อัลบาโร เรโคบา : แข้งอัจฉริยะที่เกือบเป็นนักเตะอันดับ 1 ของโลก

อัลบาโร เรโคบา : แข้งอัจฉริยะที่เกือบเป็นนักเตะอันดับ 1 ของโลก
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

หลายคนที่ติดตามฟุตบอลอิตาลีในยุคปลายทศวรรษ 90 ต่อมาถึงช่วง 2000 น่าจะคุ้นหน้าค่าตากับ เพลย์เมคเกอร์หน้าตี๋ของ อินเตอร์ มิลาน ที่ชื่อว่า อัลบาโร เรโคบา

เขาคือนักเตะอัจฉริยะที่ทำให้ลีกแดนมะกะโรนีสะเทือน ดาวเตะจากอเมริกาใต้ที่ มัสซิโม โมรัตติ อดีตประธานสโมสรอินเตอร์ให้ความสำคัญกว่า โรนัลโด และครั้งหนึ่งเคยมีค่าเหนื่อยแพงที่สุดในโลก 

ในวันที่เขาเฉิดฉาย ผู้คนต่างคาดหมายว่าเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะอันดับ 1 ของโลก เพียงแต่ว่า ...

ดาวจรัสแสงแห่งอุรุกวัย 

ชีวิตของเรโคบา ก็ไม่ต่างกับนักเตะชาวอเมริกาใต้ทั่วไป ที่หลงใหลในกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก เขาและฟาเบียน พี่ชาย มักจะใช้เวลาด้วยกันไปกับการวิ่งไล่หวดฟุตบอลด้วยความสนุก ตามลานหญ้าแถวบ้านอยู่เสมอ


Photo : ilnobilecalcio.it

และความสนุกในวัยเยาว์นั้นก็กลายเป็นเป็นจุดเริ่มต้นสู่เส้นทางอาชีพของเขา เมื่อเด็กหนุุ่มเจ้าของฉายา El Chino (ไอตี๋) จากใบหน้าที่เหมือนชาวเอเชีย อันเนื่องมาจากเชื้อสายบรรพบุรุษของเขา ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกในทีมเยาวชนของ ดานูบิโอ ที่เป็นแหล่งปลุกปั้นนักเตะชื่อดังอย่าง ดิเอโก ฟอร์ลัน และ เอดิสัน คาวานี ในเวลาต่อมา

ด้วยฝีเท้าที่โดดเด่นเกินวัย ทำให้ เรโคบา สามารถเบียดขึ้นมาอยู่ในอยู่ในทีมชุดใหญ่ของดานูบิโอ ตั้งแต่อายุ 17 และได้ลงเล่นให้ทีมไปกว่า 30 นัดตลอด 2 ฤดูกาลแรกในชีวิตนักเตะอาชีพ จนได้ย้ายไปอยู่กับทีมยักษ์ใหญ่ของอุรุกวัยอย่าง คลุบ นาซิอองนาล ในปี 1996 

เรโคบา ยังคงระเบิดฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในสีเสื้อของนาซิอองนาล เขาไม่เคยกลัวอะไร แม้ต้องเจอกับผู้เล่นที่มีอายุมากกว่าหลายปี การลากเลื้อยและการยิงประตูของเขาก็สร้างปัญหาให้คู่แข่งได้เสมอ 

นอกจากนี้เขายังมีความเร็วที่ไม่น่าเชื่อและยิงฟรีคิกได้ดี ที่ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในแข้งอันตรายที่สุดของลีกอุรุกวัยในตอนนั้น แถมยังได้โอกาสสวมเสื้อหมายเลข 10 จนแทบไม่น่าเชื่อว่าเด็กหนุ่มคนนี้เพิ่งมีอายุเพียงแค่ 20 ปี 


Photo : ilnobilecalcio.it

“เขาคืออัจฉริยะ ตอนเขาอายุสี่ขวบ เขาก็เตะลอดขาพวกเด็กตัวใหญ่ๆ มาแล้ว” ฟาเบียนกล่าวถึงน้องชาย 

ตลอด 2 ปีกับนาซิอองนาล เรโคบา ยิงไปทั้งสิ้น 20 ประตูจาก 41 นัด และผลงานของเขาก็ไปเข้าตา ซานโดร มาซโซลา ตำนานของ อินเตอร์ มิลาน ในยุค 1960 ที่ได้เห็นลีลาการเล่นของเขา 

เขาได้นำเรื่องของ เรโคบา ไปบอกเพื่อนสนิทที่ชื่อ มัสซิโม โมรัตติ ประธานสโมสรอินเตอร์ ในตอนนั้น มาซโซลา พยายามโน้มน้าวให้โมรัตติซื้อนักเตะรายนี้มาร่วมทีมให้ได้ 

ก่อนที่สุดท้าย อินเตอร์ ก็ยอมควักเงินสูงถึง 15 ล้านปอนด์ดึงตัวดาวเตะชาวอุรุกวัยมาร่วมทีมในช่วงหน้าร้อนปี 1997

เปิดตัวยิ่งใหญ่กว่าโรนัลโด้

ปี 1997 ถือเป็นปีสำคัญของอินเตอร์ เมื่อพวกเขาจัดการทุบสถิติโลก ด้วยการทุ่มเงินกว่า 19.5 ล้านปอนด์ กระชากตัว โรนัลโด ดาวยิงชาวบราซิลของ บาร์เซโลนา มาร่วมทัพ เพื่อหวังสร้างทีมให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง 


Photo : i.pinimg.com

ทำให้เกมนัดเปิดฤดูกาลของอินเตอร์ ที่เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เบรสชา ทุกสายตา ต่างจับจ้องไปที่นักเตะเจ้าของฉายา "El Fenómeno" ที่ยิงไปถึง 34 ประตูจาก 37 นัดให้กับ บาร์เซโลนา เมื่อฤดูกาลที่แล้ว 

อย่างไรก็ดี จะด้วยความยังไม่คุ้นเคยกับ เซเรียอา หรือยังไม่เข้ากับระบบ หรืออะไรก็ตาม ทำให้นักเตะเจ้าของสถิติโลกคนใหม่ ยังโชว์ฟอร์มไม่ออก และเบิกสกอร์ให้ทีมไม่ได้ แถมซ้ำร้ายทีมยังตกเป็นรอง หลังถูกเบรสชายิงออกนำในนาทีที่ 73 

แต่แล้วในนาทีที่ 80 เรโคบา เด็กหนุ่มจากอุรุกวัย ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนลงสนามมาแทน เมาริซิโอ กานซ์ เมื่อ 8 นาทีก่อน ก็ทำให้คนทั้งสนามได้เฮ หลังหลังตะบันไกลเต็มข้อกว่า 40 หลา ผ่านมือผู้รักษาประตูเบรสชาเข้าไปอย่างสวยงาม เป็นประตูตีเสมอให้ทีมได้สำเร็จ 

ก่อนที่ในอีก 5 นาทีต่อมา เท้าซ้ายของเขาจะแผลงฤทธิ์อีกครั้ง เมื่ออินเตอร์ ได้ลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะกว่า 35 หลา แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับแข้งเจ้าของหมายเลข 20 เขาจัดการปั่นบอลหนีกำแพง ก่อนจะเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงาม ช่วยให้ทีมเก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จ 

มันคือการเปิดตัวที่สมบูรณ์แบบสำหรับ เรโคบา

อย่างไรก็ดี แม้จะประเดิมสนามอย่างงดงาม แต่เซเรียอาไม่ใช่งานง่ายสำหรับเขา เรโคบา อาจจะมีสมดุลร่างกายที่ยอดเยี่ยม เท้าซ้ายที่แม่นยำและทรงพลัง แต่กองหลังแดนมะกะโรนี ที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุ ไม่เคยปล่อยให้เขาเล่นง่าย และพร้อมที่จะไล่เตะอยู่เสมอ 

ทำให้ฤดูกาลแรก เรโคบา ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนม้านั่งสำรองข้างสนาม เพื่อเรียนรู้ เขามักจะถูกเปลี่ยนตัวลงมาเล่น เพื่อเปลี่ยนกระแสเกม และลงเล่นไปเพียง 8 นัดเท่านั้น ก่อนจะย้ายไปหาประสบการณ์เพิ่มเติมกับ เวเนเซีย ในฤดูกาลที่ 2 

แต่ที่นั่นก็ทำให้เขาเฉิดฉาย ดาวเตะชาวอุรุกวัย จัดการยิงไปถึง 11 ประตูจาก 19 นัดกับ เวเนเซีย โดยหนึ่งในนั้นคือการทำแฮตทริค ช่วยให้ทีมไล่ถล่ม ฟิออเรนตินาที่มีดาวเด่นอย่าง กาเบรียล บาติสตูตา ถึง 4-1 ก่อน จะช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ 

เขากลับมาอินเตอร์พร้อมกับความมั่นใจ และกลายเป็นผู้เล่นที่ขาดไม่ได้ของทีม ในฤดูกาล 1999-2000 เรโคบา ซัดไปถึง 10 ประตูจาก 28 นัด จนทำให้ โมรัตติ ตอบแทนผลงานด้วยการมอบสัญญาใหม่ในค่าเหนื่อยระดับ 4 ล้านปอนด์ต่อปี หลังหักภาษี พร้อมทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่มีค่าเหนื่อยสูงที่สุดในโลก 


Photo : www.gazzamercato.it

“เขาไม่ใช่แค่นักเตะธรรมดาคนหนึ่ง เขาคือนิยามของฟุตบอล เขาทำในสิ่งที่คนปกติทำไม่ได้” โมรัตติกล่าวถึงอดีตแข้งอินเตอร์ 

ในตอนนั้น เรโคบา เพิ่งจะมีอายุเพียงแค่ 20 ต้นๆ แต่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ และศักยภาพที่พร้อมจะพัฒนาขึ้นอีกขั้น นอกจากนี้ได้รับการคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะอันดับ 1 ของโลกคนต่อไป 

ทว่า มันกลับไม่เคยเกิดขึ้น เพราะเหตุใด?

อัจฉริยะจอมขี้เกียจ 

“อัลบาโร เรโคบา ค่อนข้างเหมือนกับอินเตอร์ คือมักทำให้ประหลาดใจอยู่เสมอ เขาอาจจะขี้เกียจ แต่สามารถทำในสิ่งที่ไม่มีใครเคยเห็น” โมรัตติกล่าวกับ FourFourTwo


Photo : www.livefutbol.com

ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมกับอินเตอร์ และสถานะนักเตะค่าเหนื่อยแพงที่สุดในโลกในตอนนั้น ทำให้ เรโคบา ได้รับการคาดหมายจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกคนต่อไป 

แต่สุดท้ายมันแค่เกือบเท่านั้น แม้จะมีพรสวรรค์ที่ล้นเหลือ แต่เขาก็ไม่เคยพัฒนาไปถึงขีดสุด ตลอด 10 ฤดูกาลกับอินเตอร์ เขามีปีที่ดีและแย่สลับกันไป เขาเคยยิงได้ถึง 16 ประตูจาก 41 นัดในทุกรายการ และพาอินเตอร์ เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกในฤดูกาล 2002-03 แต่บางฤดูกาล เขาทำได้เพียงต้องมองเพื่อนเล่นจากข้างสนาม

แม้ว่าเขาจะเป็นนักเตะที่โมรัตติ โปรดปราน ถึงขนาดทำให้ เฮคเตอร์ คูเปร์ กุนซือของทีมต้องโดนปลด และทำให้ อัลแบร์โต ซัคเคโรนี ถึงขั้นทิ้งปรัชญาการทำทีมของตัวเอง เพื่อสร้างทีมโดยมีเขาศูนย์กลาง แต่อุปสรรคสำคัญคือความขี้เกียจของเขา 

ดาวเตะชาวอุรุกวัย ขึ้นชื่อในความขี้เกียจมาก เขาไม่ค่อยชอบไล่บอลเวลาลงเล่น แถมยังมาซ้อมสายเป็นประจำ จนถึงขนาดเคยได้รับของขวัญเป็นนาฬิกาจากเพื่อนร่วมทีม สมัยเล่นให้กับเวเนเซีย 


Photo : www.inter-news.it

“พวกเรามักจะตะโกนบอกเขาว่า ‘ชิโน วิ่งๆ’ แต่เขาก็มักจะตอบกลับมาว่า ‘ไม่ ไม่ ไม่ใช่วันนี้’” ฟรานเชสโก ตอลโด อดีตผู้รักษาประตูย้อนความหลัง 

ภรรยาของเขาเคยอธิบายกับ Gazzetta Dello Sport สื่อในอิตาลีว่าเรโคบาเป็นคน “ขี้เกียจและโรแมนติก” และเขาเองก็ยอมรับในจุดนี้ แถมยืนยันว่าไม่ค่อยชอบการซ้อมที่ออกแรงเยอะ

“มันก็เหมือนกับโรงเรียน มันมีวิชาที่คุณชอบมาก และวิชาที่คุณไม่ค่อยชอบ เช่นกัน ผมไม่ชอบฝึกในส่วนของพละกำลัง แต่ผมต้องทำ” เรโคบากล่าว 

อย่างไรก็ดี แม้ว่าเขาจะขึ้นชื่อความขี้เกียจ แต่เรโคบา มักจะทำในสิ่งไม่น่าเชื่อได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการลงมายิงประตูช่วยกู้สถานการณ์ให้ทีม เหมือนที่เคยทำได้ในเกมพบซามพ์โดเรียเมื่อปี 2005 หลังถูกส่งลงมาในช่วง 13 นาทีสุดท้าย

“เขาอาจจะเงียบหายไป 90 นาทีในทุกเกม หลังจากนั้นก็มาทำประตูจากฟรีคิกหรือสุดยอดลูกยิงนอกเขตโทษ” ตอลโด พูดถึงอดีตเพื่อนร่วมทีม

แต่ถึงอย่างนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าความขี้เกียจและการซ้อมไม่มากพอ ก็ส่งผลให้เรโคบา ไม่สามารถพัฒนาฝีเท้าไปถึงขีดสุด ในขณะเดียวเขายังมีปัญหาอาการบาดเจ็บบ่อยครั้ง ที่ทำให้เขาไม่ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง แถมยังมาโดนคดีหนังสือเดินทางปลอมที่ทำให้ถูกแบนถึง 1 ปี (ก่อนจะถูดลดโทษเหลือ 4 เดือน) 

“เรโคบา สามารถเป็นปรากฎการณ์แห่งวงการฟุตบอลได้ สำหรับผม เขาคือนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก ด้วยทักษะที่ไม่เหมือนใคร แต่เขาฝึกซ้อมไม่มากพอ นั่นเพราะเขาไม่อยากเจ็บ เขาดำเนินชีวิตนักเตะอาชีพต่ำกว่าคุณค่าที่แท้จริงซึ่งเขามี” โมรัตติกล่าวกับ Gazzetta 

นอกจากนี้ ความขี้เกียจของเรโคบา ยังทำให้เขาไม่ค่อยได้รับความไว้ใจจากผู้จัดการทีม เขาเป็นไม้เบื่อไม้เบากับ คูเปร์ จากการเป็นลูกรักของ โมรัตติ และต้องรับบทบาทเป็น “ซูเปอร์ซับ” หรือตัวสำรองอยู่บ่อยครั้งในสีเสื้อของอินเตอร์ 

จริงอยู่ว่าเขาอาจจะยิงประตูให้ทีมได้ไม่น้อย และคว้าแชมป์ได้ถึง 7 รายการกับ อินเตอร์ รวมไปถึง แชมป์ ยูฟ่า คัพ ในฤดูกาลแรกกับทีม (1997-98) กับ เซเรียอา 2 สมัยติดในฤดูกาล 2005-06 และ 2006-07 แต่หลายคนคิดว่า เขาน่าจะเปรี้ยงปร้างได้มากกว่านี้ สำหรับนักเตะที่มีค่าตัวต่างจากโรนัลโดไม่ถึง 5 ล้านปอนด์ 

แต่นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการจริงหรือ?

ไม่ได้อยากเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก 

หลังใช้ชีวิตกว่าทศวรรษกับ อินเตอร์ เรโคบาก็ตัดสินใจตามหาความท้าทายใหม่ด้วยการย้ายไปร่วมทีม พานิโอนิออส ในลีกกรีซ และเล่นอยู่ที่นั่นอยู่ 2 ฤดูกาล ก่อนจะย้ายกลับบ้านเกิด เพื่อเล่นให้กับอดีตทีมสร้างชื่ออย่าง ดานูบิโอ และ นาซิอองนาล 


Photo : www.ocuriosodofutebol.com.br

ในช่วงท้ายของชีวิตนักเตะอาชีพ เขายังคงรักษาสถานะตำนานของอุรุกวัยด้วยการพานาซิอองนาล คว้าแชมป์ลีกอุรุกวัยได้ถึง 2 สมัย โดยหนึ่งในนั้นคือการคว้าแชมป์ในปีสุดท้ายของการค้าแข้ง 

หลายคนอาจจะเสียดายพรสวรรค์ของเขา และมองว่า เรโคบา ที่ครั้งหนึ่งได้รับการพิจารณาว่าน่าจะเป็นนักเตะอันดับ 1 ของโลกคนต่อไป น่าจะไปได้ไกลกว่านี้ แต่มันอาจจะไม่ใช่ความปรารถนาจริงๆ ของเขา 

“เอล ชิโน ไม่ได้เป็นนักเตะที่ดีที่สุดของโลก เพราะว่าเขาไม่อยากเป็น มันไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากเป็นเลย” ฮวน เซบาสเตียน เวรอน อดีตเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติอาร์เจนตินา ซึ่งเคยเป็นทั้งนักเตะคู่แข่ง และลงเล่นร่วมกับเรโคบาในสีเสื้ออินเตอร์ กล่าวกับ SB Nation 

สิ่งนี้สามารถตอบทุกคำถามว่าเหตุใด เรโคบา ถึงมายืนในจุดนี้ และเขาเองก็เห็นด้วยกับคำพูดกับอดีตคู่แข่งและเพื่อนร่วมทีมในกัลโช เซเรียอาทุกประการ 


Photo : www.tuttocalcioestero.it

“(การเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก) ไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากเป็นเลย” เรโคบายอมรับกับ SB Nation 

“ผมคิดว่าผมทำเต็มที่แล้ว บางทีมันอาจจะเป็นทั้งหมดที่ผมทำได้ ผมอาจจะไม่ได้พยายามอย่างหนัก ผมยังคงถามตัวเองว่าผมอาจจะทำได้มากกว่านี้ หรือได้แค่นี้ ใครจะรู้ ในช่วงไม่กี่ปีนี้ ผมเห็นด้วยกับสิ่งที่เซบาสเตียนพูด” 

สำหรับเรโคบา สิ่งสำคัญที่สุดของเขาคือการเล่นฟุตบอลอย่างสนุกสนาน ที่ทำให้เขาตกหลุมรักในกีฬาชนิดนี้ และเขาก็ยังคงยึดมั่นสิ่งนี้เรื่อยมา แม้กระทั่งวาระสุดท้ายในฐานะนักเตะอาชีพ 

เขาอาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่ทุกคนหวังไว้ แต่เรโคบาก็ยืนยันว่านี่คือทางที่เขาเลือกเอง นั่นคือการทำตามหัวใจ และเขาเองไม่เคยเสียใจ ที่เลือกเดินในทางนี้ 


Photo : www.espnfc.mx

“ผมมีความสุขเสมอในชีวิตนักเตะอาชีพของผม เพราะว่าผมทำงานอดิเรกเป็นงานเลี้ยงชีวิต ผมแค่อยากทำให้ผู้คนสนุก” เอล ชิโน กล่าวในวันแขวนสตั๊ด 

“ผมไม่เคยเสียใจ ถ้าผมทำผิดพลาดอย่างที่คนพูด หลังจากนั้นมันก็จะอยู่กับผมในฐานะประสบการณ์ โดยไม่มีความเสียใจเจือปน” 

นี่คือตัวตนของเรโคบา นักเตะที่เล่นฟุตบอลเพื่อความสนุก และความสุขที่อยากมอบให้คนดู ที่ทำให้เขากลายเป็นอีกหนึ่งตำนานของ อินเตอร์ และอุรุกวัย ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้เป็นนักเตะอันดับ 1 ของโลกก็ตาม 
“เขาคือหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เขาคือศิลปิน และที่สำคัญเขาเล่นฟุตบอลด้วยความรัก” ทาบาเร วาสเกวซ ประธานาธิบดีของอุรุกวัยกล่าว