เก็บตกประเด็นร้อนหลัง "หงส์ยังบลัด" เฉือนหวิว ชรูวส์บิวรี ศึกเอฟเอ คัพ

เก็บตกประเด็นร้อนหลัง "หงส์ยังบลัด" เฉือนหวิว ชรูวส์บิวรี ศึกเอฟเอ คัพ
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

  • ความเป็นไปตลอด 90 นาที

 

เกมนี้ หงส์แดง ส่งชุดดาวรุ่งลงสนามทั้งทีม รวมถึงให้ นีล คริทชีย์ โค้ชทีมชุดเล็กลงคุมเกมข้างสนามแทนตามที่นายใหญ่อย่าง เยอร์เกน คล็อปป์ ลั่นวาจาเอาไว้ทุกประการ 

แต่ก็ต้องชมบรรดาดาวรุ่งที่สามารถครองเกมเอาไว้ได้ในช่วงครึ่งแรก แม้จะแทบไม่มีจังหวะลุ้นประตู แต่พวกเขาก็สามารถกดจนทีมเยือนไม่สามารถหาโอกาสจบสกอร์ได้เลยตลอด 45 นาทีแรก

ซึ่งในครึ่งหลัง ผู้มาเยือนจากลีกวัน เปิดเกมบุกแลกมากขึ้น ทำให้ทั้งสองทีมต่างมีช่องในการลุ้นประตูมากกว่าใน 45 นาทีแรก โดย ชรูวส์บิวรี เกือบทำเซอร์ไพรส์บุกมานำก่อน แต่ก็โดน VAR จับล้ำหน้าเอาไว้ได้

กระทั่งพลหรรคหงส์น้อย ขึ้นนำได้สำเร็จจากลูกโหม่งเข้าประตูตัวเองของกองหลังทีมเยือน และนั่นเป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้นในเกมนี้ จบเกม ทัพเร้ดแมทชีน คว้าชัยชนะมาได้อย่างชิวเฉียด ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป

Sepp Van Den BergJames Baylis - AMA/GettyImages

  • ดาวรุ่งหงส์ ทรงดีแต่ยังขาดประสบการณ์

นัดนี้รูปเกมของ ลิเวอร์พูล ดูจะเหนือกว่าคู่ต่อสู้อยู่พอสมควร สามารถครองบอลได้มากกว่าค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรก แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดในวันนี้ว่าพวกเขายังต้องพัฒนาอีกมาก นั่นคือจังหวะจบสกอร์ และการรับมือกับความกดดันในช่วงที่เกมอยู่ในจุดที่กำลังชี้เป็นชี้ตาย

เกมนี้เหล่า หงส์เลือดใหม่ สร้างสรรค์จังหวะเข้าทำได้ถึง 12 ครั้ง แต่ทั้งจากหมดนั้นไม่สามารถเปลี่ยนให้เป็นประตูได้เลยแม่แต่ครั้งเดียว โดยประตูชัยที่พวกเขาได้มานั้น เป็นการทำเข้าประตูตัวเองของผู้เล่นทีมเยือน ซึ่งถ้าวันนี้ ริโก้ วิลเลียมส์ พกความเฉียบขาดมาเพิ่มอีกนิด พวกเขาคงชนะขาด 2 ถึง 3 ประตูไปแล้ว 

ส่วนอีกหนึ่งอย่างนั่นคือ ช่วงท้ายเกมที่ผู้มาเยือนพยายามบุกหนักเพื่อหวังเอาประตูคืนให้ได้นั้น ทางฝั่ง ดาวรุ่งลิเวอร์พูล ที่ถูกบุกกดดันอย่างหนัก ไม่สามารถเก็บบอลไว้กับทีมได้เลย ทั้งที่ตลอดทั้งเกมพวกเขาทำได้มาตลอด มีก็แต่ช่วงทดเวลาที่สามารถครองบอลฆ่าเวลาไปได้บ้าง

แต่โดยรวมแล้วควรจะทำได้ดีกว่านี้เพื่อปิดเกม ไม่ใช่เคลียบอลสะเปะสะปะให้พ้น ๆ แล้วให้คู่แข่งได้เซ็ตบอลเข้ามาลุ้นประตูได้ใหม่แบบนี้  

FBL-ENG-FACUP-LIVERPOOL-SHREWSBURYPAUL ELLIS/GettyImages

  • โจนส์-วิลเลียมส์ มีแววได้เกิด

เกมนี้ 2 คนที่โดดเด่นเตะตาที่สุดในบรรดาดาวรุ่งของ ลิเวอร์พูล คงจะหนีไม่พ้น เคอร์ติส โจนส์ ที่วันนี้รับบทเป็นกองหน้า และ ริโก้ วิลเลียมส์ แบ็คขวาจอมบุกที่ฟอร์มค่อนข้างจัดจ้านตลอด 90 นาที

เคอร์ติส โจนส์ แฟนหงส์หลาย ๆ คนคงจะเคยเห็นชื่อของหนุ่มน้อยคนนี้ผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะในเกมรอบ 3 ของรายการนี้ ที่เจ้าตัวเป็นผู้ยิงประตูชัยสุดสวย ช่วยให้ทีมโค่น เอฟเวอร์ตัน ผ่านเข้ารอบมาได้ ในเกมนี้เจ้าตัวได้รับมอบหมายให้เห็นเป็นกองหน้า ซึ่งถือว่าเล่นได้อย่างโดดเด่นเลยทีเดียว สามารถครองบอล เก็บบอล ไปกับบอลได้ดี มีทักษะความคล่องตัวสูง เสียอย่างเดียวถ้าวันนี้ไม่หวงบอลในหลาย ๆ จังหวะ คงจะดูหล่อขึ้นกว่านี้อีกหลายเท่าเลยทีเดียว

ส่วนอีกรายคือ ริโก้ วิลเลียมส์ แบ็คขวาวัย 18 ปี ที่วันนี้ได้รับโอกาสให้ลงเป็นตัวจริง ซึ่งต้องบอกเลยว่าดูแล้วเหมือนกับ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในเวอร์ชั่นที่บ้ายิงยังไงอย่างงั้น เนื่องจากมีการเติมเกมรุกที่ดุดัน การขยับหาพื้นที่ว่างที่ดี

แต่น่าเสียดายที่ยังต้องไปฝึกเรื่องความเฉียบขาดอีกนิด แต่อย่างไรก็ตามวันนี้เจ้าตัวก็ทำได้ 1 แอสซิสต์ และเป็นประตูชัยส่งให้ทีมเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปได้อย่างฉิวเฉียดในเกมวันนี้  

Curtis Jones,Neco WilliamsLaurence Griffiths/GettyImages