แมนฯยูฯ เผยผลประกอบการไตรมาสแรก หนี้พุ่ง!

แมนฯยูฯ เผยผลประกอบการไตรมาสแรก หนี้พุ่ง!
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ประกาศรายได้ของสโมสรในไตรมาสแรกประจำฤดูกาล 2019-20 ออกมาแล้วปรากฏว่าลดลงจากฤดูกาลเดิมแถมหนี้สุทธิก็เพิ่มขึ้นอีกด้วย

บริหารสโมสรปกติก็โดนแฟนๆด่าอยู่แล้วสำหรับ เอ็ด วู้ดเวิร์ด และล่าสุดเมื่อประกาศตัวเลขรายได้ออกมาก็มีสิทธิ์ที่จะโดนถล่มหนักอีกครั้งจากบรรดาสาวก ‘เร้ด อาร์มี่ส์’

ตามรายงานระบุว่า ปิศาจแดง ได้เปิดงบบัญชีไตรมาสแรกของปี 2020 ซึ่งลงไว้ไปจนถึงเดือนมิถุนายนปี 2020 ว่าพวกเขามีหนี้เพิ่มขึ้นจาก 247.2 ล้านปอนด์ มาเป็น 384.5 ล้านปอนด์ หรือคิดเป็น 55.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสาเหตุสำคัญคือการทุ่มเงินซื้อ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กับ อารอน วาน-บิสซาก้า มาร่วมทีม รวมไปถึง แดเนี่ยล เจมส์

นอกจากนั้นในส่วนของการคาดการณ์เรื่องรายได้รวมก็ถูกปรับลดจาก 627.1 โดยทาง ยูไนเต็ด คาดว่าฤดูกาล 2019/20 จะมีรายได้ประมาณ 560-580 ล้านปอนด์ เนื่องจากทีมพลาดไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และค่าลิทสิทธิ์ทางโทรทัศน์ ที่ตกลงมาถึง 23.1 เปอน์เซ็นต์หรือราว 9.9 ล้านปอนด์

แต่ทีมยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยการขายสินค้าของสโมสรที่ระบุว่าปรับตัวดีขึ้นถึง 5.9 เปอร์เซ็นต์ หรือขึ้นมาอยู่ที่จำนวน 135.4 ล้านปอนด์

ทั้งนี้ การพลาดโอกาสไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ ปิศาจแดง ยังส่งผลให้ตัวเลขค่าเหนื่อยในทีมลดลงมา 8.8 เปอร์เซ็นต์ รวมไปถึงการย้ายทีมออกไปของ โรเมลู ลูกากู และ อเล็กซิส ซานเชซ (ยืมตัว)

โดยในรายงานระบุว่าด้วยปัจจัยดังกล่าวอาจจะทำให้ ปิศาจแดง ไม่มีการเบิกงบในการเสริมทัพหน้าหนาวนี้เพราะทีมไม่ต้องการที่จะลงทุนช่วงกลางซีซั่น แต่ก็พร้อมทุ่มเงินอีกครั้งในหน้าร้อนปีถัดไป

เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของสโมสร กล่าวในการแถลงข่าวว่า “เรามีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในแง่ของปรัชญาฟุตบอลและการเสริมทีม”

“การลงทุนที่สำคัญที่เราดำเนินการไปในช่วงปีหลังในส่วนของการซื้อขาย การเสริมโครงสร้างพื้นฐาน การวิเคราะห์ และอคาเดมี่ ทั้งหมดเริ่มที่จะออกผล”

“เป้าหมายสูงสุดของเราคือการคว้าแชมป์โดยการเล่นฟุตบอลที่น่าตื่นเต้นด้วยทีมที่ผสมผสานจากอคาเดมี่ของเรากับตัวระดับโลก”