารถทำผลงานคว้าอันดับที่ 4 จากฝีมือของ อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ #24 และ รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ #56 คว้าอันดับที่ 7 สำหรับทางด้านการแข่งขัน ซีอีวี โมโต2 ยูโรเปี้ยน แชมป์เปี้ยนชิพ เราส่ง 2 นักแข่งดาวรุ่งลงแข่งขันก่อนที่จะสามารถทำอันดับติด Top 5 ในการแข่งขันที่ บาร์เซโลน่า และ เฆเรซ ก่อนที่จะจบฤดูกาลด้วยผลงานจาก เขมินท์ คูโบะ #9 ในอันดับที่ 9 และ อนุภาพ ซามูล #50 ในอันดับที่ 12 ของยุโรป ส่วนการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย เอฟเอ็มเอสซีที ออลไทยแลนด์ซุปเปอร์ไบค์ รุ่น ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี เอสบี 1 ทำผลงานรวมอยู่ในอันดับที่ 3 และการพัฒนาทีมร่วมที่สามารถทำผลงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นคว้า แชมป์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600, แชมป์ อาร์2เอ็ม ไทยแลนด์ซูเปอร์ไบค์ รุ่น ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี เอสบี 1 หรือการคว้าแชมป์ต่อเนื่องในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 400 ซีซี ถึง 5 ปี ติดต่อกัน ด้วยรถแข่ง Yamaha YZF-R3”

นอกจากนี้ นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ยังกล่าวถึงเป้าหมายในการแข่งขันปี 2020 ว่า “สำหรับการแข่งขันรายการชิงแชมป์เอเชียรายการ เอฟไอเอ็ม เอเซีย โรดเรซซิ่ง แชมป์เปี้ยนชิพ เรายังคงส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งในปีนี้เราส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน 2 รุ่น คือ รุ่นเอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี โดยในปีนี้เราเลือกใช้รถ Yamaha YZF-R1M 2020 เพื่อใช้ในการพัฒนาและแข่งขันไปพร้อมๆ กับทีมแข่งชั้นนำของยามาฮ่าทั้งที่ประเทศญี่ปุ่นและที่ยุโรป และในปีนี้เราได้มีแผนการพัฒนาทีมช่าง

โดยเฉพาะในส่วนของเรซเอ็นจิเนียร์ที่เป็นทีมวิศวกรไทยทั้งหมดที่รับการฝึกฝนเทียบเท่าระดับสากล เน้นสร้างบุคลากรทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งเรามีเป้าหมายและความมุ่งมั่นที่จะทำผลงานอย่างเต็มที่ตลอดทั้งฤดูกาล ส่วนอีก 1 รุ่นก็คือ รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เราก็ยังคงใช้รถ Yamaha YZF-R6 ซึ่งในปีนี้ถือว่าเป็นงานที่ท้าทายมาก เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนกติกาในเรื่องของอายุนักแข่งที่กลับมาเปิดในเรื่องของอายุนักแข่งอีกครั้ง ทำให้ความเข้มข้นและการขับเคี่ยวกับเหล่านักแข่งมากประสบการณ์ที่กลับมาร่วมการแข่งขันในรุ่นนี้ แต่ด้วยประสบการณ์และการพัฒนาของทีมงาน เราตั้งเป้ากับการป้องกันแชมป์เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ส่วนในรุ่นเอเชีย โปรดักช์ชั่น 250 ซีซี ด้วยความพร้อมและศักยภาพของทีมซับพอร์ทของยามาฮ่าที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเราได้สนับสนุนให้ทีมได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันในระดับอินเตอร์มากขึ้น เพื่อยกระดับทีมและเพิ่มประสบการณ์ให้กับทีมซับพอร์ทของยามาฮ่าด้วย”
a2สำหรับการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย ที่ถือได้ว่าเป็นพื้นฐานของการพัฒนาและเสริมสร้างความสามารถให้แก่ทีมช่างไทยเป็นหลัก ในปีนี้เรายังคงเน้นไปที่การแข่งขันในรุ่นซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี เอสบี 1 กับการแข่งขันเก็บคะแนนสะสม 2 รายการอย่าง พีทีที บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ และ อาร์2เอ็ม ไทยแลนด์ ซูเปอร์ไบค์ นอกจากนี้ในการแข่งขันซีอีวี โมโต2 ยูโรเปี้ยน แชมป์เปี้ยนชิพ ที่เราทำงานร่วมกับทีม VR46 มาสเตอร์แคมป์ ปีนี้มีการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 8 สนาม 11 เรซ

โดยเป็นการแข่งขันในทวีปยุโรปทั้งหมด ซึ่งเราได้คัดเลือกนักแข่งดาวรุ่งฝีมือดีเข้าร่วมในโปรแกรมนี้ตลอดฤดูกาลถึง 2 คน เพื่อพัฒนาสู่การแข่งขันระดับเวิลด์กรังปรีซ์แบบเต็มฤดูกาลในปีต่อไป และสุดท้ายกับการแข่งขันโมโตจีพี ในประเทศไทยกับรายการ โออาร์ ไทยแลนด์กรังค์ปรีซ์ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 มีนาคมนี้ ทางยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม จะส่งตัวแทนนักแข่งไทย 1 คน เข้าร่วมการแข่งขันในรุ่นโมโต2 เพื่อเป็นตัวแทนนักแข่งไทยในการแข่งขันที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์”
a1โดยในโอกาสนี้ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ขอขอบพระคุณท่านสื่อมวลชนทุกๆ ท่านที่ให้การสนับสนุนนำเสนอข่าวสารและผลงานของทีมยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ด้วยดีตลอดมา สำหรับทางยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ในฐานะทีมแข่งสัญชาติไทย เราจะทำผลงานให้ดีที่สุด เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อไป

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้ที่
www.yamaha-motor.co.th
Yamaha Thailand Racing Team
www.facebook.com/yamahasocietythailand
IG: @yamahasociety
Youtube: Yamaha Society Thailand