เก็บตกประเด็น! ลิเวอร์พูล บุกยิง ซัลซ์บวร์ก 2-0 ฉลุย 16 ทีม ยูฟ่า ชปล.

เก็บตกประเด็น! ลิเวอร์พูล บุกยิง ซัลซ์บวร์ก 2-0 ฉลุย 16 ทีม ยูฟ่า ชปล.
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล แชมป์เก่ารายการนี้เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ไม่ทำให้กองเชียร์ผิดหวัง หลังบุกไปเอาชนะ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก 2-0 เก็บสามแต้มสำคัญ พร้อมเดินหน้าผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไปได้ ในการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และนี่คือประเด็นเด่นที่เกิดขึ้นในเกมนัดนี้

4. ความเป็นไปของเกมFBL-EUR-C1-SALZBURG-LIVERPOOLJOE KLAMAR/GettyImages

เกมที่ เร้ดบูลล์ อารีนา ออกสตาร์ทอย่างตื่นเต้นเร้าใจกับโอกาสลุ้นประตูของทั้ง เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก และ ลิเวอร์พูล อย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นเกมเมื่อทั้งคู่พยายามเร่งจังหวะในพื้นที่สุดท้ายเพื่อฉกฉวยความได้เปรียบจากแนวรุกที่ได้ล่อเป้ากันสนุกทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน และ ซาดิโอ มาเน กับ ทาคูมิ มินามิโนะ, ฮวาง ฮี-ชาน และ เออร์ลิง เบราท์ ฮาแลนด์

อย่างไรก็ตาม ความเด็ดขาดของ หงส์แดง ที่มีมากกว่าก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนของเกมในครึ่งหลังเมื่อพวกเขาได้ 2 ประตูรวดในระยะเวลาห่างกันเพียง 1 นาทีจากลูกโหม่งโล่งๆ ของ นาบี เกอิต้า ตามด้วยความผิดพลาดในแนวรับของ ซัลซ์บวร์ก ที่ทำให้ ซาลาห์ ได้หลุดไปเลี้ยงหนีนายทวารเจ้าถิ่นจบสกอร์

เจ้าบ้านพยายามดันสูงเพื่อทวงประตูคืนหลังจากนั้นแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับของ หงส์แดง ได้ซึ่งเกมไปเข้าทาง เร้ดแมชีน จากการคุมโซนตั้งรับเพื่อสวนกลับโดยมี ซาลาห์ และ มาเน สอดประสานในแดนหน้าก่อนที่เกมจะจบลงด้วยชัยชนะของลูกทีม เยอร์เก้น คล็อปป์ พร้อมกับการกรุยทางสู่รอบน็อคเอาท์สำเร็จ

3. 4-4-2 ไดมอนด์ vs 4-3-3RB Salzburg v Liverpool FC: Group E - UEFA Champions LeagueMichael Molzar/GettyImages

ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่า ซัลซ์บวร์ก ตั้งแต่ครึ่งแรกทว่าโอกาสที่พวกเขาสร้างสรรค์ในพื้นที่สุดท้ายมักมาจากจังหวะฉาบฉวยและการวางบอลยาวจากหลังไปหน้ามากกว่าการเซ็ตเกมเข้าทำตามช่องอย่างที่เคย

หลายต่อหลายครั้งที่บอลเคาะเพื่อตั้งเกมของ หงส์แดง ทำได้เพียงผ่านบอลไปมาและจบลงด้วยหวดยาวไปลุ้นเอาข้างหน้าเมื่อถูกบีบจวนตัวรวมไปถึงการส่งคืนให้ อลิสซอน เบ็คเกอร์ เริ่มต้นใหม่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าแดนกลางของ เร้ดแมชีน 3 คนถูกโอเวอร์โหลดด้วย 4 มิดฟิลด์ ซัลซ์บวร์ก ขณะที่ 2 กองหน้าอย่าง ฮาแลนด์ และ ฮวาง รักษาพื้นที่ปิดช่องการจ่ายบอลอย่างมีวินัย

สมการดังกล่าวเปลี่ยนไปเมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ขยับลงไปมีส่วนกับการขึ้นเกมร่วมกับ เดยัน ลอฟเรน และ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่แดนหลังโดยมี โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน ถอยต่ำสอดหาพื้นที่เพื่อรับบอลในแดนกลาง โดยดาวยิง บราซิเลียน ได้กลายเป็นคีย์แมนสำคัญในการพลิกบอลเพื่อเปิดเกมรุกของทีมเยือนแต่เจ้าตัวมักถูกรุมกินโต๊ะจนเสียการครอบครองบอลแม้จะมีจังหวะพลิกสวยๆ ให้เห็นอยู่บ้างก็ตาม

2. สมาธิ, สวิทชิ่งและความเด็ดขาดตัดสินเกมFBL-EUR-C1-SALZBURG-LIVERPOOLJOE KLAMAR/GettyImages

แม้การยืนบีบพื้นที่ในแดนกลางของ ซัลซ์บวร์ก จะสามารถกดดันการผ่านบอลจากแดนหลังของ ลิเวอร์พูล ได้อย่างยอดเยี่ยมแต่การอัดแดนกลางที่ยืนแบบไดมอนด์ทำให้ทั้งมิดฟิลด์ตัวกลางทั้งฝั่งขวาและซ้ายของพวกเขาต้องมีสมาธิและรักษารูปแบบอย่างเพอร์เฟ็กต์เพื่อปิดช่องทางลำเลียงบอลของคู่แข่งซึ่งพวกเขาไม่สามารถทำได้ ก่อนทำนบจะมาแตกในครึ่งหลังกับประตูเบิกร่องของ หงส์แดง เมื่อ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ผ่านบอลทแยงมุมให้ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ก่อนสร้างสถานการณ์ให้ ซาดิโอ มาเน ได้ดวลหนึ่งต่อหนึ่งกับกองหลังเจ้าบ้านและหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนเปิดให้ นาบี เกอิต้า ขึ้นโขกคนเดียวเหน่งๆ

1. เกอิต้า เริ่มตอบแทนค่าตัวมหาศาลRB Salzburg v Liverpool FC: Group E - UEFA Champions LeagueDavid Geieregger/GettyImages

หลังจากที่ย้ายจาก แอร์เบ ไลป์ซิก มายัง ลิเวอร์พูล ด้วยมูลค่าสูงถึงราว 60 ล้านปอนด์ตั้งแต่ซัมเมอร์ 2018 นาบี เกอิต้า เจ้าตัวยังไม่สามารถลงหลักปักฐานเป็นคีย์แมนที่แดนกลางของ หงส์แดง รวมทั้งทำผลงานได้น่าประทับใจสาวก เดอะค็อป นักเมื่อทำได้เพียง 3 ประตู 1 แอสซิสต์เมื่อซีซันที่ผ่านมาก่อนปัญหาอาการบาดเจ็บจะพรากมิดฟิลด์ทีมชาติ กินี จากสนามในช่วงต้นฤดูกาลนี้

กระทั่งตั้งแต่เกม พรีเมียร์ลีก เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การลงทุนของ เร้ดแมชีน เริ่มผลิดอกออกผลเมื่อ เกอิต้า ทำผลงาน 1 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ในเกมเอาชนะ บอร์นมัธ 3-0 ตามด้วยการสังหารประตูต่อเนื่องอีก 1 ลูกในเกมนี้

เกอิต้า ดูจะมีความเข้าใจในการเคลื่อนที่สอดรับกับเพื่อนร่วมทีมมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเขายังทำได้ดีในการผ่านบอลพื้นที่สุดท้ายรวมไปถึงทะยานขึ้นไปสร้างโอกาสจบสกอร์ให้กับทั้งตัวเองและเพื่อนร่วมทีม โดยนับจากนี้ดูจะเหลือเพียงแค่การรักษามาตรฐานที่ทำไว้ได้ตลอด 2 เกมที่ผ่านมาให้ต่อเนื่องเท่านั้นเจ้าตัวก็จะกลายเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ตัวหลักของ ลิเวอร์พูล อย่างไม่ต้องสงสัย