"จาดอน ซานโช" ว่าที่คีย์แมนทัพสิงโตคำราม

"จาดอน ซานโช" ว่าที่คีย์แมนทัพสิงโตคำราม
Bundesliga

สนับสนุนเนื้อหา

ยังคงรักษาฟอร์มร้อนแรงได้อย่างต่อเนื่องมาถึงฤดูกาล 2018/19 ด้วยสถิติทำแอสซิสต์ที่สูงยิ่งกว่าลิโอเนล เมสซี และ เอเด็น อาซาร์ ทั้งที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งได้ไม่นาน จาดอน ซานโชยังมีเวลาเหลืออีกเจ็ดแปดปีได้กว่าจะถึงช่วงอายุที่นับว่าพีคที่สุดสำหรับการเป็นนักฟุตบอล ดาวเตะโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์คนนี้กำลังจะกลายเป็นดาราดังแห่งทีมชาติอังกฤษในเจเนอเรชั่นใหม่อย่างแน่นอน

ลองหยิบเอาสถิติมาคิดกันเล่นๆ ค่าเฉลี่ยของอายุนักเตะทั้ง 21 ชาติที่เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกตั้งแต่ปี 1930-2018 นั้นอยู่ที่ 27 ปี ซานโชเกิดเมื่อเดือนมีนาคมปี 2000 เขาจะอายุครบ 26 ปีในฟุตบอลโลกปี 2026 ซึ่งสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโกจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน แต่ก่อนจะถึงจุดนั้น ซานโชก็น่าจะได้อยู่ในรายชื่อขุนพลสิงโตคำรามของเกเร็ธ เซาธ์เกท และมีโอกาสลุยใหญ่เก็บเลเวลได้อีกมากมายทั้งศึกยูโร 2020 รวมทั้งฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์

ซานโชติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ครั้งแรกในวัย 18 ปี ใช้เวลา 1 ปีในการซัลโวให้ทีมชาติครบ 10 ประตู เทียบกับจอห์น บาร์นส์ หนึ่งในตำนานกองกลางทีมชาติอังกฤษที่ติดทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในวัย 19 ปี แต่ใช้เวลาถึงหนึ่งปีครึ่งในการยิง 10 ประตู ส่วนเวย์น รูนี่ย์ ก็ใช้เวลา 1 ปีเต็มเช่นกัน

fcb_bvb_sancho_throw_1920

บาร์นส์ประเดิมประตูแรกในทีมชาติได้ในนัดที่ 9 ที่ลงสนาม ขณะที่รูนี่ย์ยิงในนัดที่ 6 ส่วนซานโชยิงได้ในนัดที่ 8 แต่เป็นการยิงสองประตูแถมจ่ายอีกหนึ่งแอสซิสต์ ดูสถิติแล้วแข้งดอร์ทมุนด์รายนี้มีแววเทียบชั้นแข้งสิงโตคำรามระดับตำนานได้ไม่ยาก

“เขาเล่นได้อย่างมีสีสัน ดูแล้วสนุกเร้าใจ แต่ก็ยังมีประสิทธิภาพเหมือนกับเนย์มาร์ ในเกมส่วนใหญ่ที่ลงเล่น เขาจะสร้างสรรค์อะไรบางอย่างเสมอ ไม่ใช่การประกวดนางงามหรอกนะ เขาไม่ใช่นักเตะประเภทที่เดาะบอลข้ามหัวคนอื่นแค่เอามันส์ไปงั้นๆ” แดน มิคชิเก้ โค้ชทีมเยาวชนอังกฤษกล่าวให้สัมภาษณ์กับ เดอะ การ์เดียน เมื่อซีซั่นก่อน

นอกจากสไตล์การเล่นที่เอนเตอร์เทนผู้ชมแล้ว ซานโชยังมีสถิติเกมรุกที่ยอดเยี่ยม นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับดอร์ทมุนด์ในช่วงหน้าร้อนปี 2017 อดีตดาวรุ่งของวัตฟอร์ตและแมนเชสเตอร์ ซิตี้รายนี้กดไปแล้ว 18 ประตูและทำแอสซิสต์ให้ทีมเสือเหลืองไปถึง 27 ครั้ง

eng_mon_sancho_cross_1920

ความยอดเยี่ยมของเจ้าหนูคนนี้เริ่มมาจากการทำหนึ่งประตูกับสองแอสซิสต์ในเกมที่ดอร์ทมุนด์เอาชนะไบเออร์ เลเวอร์คูเซนได้ จากนั้นในปีต่อมาซานโชยิงรวม 12 ประตูในลีกและทำได้ 14 แอสซิสต์ครองสถิตินักเตะที่ทำแอสซิตส์สูงสุดในบุนเดสลีกาฤดูกาลนั้น เป็นรองเพียงโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ที่ทำ 22 ประตูกับ 10 แอสซิสต์ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ยังทำผลงานไม่ได้ขนาดนี้เลยตอนอายุเท่าๆ กัน

ในเกมแดร์ คลาสสิกเคอร์ที่เพิ่งผ่านไปถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ให้กับคู่ปรับสำคัญอย่างบาเยิร์น ซานโชถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ยังไม่จบครึ่งแรกด้วยซ้ำ เกเร็ธ เซาธ์เกท ให้ความเห็นถึงซานโช่ว่า “นักเตะวัยหนุ่มคนไหนๆ ก็มีขึ้นมีลงกันทั้งนั้น เขาใช้ร่างกายในการเล่นฟุตบอลมากก็เลยอ่อนล้า ต้นสังกัดพยายามให้เขาลงเล่นเยอะเพราะเขาคือผู้เล่นที่มีความสำคัญต่อทีมสูง ถือเป็นความท้าทายสุดๆ เลยที่เขากล้าบินไปค้าแข้งในต่างแดน เพื่อฟุตบอล เขายอมปรับเปลี่ยนทั้งเรื่องภาษาและชีวิต เขาทำทุกอย่างได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ”

southgate_sancho_eng_traini

พลังในตัวซานโชเริ่มมาจากการเล่นฟุตบอลข้างถนนในกรุงลอนดอน เดินทางมาจนถึงสนามหญ้าแห่งสโมสรแมนฯ ซิตี้ที่ยังไม่ใช่ที่ของเขา จึงโบยบินข้ามทะเลมาสู่รั้วดอร์ทมุนด์ จนได้พานพบกับเกมระดับโลกกับต้นสังกัดและทีมชาติอังกฤษในที่สุด

“มาร์โค รอยส์ บอกผมเสมอว่าให้ขยันซ้อมให้มาก เพราะอาจมีใครมาแทนที่เราเมื่อไหร่ก็ได้” ซานโชเล่าถึงคำแนะนำที่ได้รับจากกัปตันทีม “ผมฟังเขาจริงๆ เพราะเชื่อในสิ่งที่เขาพูด มีคนอื่นที่อยู่ในสถานะต่ำกว่าคอยจ้องจะแย่งตำแหน่งจากคุณเสมอ หากคุณขยันซ้อมสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า มันก็เป็นไปได้ยากที่จะมีคนอื่นถูกเลือกขึ้นมาแทนที่คุณ ฟุตบอลนั้นมีการแข่งขันสูงและคุณจะมัวขี้เกียจไม่ได้”

หากซานโชยังเชื่อฟังรอยส์แบบนี้ รับรองว่าคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดก็คือดอร์ทมุนด์และทีมชาติอังกฤษนั่นเอง