"Teddy Bear Toss" : กิจกรรมแหกกฎโลกกีฬา ที่ทุกคนยอมรับด้วยรอยยิ้ม

"Teddy Bear Toss" : กิจกรรมแหกกฎโลกกีฬา ที่ทุกคนยอมรับด้วยรอยยิ้ม
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อพูดถึงเทศกาลคริสต์มาส สิ่งหนึ่งที่หลายคนมักจะนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ คือ "ของขวัญ" ไม่ว่าจะจากพ่อแม่, เพื่อนฝูง, เจ้านาย, ลูกน้อง หรือแม้แต่ คนรัก กับ ลูกๆ

แต่สำหรับเด็กๆ ผู้ที่นอนป่วยในโรงพยาบาล หรือเด็กผู้ด้อยโอกาส โอกาสในการได้รับของขวัญย่อมน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

และนี่เป็นอีกครั้งที่วงการกีฬาได้กลายเป็นฮีโร่ ที่นักกีฬาและแฟนๆ มีส่วนสำคัญ เพื่อให้ผู้คนอีกมากมายได้มีความสุข ในกิจกรรม "Teddy Bear Toss"

ตุ๊กตาหมีจากฟากฟ้า

ขึ้นชื่อว่า Teddy Bear Toss แน่นอนว่า สิ่งของที่มีบทบาทสำคัญในกิจกรรมนี้คือ "ตุ๊กตา" ซึ่งแม้โดยมากจะเป็นตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ตามชื่อ แต่ก็ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องมีแค่แบบนี้เท่านั้นแต่อย่างใด ทว่าสิ่งสำคัญของกิจกรรมนี้ที่ต้องเกิดขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง นั่นคือ "การโยน"

ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะเริ่มคุ้นตากับภาพที่มีการโยนตุ๊กตาจากอัฒจันทร์ลงมายังเบื้องล่างในการแข่งขันกีฬาต่างๆ แต่คุณๆ เคยสงสัยบ้างหรือไม่ว่า จุดกำเนิดของมันมาได้อย่างไร?


Photo : ESPN 

เหตุการณ์ดังกล่าวต้องย้อนกลับไปถึงปี 1993 ในวันที่ 5 ธันวาคมของปีนั้น แคมลูปส์ เบลเซอร์ส ทีมฮอกกี้น้ำแข็งใน เวสเทิร์น ฮอกกี้ ลีก (WHL) ลีกระดับเยาวชนของในฟากตะวันตกของประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกา มีโปรแกรมลงสนามพบ พอร์ทแลนด์ วินเทอร์ฮอว์คส์

การแข่งขันดูจะไม่มีอะไรแตกต่างจากเกมไหนๆ แต่ทันทีที่ แบรด ลูโควิช ทำประตูให้เบลเซอร์ขึ้นนำไปก่อน ก็บังเกิดเรื่องสุดแปลกและมหัศจรรย์ขึ้น เมื่อจู่ๆ ตุ๊กตาหมีเท็ดดี้และอื่นๆ ก็โปรยลงมาราวกับสายฝนจากฟากฟ้าสู่พื้นสนาม

ไอเดียดีกับต้นคิดที่โยนกันไปมา

ไม่ต้องสงสัยว่า การที่จู่ๆ จะมีตุ๊กตาหมีนับพันปรากฎในสนามกีฬาได้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และการสืบเสาะก็พาให้เราเจอกับต้นตอจนได้

หลายแหล่งอ้างอิงระบุว่า ต้นกำเนิดของ Teddy bear toss มาจากไอเดียสุดบรรเจิดของชายที่ชื่อ ดอน ลาร์สัน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ แคมลูปส์ เบลเซอร์ส ที่มีความคิดอยากให้แฟนๆ มีส่วนร่วมกับเทศกาลคริสต์มาส ด้วยการเชิญชวนให้บริจาคตุ๊กตาหมีกับทางทีม เพื่อนำไปมอบให้แก่เด็กๆ ผู้ป่วยและด้อยโอกาส


Photo : ESPN 

ทว่าผลตอบรับที่ได้มากลับดีกว่าที่คิด เมื่อแฟนฮอกกี้หลายคนมองเห็นว่า นี่คือกิจกรรมที่พวกตนจะได้เป็นผู้ให้บ้าง ตุ๊กตาหมีและสรรพสัตว์ต่างๆ ในวันนั้นจึงถูกโยนมาจากทั่วทุกมุมสนาม ประมาณการก็หลายร้อยถึงหลักพันตัวเลยทีเดียว

ทว่าเมื่อ ESPN สื่อกีฬาชื่อดังระดับโลกไปสัมภาษณ์ บ็อบ บราวน์ อดีตผู้จัดการทั่วไปของ แคมลูปส์ เบลเซอร์ส คำตอบที่ได้กลับชวนให้ประหลาดใจ

"เท่าที่ผมรู้มา ต้นกำเนิดไอเดียนี้ไม่ใช่เรานะ แต่น่าจะเป็นทีม เรจินา มากกว่า"

เรจินา ที่ว่านั้นคือ เรจินา แพทส์ ทีมคู่แข่งร่วมศึก WHL ทว่าเมื่อไปถามทางทีมแพทส์ พวกเขากลับตอบว่า ต้นกำเนิดของการโยนตุ๊กตาหมีลงสนามก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ... แคมลูปส์ เบลเซอร์ส นั่นแหละ

สู่แบบอย่างของโลกกีฬา

ด้วยเหตุดังกล่าว แคมลูปส์ เบลเซอร์ส จึงได้รับการยกให้เป็นเจ้าของไอเดียการโยนตุ๊กตาจากอัฒจันทร์ลงพื้นสนามไปโดยปริยาย

และไอเดียดังกล่าวก็ได้กลายเป็นกิจกรรมตอบแทนสังคมที่ได้รับความนิยม เพราะจากลีกฮอกกี้น้ำแข็งเยาวชนในอเมริกาเหนือ การโยนตุ๊กตาจากแฟนๆ เพื่อเด็กๆ ก็ได้ขยายวงสู่การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระดับอาชีพทั้งในแคนาดาและสหรัฐอเมริกา ซึ่งโดยทั่วไปจะมีการโยนตุ๊กตาหลังจากที่มีการทำประตูแรกในเกม แม้ NHL ลีกฮอกกี้น้ำแข็งอาชีพอันดับ 1 ของโลกจะไม่ซื้อไอเดียนี้ เนื่องจากมีกฎ "ห้ามโยนสิ่งของลงพื้นสนาม" ก็ตาม


Photo : RT.com 

ไม่เพียงเท่านั้น กิจกรรมโยนตุ๊กตายังได้ขยายวงสู่การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งในทวีปยุโรป เช่นเดียวกับในการแข่งขันฟุตบอล โดยเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2016 ในเกม เอเรดิวิซี่ ลีกสูงสุดของเนเธอร์แลนด์ ที่ เฟเยนูร์ด ร็อดเตอร์ดัม พบ เอดีโอ เดนฮาก ซึ่งแฟนๆ ของเดนฮากทีมเยือน จะโยนตุ๊กตาจากอัฒจันทร์ทีมเยือนชั้นบน สู่ชั้นล่างซึ่งมีเด็กๆ ผู้ป่วยจากโรงพยาบอลในเมืองร็อดเตอร์ดัมนั่งอยู่ และเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีหลังจากนั้น เช่นเดียวกับ เอ็กเซลซิเออร์ ทีมร่วมลีก และ เรอัล เบติส ใน ลา ลีกา ที่รับไอเดียนี้มาใช้ด้วย

ในเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเช่นนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า Teddy Bear Toss ถือเป็นอีกเรื่องราวดีๆ ในวงการกีฬา ที่ช่วยให้เด็กๆ ผู้ป่วยและผู้ด้อยโอกาส ได้รับอำนวยพรจากซานตาคลอส เพื่อให้พวกเขารู้ว่า ปีหน้าฟ้าใหม่ ยังมีความหวังรอคอยพวกเขาอยู่เสมอ ดังที่ แมตต์ ซาวานท์ ประธานฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจของ ซาน ดิเอโก กัลล์ส ทีมฮอกกี้น้ำแข็งอาชีพใน อเมริกัน ฮอกกี้ ลีก (AHL) ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมที่มีประเพณีดังกล่าวเปิดเผยส่งท้ายว่า

"จริงๆ ตอนแรกก็เป็นเรื่องชวนให้กังวลอยู่นะว่ามันจะดีไหม แต่ที่สุดแล้ว มันก็ออกมาดี แฟนๆ ร่วมมืออย่างเต็มที่ เราได้ตุ๊กตามาเป็นหมื่นๆ ตัว"

"และที่สำคัญที่สุดคือ ตุ๊กตาเหล่านี้ ทำให้เด็กๆ ได้มีรอยยิ้มอีกครั้งในเทศกาลคริสต์มาส"