"แดงเดือด" กับคำถามที่รอคำตอบ (คอลัมน์สนุกมือ / ธีรพัฒน์ อัครเศรณี)

"แดงเดือด" กับคำถามที่รอคำตอบ (คอลัมน์สนุกมือ / ธีรพัฒน์ อัครเศรณี)

"ศึกแดงเดือด" ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปะทะ ลิเวอร์พูล มีคิวระเบิดแข้งอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคมนี้ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เจอกันครั้งใดก็มัน แต่ว่าเที่ยวนี้ยิ่งกว่านั้น เพราะมีประเด็นซีเรียสหลายจุดให้แฟนบอลจับตามองกัน

1. Turning Point

ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มองโลกในแง่ดี กล่าวว่าเกมนี้มีโอกาสที่ลูกทีมของเขาจะสร้าง "Turning Point" หรือ "จุดเปลี่ยน" ให้กับการออกสตาร์ทฤดูกาลที่ย่ำแย่ เล่นไป 8 นัด ชนะแค่ 2 ลงไปอยู่กลางตาราง และมีแค่ 2 แต้มห่างจากโซนตกชั้น

gettyimages-1174186889-594x

คำถามก็คือ ลึกลงไปในรายละเอียดแล้ว เขาจะมีวิธีการอย่างไรในการรับมือกับแมทช์สำคัญนี้ ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงของคู่ต่อสู้ เกมรุกที่ก้าวร้าวดุดันด้วย 3 ประสานในแดนหน้าอย่าง มาเน่-ฟีร์มิโน่-ซาล่าห์ ขณะที่เกมรับของแมนฯ ยูไนเต็ด เองก็ดูยังไม่ลงตัว กุนซือเบบี้เฟซจะสร้างสถานการณ์พลิกฟ้าพลิกแผ่นดินให้ตัวเองได้จริงหรือ?

2. เกมสวนกลับทำงาน?

ด้านแทคติคการเล่น บรรดาเกจิคาดหมายว่าแมนฯ ยูไนเต็ด จะใช้การตั้งรับและวิธีเคาน์เตอร์แอคแท็ค ในการเล่นงานทีมเยือน เพราะแผนนี้เคยใช้ได้ผลมาแล้วกับเชลซี ด้วยความเร็วของบรรดาลูกกรอกคะนองของโซลชา อย่าง แดเนียล เจมส์, มาร์คัส แรชฟอร์ด หรือ เจสซี่ ลินการ์ด (ถ้าลงได้)

gettyimages-1169954705-594x

คงไม่มีใครคาดคิดว่า "ปีศาจแดง" จะลงไปเปิดเกมแลกหมัดกับ ลิเวอร์พูล ในนาทีนี้ น่าจะใช้วิธีตั้งรับอย่างอดทนแล้วรอโอกาสเสียมากกว่า เพราะนั่นคือจุดอันตรายที่สุดของ แมนฯยูไนเต็ด ในยุคโซลชา

ทุกสิ่งทุกอย่างอาจเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ อยู่ที่ว่าเกมสวนกลับของพวกเขาจะแม่นยำทำงานหรือไม่ เพราะ "หงส์แดง" เองก็ไม่ได้กริ่งเกรงกับการขึ้นไปเพรสสูง หรือตั้งรับในแดนบนอยู่แล้ว

3. สถิติชนะรวดจะยั่งยืน?

หลังจบเกมนี้สถิติชนะรวดตั้งแต่เปิดฤดูกาลของ เจอร์เก้น คล็อปป์ และลูกทีม จะยั่งยืนสถาพรต่อไปหรือไม่ หรือจะหยุดอยู่แค่ 8 นัด เคยมีบางคนหล่นคำพูดแกมเสียดสีไว้ว่า การแข่งขันแย่งแชมป์กับแมนฯ ซิตี้ ถ้าจะเอาให้ชัวร์ๆ คุณอาจต้องชนะทุกนัด เพราะขนาดฤดูกาลที่แล้ว 97 แต้มยังไม่ได้ถ้วย

gettyimages-1173849676-594x

ถ้าเลือกได้ คล็อปป์คงอยากยืดสถิติออกไปเป็นเกมที่ 9 เพื่อรักษาระยะห่างกับ "เรือใบสีฟ้า" ไว้ให้ได้มากและนานที่สุดเพื่อความเชื่อมั่นของทีม ถ้าเป็นไปได้ถึงนัดที่ 12 ที่พวกเขามีคิวเปิดรังแอนฟิลด์ต้อนรับการมาเยือนของแชมป์เก่าก็จะยิ่งดี แต่การมาเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นงานที่ไม่เคยง่าย แม้ในวันที่ "คู่ปรับ" โงนเงนเพียงใดก็ตาม

4. อนาคตของโซลชา

แม้ฝ่ายบริหารของแมนฯ ยูไนเต็ด จะพยายามออกมาสยบข่าวลือเรื่องการ "ปลด" โซลชา ด้วยคำยืนยันแม่นมั่นในการหนุนหลังกุนซือหนุ่มผู้นี้ แต่แฟนบอลอยากจะบอกว่า "อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ" แน่นอนหากผลการแข่งขันยังไม่ได้เรื่องต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเกม "แดงเดือด" นี้ หลายคนคงไม่แปลกใจหากโซลชา จะกระเด็นตกเก้าอี้ทันที เพราะผลประโยชน์ของสโมสรย่อมต้องมาก่อนอยู่แล้ว ภายใต้โลกธุรกิจลูกหนังอันเกี่ยวกับกับยอดเงินรายได้มหาศาลในยุคปัจจุบัน คงบีบบังคับให้ฝ่ายบริหารของ "ปีศาจแดง" ต้อง "เสี่ยง" ออกไปวิ่งวุ่นหากุนซือใหม่อีกครั้ง โดยมีชื่อของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่, แม็กซ์ อัลเลกรี เข้ามาเกี่ยวพัน

gettyimages-1158414481-594x

อยู่ที่ว่าโซลชาจะพลิกสถานการณ์ได้จริงในเกมนี้อย่างที่เขาลั่นวาจาไว้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้โอกาสที่จะไปต่อจนถึงเปิดตลาดรอบสองคงเป็นไปได้ยาก

บทสรุปของ "เกมแดงเดือด" นัดนี้คือเดิมพันที่สูงยิ่งนักของทั้งสองฝ่าย แฟนบอลอย่างพวกเรารอลุ้นด้วยใจระทึกกันครับ