กรอบความคิดและจิตสังหาร : ท่าไม้ตายของ "อองรี" ที่ง่ายสุดๆ... (ในสายตาของคนอื่น)

กรอบความคิดและจิตสังหาร : ท่าไม้ตายของ "อองรี" ที่ง่ายสุดๆ... (ในสายตาของคนอื่น)
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

ยิงประตูคือหน้าที่ของกองหน้า... และผู้เล่นคนใดก็ตามที่เล่นตำแหน่งนี้ต้องฝึกมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อทำให้มันสำเร็จ

กองหน้าหลายคนขอแค่จบสกอร์ให้ได้ นั่นคืองานของพวกเขาได้เสร็จสิ้นไปแล้ว แต่สำหรับ เธียร์รี่ อองรี กองหน้าตำนานเบอร์ 1 ของทีม อาร์เซน่อล และทีมชาติฝรั่งเศสนั้นแตกต่างออกไป

การจบสกอร์ของ อองรี มีสิ่งที่เรียกว่าสไตล์ซ่อนอยู่ ... บางครั้งแค่แฟนบอลเห็นเขาหลุดเดี่ยวไปทุกคนก็แทบจะรู้ว่า อองรี จะจบสกอร์ด้วยท่าทางแบบไหน

 

วิ่งมาด้วยความเร็ว ชะลอฝีเท้า เอียงตัวเล็กน้อย และยิงเข้าเสาสอง ... โกล! นี่คือลายเซ็นของเขาที่ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือผู้ปลุกปั้นบอกว่า "มันคือของง่ายสำหรับ อองรี"

อย่างไรก็ตามสำหรับคนยิงอย่าง อองรี ล่ะ มันง่ายอย่างที่คนอื่นเห็นหรือเปล่า? และถ้ามันยาก ทำไมเขาจึงทำแบบนั้นได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ติดตามความลับที่มีแต่ตัวเขาเท่านั้นที่รู้ได้ที่นี่...

เริ่มต้นที่ Mindset 

ทุกคนที่ดูฟุตบอลนั้นรู้ว่า เธียร์รี่ อองรี นั้นยิ่งใหญ่แค่ไหนตอนที่ค้าแข้งให้กับ อาร์เซน่อล เขาคือกองหน้าที่กองหลังทั้งลีกไม่อาจสัมผัสตัวได้โดยง่าย เพียงแค่เขาปรับสปีดและฉีกหนี แค่นี้คนที่รับหน้าที่ประกบเขาก็ต้อง "มอบตัว"

 1

อย่างไรก็ตามความยอดเยี่ยมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย และไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่ทำให้มันเปล่งประกายออกมา ก่อนจะอยู่กับ อาร์เซน่อล อองรี นั้นเป็นนักเตะของ ยูเวนตุส เขาเล่นในตำแหน่งริมเส้นและหุบเข้ามาเป็นกองหน้าในบางครั้ง เขามีความเร็วในการฉีกกองหลังตั้งแต่ตอนนั้น ทว่าปัญหาคือเขาขาดสัญชาตญาณ นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงต้องเล่นอยู่ที่ ริมเส้น มากกว่าตรงกลาง

อองรี จบศึกฟุตบอลโลก 1998 กับทีมชาติฝรั่งเศส ด้วยการยิงไป 2 ประตู จากนั้น ยูเวนตุส ก็ขายเขาให้กับ อาร์เซน่อล ด้วยค่าตัวราว 10 ล้านปอนด์ ณ นาทีนั้นแฟนบอลยังว้าวกับการมา ดาวอร์ ซูเคอร์ ดาวซัลโวของฟร้องซ์ '98 มากกว่าเขาด้วยซ้ำไป (ทั้งคู่ย้ายมาร่วมทีมอาร์เซน่อลพร้อมกัน) 

ที่ อาร์เซน่อล นั้น อองรี ได้ถูก อาร์แซน เวนเกอร์ ปรับมาเล่นกองหน้าจนมีชื่อเสียงในภายหลัง ทุกคนเชื่อว่ามันเป็นที่การเปลี่ยนตำแหน่งเพียวๆ ที่ทำให้เขากลายเป็นยอดดาวยิง แต่สิ่งที่ อองรี พยายามจะบอกคือ การเปลี่ยนตำแหน่งไม่ได้เกี่ยวและสำคัญไปเสียทั้งหมด แต่มันอยู่ที่ Mindset หรือกรอบความคิดของตัวเขาเองต่างหาก 

"หลายคนบอกว่าผมเปลี่ยนตำแหน่งแล้วเก่งเลย จริงๆ มันไม่ใช่ ที่ผมรู้คือไม่มีการเปลี่ยนตำแหน่งอะไรทั้งนั้น มีเพียงแต่ความกระหายที่จะยิงประตูเท่านั้นที่อยู่ในความคิดของผม" อองรี เล่าให้กับ สกาย สปอร์ตส 

"ตอนเด็กๆ ผมเริ่มด้วยการเป็นกองหน้า พอตอนขึ้นมาอยู่กับ โมนาโก ผมถูกวางเป็นปีก จากนั้นผมได้ไปฟุตบอลโลก จากนั้นเมื่อมาอยู่กับ อาร์เซน่อล ผมกลับมาเล่นกองหน้าอีกครั้ง สุดท้ายพอย้ายไป บาร์เซโลน่า ผมก็เล่นเป็นปีกอีกที ... เห็นไหมล่ะ? คุณจำเป็นต้องปรับตัวและทำอะไรให้ได้ในหลายๆอย่าง เรียนรู้ในวิธีการที่แตกต่าง เพราะบางครั้งคุณจะต้องเจอระบบที่เปลี่ยนไป ผู้จัดการทีมที่ต่างสไตล์ ถ้าคุณฉลาดพอที่จะเรียนรู้จนสามารถเล่นได้ทั้งทาง ซ้าย, ขวา หรือตรงกันมันจะเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก สำหรับผมเองคิดว่าการเรียนรู้ทั้งหมดนี้มันเป็นอะไรที่เวิร์กมากๆ"

 2

อองรี เชื่อเสมอว่าการจะรักษาผลงานเป็นระยะเวลาร่วม 10 ปีได้ ต้องทำตัวแบบน้ำที่ไม่เต็มแก้ว เพราะฟุตบอลคือเกมแห่งการพัฒนา มันคือเกมที่ยิ่งกว่าคน 11 คนมาแย่งลูกฟุตบอลกัน ... ทุกๆ ปีจะมีเรื่องราวใหม่ๆ การเล่นใหม่ๆ แท็คติกใหม่ๆ และตำแหน่งใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอ ซึ่งในทางกลับกันจะมีบางแทคติก และบางตำแหน่งที่ตกยุคไป อาทิ ตำแหน่งกองหน้าหมายเลข 9 ที่รอยิงประตูอย่างเดียว ซึ่งปัจจุบันแทบไม่เหลือกองหน้าธรรมชาติแบบนี้อีกแล้ว นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาจึงพยายามแอคทีฟตัวเองในทุกบทบาทที่ได้รับ

"ตอนที่เล่นกับ เดนิส เบิร์กแคมป์ (ที่ อาร์เซน่อล) ผมแทบไม่ได้ยืนตรงกลาง (กองหน้าตัวกลาง) เลย ผมมักจะโยกมาอยู่ด้านซ้าย จริงๆ ตอนนั้นเรา 2 คนไม่มีใครเล่นตำแหน่งเบอร์ 9 เลยด้วยซ้ำไป เมื่อผมดึงตัวเองออกมาริมเส้น เบิร์กแคมป์ จะถอยต่ำลงมารับบอล แล้วคุณรู้ไหมอะไรที่ทำให้เราสร้างโอกาสเข้าทำได้ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่ในกรอบเขตโทษ ... การเคลื่อนที่ไงล่ะ"

การเคลื่อนที่นำพาไปสู่ "พื้นที่สังหาร"

ช่วงที่ อองรี พีกที่สุดคือช่วงที่เขาอยู่กับ อาร์เซน่อล ภายใต้เพื่อนร่วมทีมที่มีคุณภาพและโค้ชอย่าง อาร์แซน เวนเกอร์ ที่เชื่อมั่นในการเคลื่อนที่ของลูกทีม 

 3

อาร์เซน่อล ในยุคมิลเลเนียมเป็นต้นมาคือทีมที่เล่นได้สวยงามยิ่งกว่า บาร์เซโลน่า (ณ เวลานั้น) อีกด้วยซ้ำไป นักเตะทุกคนในแนวรุกจะเคลื่อนที่อย่างรู้จังหวะ พวกเขาจะใช้การผ่านบอลไม่กี่ครั้ง แต่ทำกันด้วยความเร็วและนำไปสู่การจบสกอร์ของ เธียร์รี่ อองรี คนที่กระหายที่จะยิงประตูมากที่สุดในทีม 

"หลายคนบอกว่าผมยิงได้เยอะ เพราะมีคนสร้างโอกาสให้ผมเยอะ ผมมักจะโดนวิจารณ์บ่อยๆ ว่า เดนิส เบิร์กแคมป์ และ โรแบร์ ปิแรส คือคนที่ป้อนบอลให้ผมใส่สกอร์ จริงๆ แล้วมันคนละเรื่องเลย ต้องบอกว่าเราต่างคนต่างก็ป้อนบอลให้กันมันถึงจะถูก ฟุตบอลคือเกมที่เล่นเป็นทีม คนทำประตูไม่ควรได้รับการยกย่องเพียงคนเดียว ดังนั้นผมจึงไม่ค่อยโอ้อวดว่าผมเก่งกาจใหญ่โตมาจากไหนอะไรแบบนั้น" อองรี เล่าถึงวันวานแสนหวานที่ อาร์เซน่อล

"สำหรับผม สิ่งสวยงามที่สุดคือการส่งบอลให้เพื่อนแม้ว่าคุณจะอยู่ในระยะที่ยิงประตูได้ เพราะผมจะได้เห็นสายตาแห่งความสุขของเพื่อนร่วมทีม ที่อาร์เซน่อลเราเป็นแบบนั้น เวลาผมยิงได้ผมไม่เคยฉลองและบอกเพื่อนๆ ว่า 'มาดูสุดยอดประตูของข้าสิวะ' แต่ผมจะเรียกคนอื่นเข้ามาและบอกว่า 'มาเร็วทุกคนมาฉลองด้วยกัน'"

ประตูกว่า 200 ลูกที่เขาทำให้กับ อาร์เซน่อล ส่วนใหญ่เป็นการรับบอลทะลุช่องปรู๊ดเดียวก็หลุดเดี่ยวไปดวลกับประตู หรือไม่ก็มาจากการทำชิ่งหน้ากรอบไม่กี่จังหวะ และหลังจากนั้นอองรีจะใช้ความเร็วฉีกกองหลังเพื่อเข้าไปจัดการกับจ็อบสุดท้ายในกรอบ 18 หลา นั่นคือสิ่งที่ต่อให้ไม่ต้องเปิดคลิปก็เชื่อว่าคอบอลคงนึกภาพออก 

อย่างไรก็ตามสิ่งที่อธิบายมามันไม่ได้ง่ายแบบนั้น มีนักเตะหลายคนที่มักจะตกม้าตายเมื่อไปถึงจังหวะสุดท้าย ตัดสินใจผิดจังหวะจนรวนและพลาดไปเอง ซึ่งแรกเริ่ม อองรี ก็เคยเป็นจนกระทั่งเขาเคลื่อนที่และขยับร่างกายบ่อยๆ จนรู้ว่าช่วงเวลาไหนคือจังหวะที่บอลควรจะออกจากเท้า

การเคลื่อนที่ที่อองรีทำซ้ำๆ คือการรับบอลที่ริมเส้นฝั่งซ้ายและลากตัดเข้ามา หรือทำชิ่ง หรืออะไรก็ตาม เพื่อเข้าไปในกรอบเขตโทษ ซึ่งตำแหน่งที่เขาจะเริ่มตั้งป้อมคือเยื้องไปทางซ้ายของกรอบเขตโทษ เมื่อถึงจุดนั้นทุกอย่างก็แทบจะจบทันทีหากเขาทำได้แบบที่ซ้อมไว้

 4

"เมื่ออองรีอยู่ในตำแหน่งประจำการ (เยื้องกรอบเขตโทษด้านซ้าย) ผมคิดในใจเสมอว่า ‘นั่นปะไร ... มุมนี้อีกแล้ว’ แม้บางครั้งเขาจะเข้าไปใกล้กับผู้รักษาประตูมากจนน่าเสียวไส้ว่าจะไม่เข้า ซึ่งสุดท้ายเขาก็เซอร์ไพรส์ผมได้ตลอด เขาไม่ต้องยิงบอลด้วยความแรงเลยด้วยซ้ำ ทุกอย่างมันออกมาดูง่ายนิดเดียว" อาร์แซน เวนเกอร์ กล่าวถึงท่าไม้ตายสำหรับศิษย์เอกของเขา 

แม้ เวนเกอร์ จะบอกว่ามันดูง่าย แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ อองรี ย้อนกลับไปตอนยังเด็กอย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ทุกคนรู้ว่าเขาเร็วมาก แต่ก็จบสกอร์แย่มากเช่นกัน  แต่ทุกอย่างเปลี่ยนได้ภายใต้การทำแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า และประสบการณ์จริงเมื่อได้ลงสนาม

"ผมเป็นคนนักเตะที่เร็วและคล่อง แต่แรกเริ่มกว่าผมจะยิงได้ผมต้องสร้างโอกาสเป็น 10 ครั้ง จนวันนึงผมบอกตัวเองว่า 'เฮ้ย โอกาสมันไม่ได้มาให้ยิงบ่อยๆ พัฒนาตัวเองซะและต้องฝังตาข่ายให้ได้' ผมจึงไปเรื่อยจนมันแทบจะเป็นอัตโนมัติ"

สิ่งที่ยากที่สุด

การทำจนมันเป็นอัตโนมัติคือสิ่งที่อองรีบอกในท่าไม้ตายที่เอียงตัวยิงเข้าเสาสอง สิ่งนี้พูดง่ายแต่ทำยาก ... กว่าจะเป็นอัตโนมัติได้ อองรี ต้องพัฒนาตัวเองถึง 3 อย่างด้วยกัน

หนึ่งคือด้านเทคนิคการยิง ที่ต้องอาศัยการซ้อมแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้อนี้ อองรี บอกว่าเขาแทบไม่ต้องอธิบายอะไรเลย เพราะไม่มีทางลัดสำหรับการทำอะไรสักอย่างให้เชี่ยวชาญ นอกจากการฝึกซ้อม

 5

"ไม่มีความลับเลยสำหรับท่าไม้ตายผม ผมทำงานหนักมากในการซ้อมมันไม่ใช่พรสวรรค์จากธรรมชาติ ผมพยายามฝึกให้ตัวเองสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของประตู ฟังดูโบราณและน่าเบื่อใช่ไหม? แต่นั่นล่ะคุณปฎิเสธเรื่องนี้ไม่ได้เลย"

สิ่งที่สองซึ่ง อองรี เคยอธิบายเอาไว้คือ การหลุดเดี่ยวจะจบลงด้วยการเป็นประตูจำเป็นต้องมีเกมจิตวิทยาที่แข็งแกร่ง คุณจะได้ดวล 1-1 กับผู้รักษาประตู และหน้าที่ของคนยิงคือทำให้คนเซฟขาตาย 

"คุณต้องเล่นกับประตูให้เป็น พวกเขาจะวิ่งออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อเผชิญหน้ากับผม สิ่งที่ผมทำคือผมจะไม่ยอมให้พวกเขาสามารถยืนปักหลักได้ ถ้าพวกเขาหยุดกับที่เมื่อไหร่โมเมนตั้มจะเป็นของฝั่งคนเซฟและคนยิงจะกดดันแทน ผมจะเหลือบตามองเขาและทำให้เขารู้ว่า 'ตายล่ะ เหลือแค่ฉันกับไอ้หมอนี่แค่นั้นเอง' และเมื่อเขาคิดแบบนั้นผมก็จะยิงสวนตัวทันที กว่าที่เขาจะรู้บอลก็ไปกองอยู่ก้นตาข่ายโน่นแล้ว"

ข้อสุดท้าย "อย่าตกใจ" อองรี บอกเสมอว่ากองหน้าที่ดีต้องคุมสติให้อยู่ การมีสติจะทำให้คุณทำสิ่งที่คุณซ้อมออกมาได้อย่างอัตโนมัติ ... แต่หากสติกระเจิงหรือตกใจทุกอย่างจบทันที 

"ใจเย็นๆ เวลามีให้เราเสมอ กองหน้าส่วนใหญ่มักจะรีบร้อนเมื่อถึงกรอบเขตโทษ สักแต่ว่าขอให้ได้เตะบอลออกจากเท้า แต่ความจริงคือหาเวลาให้เจอ คุณมีเวลามากกว่าที่คิดที่กองหลังจะมาไม่ถึงตัวคุณและทำให้คุณได้เปรียบผู้รักษาประตู สงบสติอารมณ์และมั่นใจเข้าไว้ เชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง ประเมินสถานการณ์รอบตัวและตัดสินใจให้ถูกต้อง ... จากนั้นก็ เปรี้ยง! จัดการมันซะ!"

 6

จะเห็นได้ว่าตลอดทั้งการแนะนำและอธิบาย สิ่งที่ อองรี หนึ่งในกองหน้าที่ว่ากันว่าดีที่สุดบอกกับทุกคนเสมอคือ เขาไม่ใช่กองหน้าธรรมชาติ ไม่ได้มีสัญชาตญาณนักฆ่าโดยกำเนิด แต่ทุกสิ่งในเกมฟุตบอลสามารถทดแทนได้ด้วยความพยายาม การเปลี่ยนกรอบความคิด เรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องนับ 1...2...3...4 ไปเรื่อยๆตามลำดับจนถึง 10 เสมอไป ขั้นตอนไหนข้ามได้ ... ก็ข้ามไปเสีย

หาตัวเองให้เจอ เมื่อหาเจอแล้วจงพยายามทำอย่างเต็มที่ อย่าลืมสนุกกับสิ่งรอบตัว และให้ความสำคัญกับคนรอบข้าง... เห็นไหมว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่ใครบอกเลยสำหรับท่าไม้ตายของ เธียร์รี่ อองรี ชายผู้คว้าทุกแชมป์ที่ลงแข่งขันคนนี้