"ดาวิด วากเนอร์" ผู้พลิกชาลเค่อจากทีมหนีตกชั้นสู่ผู้ท้าชิงตั๋วฟุตบอลยุโรป

"ดาวิด วากเนอร์" ผู้พลิกชาลเค่อจากทีมหนีตกชั้นสู่ผู้ท้าชิงตั๋วฟุตบอลยุโรป
Bundesliga

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อช่วงต้นฤดูกาล ดาวิด วากเนอร์ ได้กล่าวกับ bundesliga.com ว่าเขาได้นำเอาแนวทางการทำทีมจากเยือร์เก้น คล็อปป์ มาใช้ โดยหลังจากเข้ามานั่งแท่นกุนซือใหญ่ของชาลเค่อได้ไม่ถึงหกเดือน กุนซือวัย 48 ปีก็สามารถฉุดทีมชาลเค่อที่ทำผลงานย่ำแย่ที่สุดในรอบ 36 ปีทะยานขึ้นมาลุ้นตำแหน่งท็อปโฟร์บนตารางลีก เมื่อจบครึ่งฤดูกาลแรกของซีซั่น 2019/20 พวกเขาทำแต้มได้เท่ากับทีมคู่ปรับเพื่อนบ้านอย่างโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นรองเพียงประตูได้เสียเท่านั้นและรั้งอันดับ 5 ในตารางคะแนนบุนเดสลีกาอยู่ในตอนนี้

rr

ชาลเค่อเพิ่งจะเคยคว้าตำแหน่งรองแชมป์บุนเดสลีกาได้ในฤดูกาล 2017/18 แต่หลังจากนั้น พวกเขากลับโชว์ฟอร์มดำดิ่งลงเรื่อยๆ จนโดเมนิโก้ เทเดสโก้ กุนซือคนเก่าต้องตกงานทันทีทั้งที่ยังเหลือเกมลีกอยู่อีกตั้งสามนัด ก่อนที่ฮูบ สเตเวนส์ เข้ามานั่งแท่นกุนซือเป็นการชั่วคราวและสามารถนำทีมเอาตัวรอดจากโซนตกชั้นได้สำเร็จ แล้วจึงเป็นโอกาสที่วากเนอร์ได้เข้ามาปลุกความหวังของทีม “ราชันสีน้ำเงิน”…

t

เส้นทางคู่ขนานของคล็อปป์และวากเนอร์

วากเนอร์คือเฮ้ดโค้ชคนที่ 11 ของชาลเค่อในรอบทศวรรษที่ผ่านมา เขาเคยเป็นนักเตะที่คว้าแชมป์ยูเอฟ่าคัพกับชาลเค่อได้เมื่อปี 1997 นอกจากนี้เขายังเคยค้าแข้งกับทีมไมนซ์พร้อมกันกับคล็อปป์อีกด้วย ก่อนจะผันตัวไปเป็นโค้ชให้ทีมฮอฟเฟนไฮม์ชุดยู 17 และยู 19 และมีโอกาสได้คุมทีมสำรองของดอร์ทมุนด์ในปี 2011 ซึ่งเป็นปีที่คล็อปป์เพิ่งจะพาดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุนเดสลีกาไปหมาดๆ หลังจบฤดูกาล 2011/12 คล็อปป์ก็สามารถพาทีม “เสือเหลือง” คว้าดับเบิ้ลแชมป์ในประเทศได้สำเร็จ ส่วนวากเนอร์เองก็สามารถพาทีมสำรองเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในดิวิชั่น 3 ได้เช่นกัน

คล็อปป์และวากเนอร์ต่างก็โบกมืออำลาดอร์ทมุนด์ไปในปี 2015 เมื่อคล็อปป์ได้งานนั่งแท่นกุนซือในถิ่นแอนฟิลด์ ส่วนวากเนอร์ย้ายไปยังเกาะอังกฤษเช่นกัน เมื่อได้รับข้อเสนอให้ไปคุมทีมฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ในลีกแชมเปียนชิพ

ในฤดูกาล 2018/19 คล็อปป์สามารถพาทีมหงส์แดงคว้าแชมป์ยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีกได้อย่างยิ่งใหญ่ ส่วนวากเนอร์ก็สร้างชื่อได้ด้วยการพาทีมฮัดเดอร์สฟิลด์ทาวน์เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017/18 ได้สำเร็จ

uu

งานหินกับฮัดเดอร์สฟิลด์ทาวน์ / งานใหม่กับชาลเค่อ

วากเนอร์ต้องเจองานสุดหินในการพาทีมอยู่รอดให้ได้ในพรีเมียร์ลีก เขาถูกปลดออกจากตำแหน่งในช่วงต้นปี 2019 ด้วยผลงานพาทีมรั้งท้ายตารางลีก อย่างไรก็ตามวากเนอร์กลับได้รับคำชมเชยจากแฟนบอลมากกว่าเสียงตำหนิเนื่องจากการพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาได้ในซีซั่นก่อน

และในขณะที่ชาลเค่อกำลังมองหาอัศวินขี่ม้าขาวเข้ามากู้วิกฤติของทีม ในนาทีนั้นไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าวากเนอร์อีกแล้ว เขากลายเป็นความหวังของทีมในการออกสตาร์ทฤดูกาล 2019/20 ในบุนเดสลีกา หลังหวิดตกชั้นมาในฤดูกาลก่อน

แม้จะออกสตาร์ทได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ในช่วงปลายเดือนตุลาคม วากเนอร์ก็สามารถพาลูกทีมรั้งจ่าฝูงในบุนเดสลีกาได้สำเร็จ!

rrr

หลังจากผ่านไปแล้ว 17 นัดในฤดูกาลปัจจุบัน ชาลเค่อทำคะแนนได้ดีกว่าในฤดูก่อนถึง 12 แต้ม ยิงได้มากกว่าเดิม 9 ประตู เสียประตูน้อยกว่าเดิม 3 ประตู มีเพียงแอร์เบ ไลป์ซิก และโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค เท่านั้นที่เสียประตูน้อยกว่าพวกเขา แถมค่าเฉลี่ยในการคว้าแต้มยังเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ 1.6 คะแนนต่อนัดมาเป็น 1.9 แต้มต่อนัดอีกด้วย

ชาลเค่อกลายเป็นทีมที่มีเกมรับแข็งแกร่ง วากเนอร์ใช้ระบบการประกบตัวคู่แข่งแบบแมนทูแมนได้อย่างยอดเยี่ยม จริงๆ แล้วปัจจัยการเล่นเกมเพรสซิ่งอย่างหนักนี้เองที่ทำให้ชาลเค่อเล่นเกมรุกและรับได้อย่างมีประสิทธิภาพจนไม่จำเป็นต้องออกแรงวิ่งมากเท่าทีมอื่นๆ โดยพวกเขามีสถิติ Distance covered น้อยที่สุดในลีก อีกทั้งยังเป็นทีมที่มีสถิติแย่งบอลสำเร็จมากที่สุดในตอนนี้อีกด้วย บวกกับสถิติการได้ประตูจากการสวนกลับที่มากที่สุดก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าวากเนอร์รีดพลังงานจากลูกทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ ไหนใครช่วยไปบอกให้กระทรวงพลังงานมาจ้างหมอนี่ไปทำงานทีซิ…

ut

เสริมทัพได้ยอดเยี่ยม

นักเตะที่ทีมเพิ่งเซ็นสัญญาคว้าตัวเข้ามาอย่าง โอซาน คาบัค และ เบนิโต้ รามัน กลายเป็นนักเตะตัวสำคัญของทีมไปในที่สุด โดยเจ้าหนูคาบัควัย 19 ปีนั้นสามารถแจ้งเกิดได้จากสถิติการเล่นเกมรับอันยอดเยี่ยม มีอัตราแย่งบอลสำเร็จ 70% และจ่ายบอลสำเร็จเกือบ 90% แถมยังสามารถทำประตูจากลูกเตะมุมได้ถึง 3 ลูก

ส่วนรามันก็เล่นเกมรุกได้อย่างยอดเยี่ยม ทำไปแล้ว 4 ประตู 3 แอสซิสต์จาก 7 นัดล่าสุดที่ลงสนาม เขาคืออาวุธของทีมชาลเค่อที่เปี่ยมด้วยพลังและความว่องไว

rre

สายสัมพันธ์ในทีมที่เข้มแข็ง

การจัดการเหล่านักเตะวัยรุ่นได้อยู่หมัดไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แม้ชาลเค่อจะมีดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งบุนเดสลีกาปี 2018 อย่างอามีน ฮาริทให้ใช้งาน แต่ดาวรุ่งรายนี้กลับมีปัญหาเรื่องระเบียบวินัยย่ำแย่จนฟอร์มรูดสุดกู่ในซีซั่นก่อน สุดท้ายแล้ววากเนอร์จึงจัดการเรียกประชุม ปรับทัศนคติกันตัวต่อตัวเหมือนพ่อกับลูกในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล จนทั้งคู่สามารถเข้าใจกันดีเพื่อมาช่วยผนึกกำลังกันได้ และเมื่อฮาริทและทีมทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ก็ไม่มีความจำเป็นต้องปรับอะไรกันอีก นี่คือสิ่งที่วากเนอร์ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลังถูกถามว่าทำอย่างไรถึงจับตัวแข้งจอมเฮ้วคนนี้กลับเข้ามาอยู่ในร่องในรอยได้

uutr

ฮาริทคือนักเตะที่ยิงประตูสูงสุดในทีมตอนนี้จากผลงานทำ 6 ประตูและ 4 แอสซิสต์ เขาจึงคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนกันยายนได้สำเร็จ ฮาริทคือนักเตะที่มีความเร็วสูง ความสามารถในการเลี้ยงบอลหลบคู่แข่งตัวต่อตัวได้ ถือว่าเป็นอาวุธสำคัญของชาลเค่อ นอกจากนี้ยังเป็นนักเตะสาระพัดประโยชน์ สามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งปีกซ้ายในระบบ 4-2-3-1 และศูนย์หน้าตัวต่ำในระบบ 4-4-2 จนทีมต้องต่อสัญญาให้กับเขาไปจนถึงปี 2024

ในขณะที่โค้ชคนเก่าล้มเหลวกับลิสต์นักเตะที่มีอยู่ในทีม แต่วากเนอร์กลับรีดประสิทธิภาพนักเตะออกมาได้อย่างสุดยอด เขายังคงใช้งานนักเตะชุดเดิมกับเมื่อซีซั่นที่แล้วเป็นหลัก แต่กลับสร้างผลงานอันแตกต่างได้โดยสิ้นเชิง ผ่านไปแล้วครึ่งฤดูกาลแรก เชื่อว่าแฟนบอลชาลเค่อหลายๆ คนคงเริ่มฮัมเพลงยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีก กันแล้วล่ะ...