"ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ" : นักฟุตบอลที่ทำงานหนักในแบบฉบับตัวเองแต่คนทั้งโลกมองว่าขี้เกียจ

"ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ" : นักฟุตบอลที่ทำงานหนักในแบบฉบับตัวเองแต่คนทั้งโลกมองว่าขี้เกียจ
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

โลกใบนี้มีนักฟุตบอล 2 แบบได้แก่พรสวรรค์และพรแสวง

นักเตะบางคนพยายามเลือดตาแทบกระเด็นเพื่อก้าวขึ้นมาเป็นยอดผู้เล่น นักเตะบางคนเฉยชากับการซ้อมและเอ็นจอยกับชีวิตนอกสนามแต่เมื่อลงสนามกลับโชว์ผลงานได้อย่างเหลือเชื่อ...

และนี่คือความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชีวิตการเป็นนักเตะของ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ นักเตะที่ว่ากันว่าเป็นศิลปินและขี้เกียจที่สุดคนหนึ่ง...

 

ทว่าเขาเป็นคนสันหลังยาวและกินแรงเพื่อนร่วมทีมจริงหรือ? และถ้าจริงทำไมเขาจึงยิงประตูได้มากมาย และถูกยกย่องขนาดนั้น? 

ติดตามเรื่องราวของศิลปินลูกหนังตัวจริงอย่าง ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ได้ที่นี่

ใครก็ว่าข้าขี้เกียจ

ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ เป็นนักเตะระดับแถวหน้า ทว่าหากจะให้นึกภาพว่าเขาคือนักเตะประเภทไหน คนส่วนใหญ่จะบอกว่าเขาเป็นนักเตะที่เฉื่อยชา และขี้เกียจเมื่ออยู่บนสนาม

 1

อย่างไรก็ตามสิ่งที่คุณจะได้เห็นในความขี้เกียจของเขาคือวิธีการที่น่าแปลกประหลาด เขาดูไม่ใช่นักเตะที่มีความเร็ว, คล่องตัวและเเข็งแกร่ง แต่ทุกคนยอมรับว่าการแย่งบอลจากเท้าของ เบอร์บาตอฟ นั้นเป็นอะไรที่ยากมาก

"บางครั้งผมอาจดูเหมือนคนที่ไม่ค่อยมีความพยายาม แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้นหรอก มันเป็นเรื่องยากด้วยซ้ำไป เพราะว่าสไตล์การเล่นของผม คือการทำให้ทุกอย่างดูง่ายที่สุด" เบอร์บาตอฟ พยายามจะบอกว่าทำไมหลายคนจึงมองว่าเข้าขี้เกียจทั้งที่จริงๆแล้วมันไม่ใช่แบบนั้น

ภาพลักษณ์ที่เฉื่อยชาสวนทางกับความจริงที่เกิดขึ้นเบื้องหลัง เบอร์บาตอฟ เผยว่าเป็นคนที่จริงจังกับการซ้อมมาก ไม่ใช่แค่การทุ่มเทเรื่องพละกำลังเท่านั้น เขายังเป็นนักเตะประเภทที่ชอบศึกษาวีดีโอของคู่แข่งเพื่อหาจุดอ่อน ซึ่งเมื่อนำทั้ง 2 ส่วนมาผนวกกันไม่ว่าจะด้านทักษะ และพละกำลังมารวมกับการอ่านสถานการณ์คู่แข่ง มันจึงทำให้มีไม่กี่ครั้งที่เขาจะเสียบอลจากเท้าแบบง่ายๆในการดวล 1-1

เขาไม่ยอมรับหากมีใครมากล่าวหาว่าเขาไม่พยายาม แต่ถ้าหากว่าใครมาถามเขาว่าเขาเป็นคนขี้เกียจหรือเปล่าเขาจะบอกคุณเสมอว่า "ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน"

ไม่ใช่แค่คำพูดเท่านั้น เพราะการเก็บสถิติมันฟ้องว่า ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ คือนักเตะที่ชอบเอาตัวเองไปยืนตามจุดต่างๆของสนาม และมันยิ่งชัดมากในตอนที่เขาอยู่กับ ฟูแล่ม 1 ในทีมที่เล็กที่สุดนับตั้งแต่ย้ายออกจากบ้านเกิดอย่างบัลแกเรียมา

มีการเก็บสถิติในเกมที่ ฟูแล่ม เจอกับ นิวคาสเซิล พบว่า "ฮีทเเม็ป" ของเบอร์บาตอฟปรากฎตัวอยู่ทั่วสนามไม่เว้นแม้แต่การถอยลงมาช่วยเกมรับในกรอบเขตโทษ

เรื่องดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจริงๆแล้ว เบอร์บาตอฟ นั้นไม่ใช่คนสันหลังยาวอย่างที่ใครเข้าใจ เขาพยายามทำหน้าที่ของตัวเองตามที่สถานการณ์ และมันเห็นชัดมากช่วงที่เขาเล่นกับฟูแล่มที่ต้องเน้นเกมรับ สถิติการวิ่งของเขาสูงกว่าตอนอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ระดับหนึ่งเลยทีเดียว

แล้วจะบอกว่าเขาขยันได้หรือไม่?...ไม่อีกนั่นแหละ เบอร์บาตอฟ เป็นนักเตะที่พร้อมรับคำสั่งจากโค้ช แต่ถ้าให้เลือกและไม่มีคนสั่งให้วิ่งเขาก็จะไม่ทำ เหตุผลง่ายๆคือ...ไม่ชอบ

"จริงๆแล้วผมชอบเล่นฟุตบอลด้วยความสวยงามและท่าทางที่สง่า มันเป็นปรัชญาการเล่นของผมมาตั้งแต่เด็กเเล้ว และเป็นมุมมองที่ผมเห็นฟุตบอลมาโดยตลอด"

"ผมไม่ชอบผู้เล่นที่วิ่งพล่านไปทั่วสนามแบบที่ใครชอบหรอกนะ วิ่งขึ้นวิ่งลงจนหลังเเทบเคล็ดแบบนั้น ผมว่ามันไม่ใช่ฟุตบอล" 

หากจะอธิบายให้ชัดๆคือ เบอร์บาตอฟ ไม่ใช่นักเตะที่ชอบวิ่งเท่านั้น ไม่ใช่นักเตะขี้เกียจ เขาเเค่เป็นคนที่ชอบคิดค้นหาหนทางง่ายๆที่มีประสิทธิภาพ พูดให้เห็นภาพง่ายๆคือเขาเป็นคนประเภทชอบทางลัด มากกว่าทางลุยนั่นเอง

หัดเข้าหาคนอื่น...

เบอร์บาตอฟ เล่นให้กับหลากหลายทีมนับตั้งแต่เป็นนักเตะอาชีพตั้งแต่ ซีเอสเคเอ โซเฟีย, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น, ท็อตแน่มฮอท สเปอร์, แมนฯ ยูไนเต็ด, ฟูแล่ม และ โมนาโก ...ซึ่งทุกทีมที่เขาไป ไม่มีสักที่ที่สามารถพูดว่าล้มเหลวได้เต็มปากสักครั้ง

 2

ส่วนหนึ่งที่ทำให้เป็นแบบนั้น นั่นก็เพราะว่า เบอร์บาตอฟ มักพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่ถูกต้องเสมอ ไม่ว่าจะไปอยู่ในสภาพทีมไหนเขามักจะมีเพื่อนร่วมทีมคอยรับหน้าที่ลูกหาบของวิ่งและเอาบอลส่งให้เขาทั้งหมด และหน้าที่ของเขาคือยิงประตูเพียงอย่างเดียว

ที่เลเวอร์คูเซ่น มีโอลิเวอร์ นอยวิลล์, ที่สเปอร์ส มี ร็อบบี้ คีน ที่แมนฯ ยูไนเต็ด มีเวย์น รูนี่ย์ เป็นต้น จะเห็นได้ว่านักเตะที่ยืนข้าง เบอร์บาตอฟ นั้นต่างเป็นสไตล์กองหน้าหมายเลข 10 ที่เน้นไปที่การสร้างสรรค์และหาจังหวะเข้าทำมากกว่า สไตล์เบอร์ 9 ที่คอยอ่านเกมและยิงประตู ซึ่งนั่นทำให้มันเข้ากันพอดิบพอดี

อย่างไรก็ตามสิ่งที่เหนือชั้นของ เบอร์บาตอฟ นอกสนามคือ เขาไม่เคยเป็นพิษเป็นภัยกับใคร หลายคนมองว่าเขาเอาเปรียบกินแรงเพื่อนเสมอ แต่ความจริงแล้วเพื่อนๆต่างหากที่เต็มใจจะวิ่งให้กับ เบอร์บาตอฟ และเอาบอลไปเสิร์ฟถึงที่ต่างหาก และสิ่งที่ทำให้เป็นเช่นนั้น คือ เขาเป็นคนที่ทำให้คนอื่นเชื่อมั่น และชอบใจในตัวเขาได้ ทั้งๆที่เขาไม่ใช่ประเภทตัวโจ๊กทำตลกเหมือนกับปาตริซ เอฟร่า 

"ไม่ว่าคุณจะมองเขาแบบไหน แต่ผมจะบอกให้นะว่าเขาเป็นคนใส่ใจมากนะ เขาเป็นคนที่แตกต่างจากที่ใครเห็นไม่เหมือนกับที่คนอื่นพูดกัน" ไบรอัน รุยซ์ นักเตะฟูแล่มในยุคเดียวกับ เบิร์บ กล่าว

"เมื่อคุณไปคุยกับเขา เขาจะเปิดกว้างที่จะคุยด้วย และคุณจะเห็นเขาจากภาษากายจะรู้ทันทีเขาไม่ใช่คนเฉื่อย เขาเป็นคนที่โคตรอยากจะชนะเมื่อได้ลงเล่น เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดเท่าที่ผมจำความได้ แล้วเราจะขออะไรอีกในฐานะคนที่เล่นอยู่ด้านหลังของเขา"

อย่างไรก็ตามคุณสมบัติคนอย่างส่งผลพอสมคมควรในตอนที่เขาเล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ช่วงปลายๆ วันที่ไม่มีทั้ง คาร์ลอส เตเบซ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มันเป็นวันที่ ยูไนเต็ด ต้องการอะไรจากเบอร์บาตอฟยิ่งกว่าประตู ซึ่งบางครั้งมันก็ขัดกับการเป็นตัวเองของเขาเกินไป แม้เขาจะพยายามเเล้วแต่มันก็ยังไม่มากพอสำหรับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือของทีม

 3

ในเกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2011 ที่ เฟอร์กี้ ไม่ส่งเขาลงเป็นตัวจริง แต่กับเลือก ชิชาริโต้ นักเตะที่เพิ่งย้ายมากจากลีกเม็กซิโกได้แค่ปีเดียวลงเล่นเเทน แต่กลับเล่นเข้ากับสไตล์ของทีมและเวย์น รูนี่ย์มากกว่า

"บางทีผมควรจะย้ายทีมเลยตอนที่เขาบอกว่าผมจะไม่ได้ลงในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกนัดชิง แต่สุดท้ายผมก็รู้ว่าเขาเป็นบอสผมยอมรับเงื่อนไขนั้น แต่ผมเองสูญเสียความเคารพของผมที่มีต่อเขาไปบ้าง แต่สุดท้ายเเล้วผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าผมมีปัญหากับช่วงเวลาที่ยูไนเต็ด ผมมีความเป็นมืออาชีพสูง ตอนที่ผมออกจากทีมผมไปบอกลาทุกๆคน แต่ผมทำใจบอกกับเฟอร์กี้ไม่ได้จริง"

แน่วแน่ในแนวทาง

การเล่นแบบเบอร์บาตอฟนั้นยากมากที่จะเลียนแบบ มันคือส่วนผสมกันระหว่างจอมเทคนิคกับนักเตะที่เห็นแก่ตัว (ใช้แรงเพื่อนวิ่งมากกว่าตัวเอง) โดยเว็บไซต์ soccer training info พยายามอธิบายว่าถ้าอยากจะเลียนแบบ เบอร์บาตอฟ ต้องมีทักษะใดบ้าง ซึ่งสรุปออกมาได้ถึง 15 ข้อเลยทีเดียว

 4

โดยหลักๆนั้นชี้ไปที่ทักษะการอ่านเกม ทักษะการครองบอล การเล่นลูกกลางอากาศ มองหามุมยิงประตูจากทุกเหลี่ยมทุกระยะ เช็คเสมอว่ามีเพื่อนร่วมทีมตามสนับสนุนในแต่ละการบุกหรือไม่ 

มีการอธิบายต่อว่า เบอร์บาตอฟ เป็นนักเตะที่สามารถอ่านเกมแบบสถานการณ์เฉพาะหน้า รวมถึงสถานการณ์ล่วงหน้าได้ ทุกครั้งที่เขาจับบอลได้เขาจะไม่เลี้ยงทันที เพราะเขาจะเหลือบตามองว่ามีใครบ้างอยู่รอบตัวเขา คู่แข่งกี่คน เพื่อนร่วมทีมกี่คน เหตุผลที่เป็นอย่างนั้นคือเขาไม่ใช่ผู้เล่นที่ชอบดวล 1-1 ถ้าไม่จำเป็น เขาจะเป็นตัวพัก และฝากให้กับเพื่อนร่วมทีม ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเจอกันในจังหวะต้องสังหารไม่ว่าจะในกรอบหรือนอกกรอบ 

สไตล์การเล่นช้าๆของเบอร์บาตอฟ เหมือนการกล่อมให้คู่ต่อสู้ตายใจ ราวกับว่าเขายังไม่มีแผนในหัว แต่เผลอเเว่บเดียวเมื่อมีผู้เล่นคนอื่นวิ่งทำทาง หรือมีช่องให้ยิง เขาพร้อมที่จะเปลี่ยนจากจอมเฉื่อยเป็นนักฆ่าได้ทันที 

สิ่งสำคัญที่สุดคือนอกจากจะฝึกหนักเรื่องทักษะและจินตนาการเเล้ว ทักษะที่สำคัญมากๆอีกอย่างของ เบอร์บาตอฟ คือการเชื่อมต่อกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ นักเตะอย่าง เบอร์บาตอฟ จะอันตรายขึ้นหลายเท่า หากมีเพื่อนร่วมทีมที่เซ้นส์บอลทันกัน 

นี่คือสิ่งที่ทำให้หลายคนเลียนแบบเขาได้ยาก "ขี้เกียจแต่ทรงประสิทธิภาพ" เหตุผลเพราะมันเป็นเรื่องที่ฝึกกันไม่ได้ อย่างไรก็ตามหากจะว่าคุณมีความอัจฉริยะไม่เท่าเขา คุณยังสามารถทำในสิ่งที่คล้ายๆกับเขาได้บ้าง และต้องเริ่มจากการฝึกซ้อมนั่นเอง

เบอร์บาตอฟ อาจจะดูขี้เกียจเฉื่อยชา แต่สำหรับการซ้อมนั้นเขาอธิบายว่าเขาเต็มที่มากทั้งในช่วงฤดูกาลปกติ และแม้กระทั่งช่วงปิดซีซั่นและนั่นคือเคล็ดไม่ลับ

 5

"สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าสิ่งที่ผมจินตนาการในหัวจะสามารถเกิดขึ้นจริงในสนามคือความฟิตและสภาพร่างกายนั่นแหละ ผมฝึกหนักมากเรื่องฟิตเนส เดิมทีผมไม่ใช่คนชอบเล่นเวตอะไรมากนัก พวกคุณเองก็น่าจะรู้หากได้เห็นหุ่นของผม แต่เพื่อทำในสิ่งที่คิดให้ได้ มันคือเรื่องที่ผมต้องพยายามเพื่อสิ่งนั้น”

"ผมวิ่งวันละ 6 ไมล์ทุกวันในช่วงฤดูกาลปกติ ตอนปิดฤดูกาลก็ไม่แพ้กัน แม้แต่ตอนดูฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศผมยังดูมันบนลู่วิ่งเลย ผมทำทุกสิ่งเพื่อลบจุดอ่อนและทำมันจนกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียเเล้ว" เบอร์บาตอฟ กล่าวทิ้งท้าย