เก็บตก 5 เรื่องหลังเกม! ลิเวอร์พูล ผงาดซิวแชมป์สโมสรโลกสมัยแรก

เก็บตก 5 เรื่องหลังเกม! ลิเวอร์พูล ผงาดซิวแชมป์สโมสรโลกสมัยแรก
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ยังคงเดินหน้ากวาดถ้วยแชมป์ต่อเนื่อง ล่าสุดเฉือนเอาชนะ ฟลาเมงโก้ ทีมแชมป์อเมริกาใต้ ไปได้ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-0 คว้าแชมป์ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2019 มาครองได้สำเร็จ ถือเป็นการคว้าแชมป์สโมสรโลกได้เป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร และนี่คือ 5 เรื่องหลังเกมที่เกิดขึ้นในเกมนัดนี้

5. ความเป็นไปของเกมFBL-QAT-FIFA-CLUB-WORLD-CUP-LIVERPOOL-FLAMENGOGIUSEPPE CACACE/GettyImages

เกมออกสตาร์ทอย่างวูบวาบกับโอกาสลุ้น 2 ครั้งเหน่งๆ ของ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน กับ นาบี เกอิต้า แต่ทั้งคู่กลับยิงออกไปอย่างไม่ได้ลุ้น หลังจากนั้นทั้ง หงส์แดง และ ฟลาเมงโก้ ต่างบดขยี้กันที่แดนกลางเสียเป็นส่วนใหญ่โดยตัวแทนจาก อังกฤษ ดูจะเหลื่อมกว่าเล็กน้อยโดยเฉพาะรูปแบบการเล่นที่วางบอลยาวข้ามกองหลังที่ลอยสูง ขณะที่ กาเบรียล บาร์โบซา รับบทบาทตัวความหวังของทีมจาก บราซิล แต่ก็ไม่สามารถหาโอกาสได้ถนัดถนี่นัก

ขณะที่เริ่มต้นครึ่งหลังเป็นทีมจาก เมอร์ซีย์ไซด์ ที่ออกสตาร์ทอย่างกระตือรือล้นมากกว่าจนเกือบจะได้ประตูกับลูกยิงชนเสาของ ฟิร์มิโน ก่อนที่สถานการณ์จะเขม็งเกลียวในช่วงท้ายเกมกับลูกยิงไกลของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และจังหวะเกือบได้ลูกจุดโทษของ หงส์แดง ก่อนที่การพิจารณาจาก VAR จะให้เป็นเพียงลูกฟรีคิกบนเส้นประตูและจบ 90 ด้วยผลเสมอแบบไร้สกอร์

ความพยายามของลูกทีม เยอร์เก้น คล็อปป์ มาได้ผลที่สุดในนาทีที่ 99 เมื่อลูกจ่ายคิลเลอร์พาสของ เฮนโด้ ส่งให้ ซาดิโอ มาเน หลุดไปดวลกับกองหลังหนึ่งต่อหนึ่งที่หน้าปากประตูก่อนถวายให้ให้ ฟิร์มิโน สังหารไม่พลาด

4. สังเวย ดิอ็อกซ์FBL-QAT-FIFA-CLUB-WORLD-CUP-LIVERPOOL-FLAMENGOMUSTAFA ABUMUNES/GettyImages

ท่ามกลางโปรแกมฟาดแข้งชุกชุมในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก การเสียคีย์แมนสำคัญไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามเวลานี้เป็นสิ่งที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ ไม่อยากจะให้เกิดขึ้น

อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน ที่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนี้ใช้เวลาในสนามอยู่ 75 นาทีก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าซึ่งภาพช้าแสดงให้เห็นว่าเท้าของเจ้าตัวบิดผิดรูปจนต้องถูกหามออกจากสนาม ที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ ดิอ็อกซ์ ถึงกับต้องใช้ไม้ค้ำในช่วงพิธีการฉลองแชมป์อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม บทสัมภาษณ์หลังเกมของ คล็อปป์ มีท่าทีผ่อนคลายมากกว่าที่เราคาดซึ่งอาจจะต้องลุ้นผลการตรวจอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่งจึงจะสามารถความร้ายแรงของอาการบาดเจ็บกองกลางตัวเก่งได้

3. VAR ไร้ข้อกังขาRafinha,Sadio ManeMatthew Ashton - AMA/GettyImages

เชื่อเหลือเกินว่าสาวก เดอะค็อป ที่นั่งดูเกมถ่ายทอดสดอยู่กระโดดลิงโลดอย่างพร้อมเพรียงกันเมื่อ ซาดิโอ มาเน ถูกกองหลังของ ฟลาเมงโก้ เสียบล้มลงจากด้านหลังในจังหวะหลุดเดี่ยวไปดวลกับผู้รักษาประตูจนผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกจุดโทษทันทีในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลัง

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาอย่างชัดเจนจาก VAR แสดงให้เห็นว่าจุดเกิดเหตุเกิดขึ้นที่นอกกรอบเขตโทษชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด นับเป็นการตัดสินที่ไร้ข้อกังขาทำให้ประตูในช่วงต่อเวลาพิเศษยิ่งหอมหวานมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

2. จอมทัพ เฮนโด้FBL-QAT-FIFA-CLUB-WORLD-CUP-LIVERPOOL-FLAMENGOGIUSEPPE CACACE/GettyImages  

สัมผัสบอล 79 ครั้ง

ผ่านบอลสำเร็จ 57 ครั้งจากทั้งหมด 72 ครั้งคิดเป็น 79 เปอร์เซ็นต์

1 คีย์พาส

เอาชนะในการเข้าปะทะ 2 ครั้ง

ทั้งหมดเป็นตัวเลขสถิติผลงานของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ในเกมนี้ซึ่งอาจดูไม่สวยหรูเท่าใดนัก แต่หากพิจารณาจากเนื้อหาของเกมทั้งหมดแล้วจะเห็นว่า เฮนโด้ มีบทบาทสำคัญในการวางบอลยาวจากแดนกลางไปยังพื้นที่ว่างให้บรรดาแนวรุกโฉบเข้าโจมตีหลายต่อหลายครั้ง รวมไปถึงแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำเมื่อตกเป็นฝ่ายตั้งรับกับความกระตือรือล้นและความเด็ดขาดในการวิ่งไล่ล่าบอลจากเท้าของคู่ต่อสู้ตลอดทั้งเกม

1. มีเวลาให้ฉลองเพียงไม่นานJurgen KloppMatthew Ashton - AMA/GettyImages

เกมที่ คาลิฟา อินเตอร์เนชันแนล สเตเดี้ยม ที่ กาตาร์ ออกสตาร์ทพร้อมกับสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ใน แมนเชสเตอร์ ในขณะที่ หงส์แดง ซิวแชมป์ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ มาครองได้สำเร็จ ฝั่ง เรือใบสีฟ้า ก็สามารถย่นระยะไล่ตาม เร้ดแมชีน บนตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก ให้เหลือ 11 แต้มหลังผ่านเกมที่ 18 กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยชัยชนะ 3-1

โดยลูกทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ จะกลับมาหวดเกมลีกนัดต่อไปกับ จิ้งจอกสีน้ำเงิน ที่ คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม ในคืนวันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคมนี้ และนับเป็นหนึ่งในหลักไมล์ที่สำคัญในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของซีซันนี้