[OPINION] "ไวจ์นัลดุม" มิดฟิลด์ผู้สมบูรณ์แบบจนยากจะหาใครมาทดแทนได้

[OPINION] "ไวจ์นัลดุม" มิดฟิลด์ผู้สมบูรณ์แบบจนยากจะหาใครมาทดแทนได้
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

นอกจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ถูกคอบอลมองข้ามความสามารถแล้ว ในทีมลิเวอร์พูล ยังมีมิดฟิลด์อย่าง จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ที่ถึงแม้แฟนหงส์จะเอ่ยปากชื่นชมเรื่องฟอร์มการเล่นอยู่ตลอด แต่พอถามถึงระดับฝีเท้าแล้ว ส่วนใหญ่มักจะประเมินค่าให้แค่ระดับกลางๆ ไม่ถึงกับสุดยอดอะไรอยู่อีกคนหนึ่ง

แต่ไม่ว่าคนจะมองยังไง ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์คนนี้ก็ยังคงก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองตามใบสั่งจากนายใหญ่ เยอร์เกน คล็อปป์ อย่างมีวินัยไม่แพ้กัปตันเฮนโด้เลย จนกลายเป็นหนึ่งในคนที่มีความสำคัญสูงมากสำหรับลิเวอร์พูลไปเรียบร้อยแล้ว ณ ปัจจุบัน

g

ย้อนกลับไปสมัยเด็กๆ "เจ้าหนูไวจ์นัลดุม" เริ่มต้นเส้นทางสายนักกีฬาด้วยการเล่นยิมนาสติก ซึ่งก็ทำได้ดีมากจนผู้ใหญ่ในครอบครัวเริ่มมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวเขา แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็เปลี่ยนมาเล่นฟุตบอลอย่างจริงจังเพราะความชอบส่วนตัวล้วนๆ

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะเฉิดฉายในฐานะมิดฟิลด์ตัวรุก, ปีกขวา และกัปตันทีมของเฟเยนูร์ด เขาเคยผ่านการเล่นเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟและแบ็กขวาอย่างจริงจังมาแล้วทั้งสิ้น ซึ่งภายหลังเจ้าตัวถึงรู้ว่ามีประโยชน์มากสำหรับการอ่านเกมให้ขาดเวลาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวคุมจังหวะ

ช่วงที่ "จินี่" โด่งดังอยู่ในลีกบ้านเกิด เขาสามารถทำประตูได้เยอะแยะมากมายจากการเล่นเกมรุกเต็มตัว จนถูกยกย่องว่าเป็นว่าที่ซูเปอร์สตาร์คนใหม่ร่วมกันกับเพื่อนสนิทอย่าง เมมฟิส เดปาย เลยทีเดียว

j

จากนั้น ไวจ์นัลดุมตัดสินใจเซ็นสัญญากับนิวคาสเซิล แบบเซอร์ไพรส์คอบอลทั้งโลก เพราะเขาถูกสโมสรใหญ่ๆมากมายรุมตามจีบอยู่ แต่ก็ปฏิเสธทิ้งไปหมด ซึ่งผลลัพธ์คือ ถึงแม้จะโชว์ฟอร์มโดดเด่นและยิงประตูได้เยอะให้ทัพสาลิกาดง แต่ทีมก็ตกชั้นอยู่ดี

ซึ่งนั่นแหละคือจุดพลิกผันครั้งใหญ่ของชีวิตในแบบที่เจ้าตัวเองก็คาดไม่ถึง!

เยอร์เกน คล็อปป์ จัดการเซ้งไวจ์นัลดุมต่อจากนิวคาสเซิลมาด้วยค่าตัวประมาณ 25 ล้านปอนด์ และฝึกสอนให้เล่นในตำแหน่งใหม่อย่างมิดฟิลด์ตัวคุมจังหวะ ซึ่งต้องยืนต่ำกว่าความถนัดตามธรรมชาติ จนส่งผลให้ถูกวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นอย่างหนักในช่วงแรกๆ เนื่องจากไม่วูบวาบอย่างที่คุ้นชินกันตลอดหลายปี

h

อย่างไรก็ตาม คล็อปป์สร้างความเชื่อมั่นให้ไวจ์นัลดุมอย่างต่อเนื่องว่านี่คือตำแหน่งที่เหมาะสมสุดๆ กับคุณสมบัติของเขา มันเป็นบทบาทใหม่ที่กำลังจะได้รับความนิยมมากขึ้นในยุคโมเดิร์นฟุตบอล เพราะการจะเล่นเกมรับให้เหนียวแน่นแล้วเอาบอลไปเชื่อมเกมรุกต่ออย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ว่าจะหาคนทำแล้วออกมาดีได้ง่ายๆบนโลกใบนี้ เรียกว่าน้อยจนนับนิ้วได้เลยด้วยซ้ำไป

แต่ "จินี่" คือหนึ่งในนั้น!

อีกจุดที่คนนอกไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับหน้าที่ของไวจ์นัลดุม ก็คือการช่วยประคองตำแหน่งของฟูลแบ็กทั้งสองข้าง ซึ่งทุกครั้งที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หรือ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ตะลุยขึ้นสูงไปช่วยเกมบุก เขาจะถ่างออกไปอุดพื้นที่ว่างให้ทันที

b

นี่คือเหตุผลว่าทำไมสองฟูลแบ็กถึงกล้าเติมขึ้นสูงอย่างไม่ต้องห่วงพะวงหลังเลยแม้แต่ครั้งเดียว ลองคิดดูแล้วกันว่าถ้าไม่มีไวจ์นัลดุมคอยซ้อนตำแหน่งให้แบบนี้ล่ะก็ หงส์แดงคงโดนคู่ต่อสู้เจาะริมเส้นจนเละตุ้มเป๊ะทุกนัดแน่นอน

นอกจากความสำคัญในสนามแข่งแล้ว ดาวเตะเลือดดัตช์ยังเป็นอีกคนที่มีบทบาทสูงมากในห้องแต่งตัว ด้วยความที่เคยเป็นกัปตันของทีมใหญ่อย่าง เฟเยนูร์ด และ นิวคาสเซิล มาก่อน ทำให้เจ้าตัวไม่รู้สึกเขินอายยามออกความเห็นต่อหน้าเพื่อนฝูงคนอื่น แถมยังยิ้มแย้มมีอารมณ์ขันเต็มเปี่ยมจนได้รับความรักจากคนรอบข้างตลอดเวลาอีกต่างหาก

จนถึงตอนนี้ เชื่อว่ายังมีหลายคนมองไวจ์นัลดุมเป็นมิดฟิลด์ที่ไร้จุดเด่น เพราะบทบาทของเขามันครึ่งๆ กลางๆ ระหว่างตัวรุกและตัวรับ เผลอๆ เฮนเดอร์สัน จะบุกได้มันและเข้าน้ำเข้าเนื้อกว่าแบบชัดเจนสุดๆอีกด้วย

y

ซึ่งหากมองจากมุมของการเล่นฟุตบอลทั่วๆไปแล้วก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่ถ้าลองปรับมาวิเคราะห์กันในแง่แท็คติกแล้วล่ะก็ จะเห็นภาพมากขึ้นว่าแท้จริงแล้ว ไวจ์นัลดุมนี่แหละคือคนที่สมบูรณ์แบบและมีความสำคัญสูงสุดบนพื้นที่แดนกลางของลิเวอร์พูลเลยก็ว่าได้

และมันก็คือเหตุผลที่ทำให้คล็อปป์ใช้งานเขาเป็นตัวจริงต่อเนื่องทุกนัดหากสภาพร่างกายพร้อม

สำคัญคือยิ่งไวจ์นัลดุมเล่นตามบทบาทนี้นานขึ้นเท่าไหร่ ความเก๋า, ความเขี้ยว ก็ยิ่งสูงมากขึ้นเรื่อยๆ พอบวกกับพรสวรรค์เดิมอย่างการเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก ทำให้ยิ่งครบเครื่องหนักเข้าไปใหญ่จนหาจุดอ่อนแทบไม่ได้อีกแล้ว

p

ปัญหาอย่างเดียวที่กำลังกวนใจทุกคนอยู่ก็คือ สัญญาฉบับปัจจุบันของไวจ์นัลดุมเหลืออีกเพียงแค่ 18 เดือนเท่านั้น แถมเจ้าตัวก็ยังให้สัมภาษณ์แบบสงวนท่าที แต่ไม่มีวี่แววชัดเจนว่าอยากจะต่อหรืออยากจะย้ายออก เพราะขนาดคล็อปป์ที่ทำงานด้วยกันทุกวันยังเดาอะไรไม่ได้

แต่ด้วยความสำคัญที่เขามีต่อสโมสรในแบบที่หาใครมาทดแทนยาก ด้วยความรักที่แฟนๆมอบให้ และด้วยความสำเร็จที่กำลังจะได้รับอีกมายมายต่อจากนี้ เชื่อว่ายังไง ไวจ์นัลดุมก็จะฝากอนาคตของตัวเองเอาไว้ในถิ่นแอนฟิลด์ต่อไปอีกนานหลายปีแน่นอน