เพื่อนรัก หรือ ศีลธรรม? : คดีฆาตกรรมเชียร์ลีดเดอร์ที่่จับฆาตกรในวินาทีสุดท้าย

เพื่อนรัก หรือ ศีลธรรม? : คดีฆาตกรรมเชียร์ลีดเดอร์ที่่จับฆาตกรในวินาทีสุดท้าย
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

เช้าวันจันทร์ของเดือนพฤศจิกายนปี 2016 คุณนายวอล์คเกอร์ กำลังเตรียมมื้อเช้าเพื่อเติมให้ทุกคนในครอบครัว เธอจัดโต๊ะอาหารเรียบร้อยและเหลือเพียงแต่การไปปลุกลูกๆให้ตื่นเพื่อสู้กับเช้าวันใหม่ โดยเริ่มที่ห้องของ เอ็มม่า ลูกสาววัย 16 ปี ที่มีดีกรีเป็นเชียร์ลีดเดอร์ตัวท็อปของโรงเรียนมัธยมเซ็นทรัล เพียงแต่วันนี้ทุกอย่างผิดปกติไปจากที่เคยเป็น

คุณนายวอล์คเกอร์ ตีที่ขาของ เอ็มม่า เบาๆ เพื่อปลุกให้เธอตื่นเหมือนกับทุกวัน ทว่าวันนี้ลูกสาวของเธอนอนแน่นิ่งไร้การตอบสนอง

 

"ปกติเเล้ว เอ็มม่า เป็นเด็กที่ปลุกง่าย แค่เรียกเธอก็ลุกเเล้ว วันนี้ฉันเรียกและเธอไม่ตอบสนอง ลองเขย่าขาของเธอดูก็เเล้วแต่เธอก็ยังนอนนิ่งไม่มีการตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น" จิลล์ วอล์คเกอร์ ผู้เป็นแม่กล่าว "จากนั้นก็เริ่มดูที่ใบหน้าของเธอและลองจับดูชีพจรดู และมันทำให้ฉันรู้ทันทีว่าต้องเรียก 911"

เอ็มม่า เสียชีวิตทั้งที่นอนหลับอยู่บนเตียงทั้งคืนและไม่มีใครที่เข้ามาในบ้านได้เลยนอกจากคนในครอบครัวของเธอเท่านั้น… เกิดอะไรขึ้นกับเธอ? และใครกันแน่ที่เป็นคนทำ?

กระสุนจากนอกบ้าน?

เจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุและตรวจหาหลักฐานการเสียชีวิตครั้งนี้ พวกเขาพบกับรูกระสุนในผนังของบ้าน วอล์คเกอร์ 2 รู และกระสุน 2 นัดดังกล่าวถูกยิงไปที่ห้องนอนของ เอ็มม่า วอล์คเกอร์ วิถีกระสุนวิ่งพุ่งเข้าด้านหลังใบหูข้างซ้าย และอีก 1 ลูกยิงเข้าที่หมอน… ชัดเจนเเล้วว่าการเสียชีวิตของสาววัย 16 ปีรายนี้เกิดขึ้นจากการฆาตกรรม

 1

คำถามแรกที่ทีมนักสืบอยากรู้คือ พอจะมีใครหรือไม่ที่น่าสงสัยว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุครั้งนี้ และแม่ของเอ็มม่าชี้เป้าไปที่คนคนเดียวนั่นคือ ไรลี่ย์ กัล อดีตแฟนหนุ่มที่เลิกรากันไปของ เอ็มม่า

"ทุกเสียงชี้มาที่ตัวของ ไรลี่ย์ กัล เพราะความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาเห็นสิ่งที่ไรลี่ย์ปฎิบัติต่อเอ็มม่ามาตลอด" ร้อยโท อัลเลน เมอร์ริตต์ จากสำนักงานเขต น็อกซ์ เคาน์ตี้ ผู้เป็นหัวหน้าทีมสืบสวนในคดีนี้กล่าว

 2

ไรลี่ย์ กัล เป็นรุ่นพี่ของ เอ็มม่า อยู่ 2 ปี ทั้งสองคนเรียนโรงเรียนมัธยมเดียวกัน และเรื่องราวความสัมพันธ์ก็เหมือนภาพยนตร์ "ทีนเอจ" แบบ อเมริกันทั่วไป เพราะ กัล คือปีกนอกดาวเด่นในทีมอเมริกันฟุตบอลของโรงเรียน ขณะที่ เอ็มม่าก็เป็นตัวท็อปในทีมเชียร์ลีดเดอร์ หลังจากนั้นเรื่องรักของหนุ่มหล่อกับสาวฮ็อตจึงเริ่มขึ้น

สืบสวนสอบสวน

แม้ใครต่อใครก็มั่นใจว่า ไรลี่ย์ กัล คือผู้ก่อเหตุแน่นอน 100% ทว่าหลังจากการสอบปากคำของ กัล เขายืนกรานและบอกว่า "เขาไม่มีปืน" ดังนั้นจะไปฆ่าใครตายได้อย่างไร? ดังนั้นด้วยหลักฐานที่ไม่ชัดเจน กัล จึงเป็นได้แค่ผู้ต้องสงสัยเท่านั้น

 3

สิ่งเดียวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพบในที่เกิดเหตุ คือปลอกกระสุนลูกปืน 9 มม. นี่คือหลักฐานชั้นเยี่ยมชิ้นหนึ่งเท่าที่จะหาได้ในเวลานั้นเพื่อจะบอกว่าใครกันแน่เป็นคนยิง โดยสิ่งที่ต้องการอีกหนึ่งสิ่งคือปืน 9 มม. กระบอกนั้นเพื่อนำมาเป็นกุญแจในการไขคดีนี้ให้ได้ เพียงแต่ว่าจะทำอย่างไรดีเมื่อหาเท่าไหร่ก็หาปืนกระบอกนั้นไม่เจอ หนำซ้ำยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่า กัล มีปืน 9 มม. อยู่จริง

กัล กลับมาใช้ชีวิตแบบสบายๆ อีกครั้ง หลังจากถูกสอบสวนแต่ไม่ได้ถูกจับกุม ภาพความสุขของเขากำลังทำให้ใครบางคนรู้สึกไม่พอใจ คนๆ นี้ไม่ใช่ญาติของ เอ็มม่า วอล์คเกอร์ แต่เป็นเพื่อนร่วมทีมอเมริกันฟุตบอลของ กัล เอง ที่รู้สึกว่าพวกเขามีสิ่งที่ตำรวจต้องการอยากจะเห็นและได้ยิน คนนั้นคือ อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ และ โนอาห์ วอลตัน ที่พร้อมให้ปากคำสำหรับการเพิ่มหลักฐานครั้งนี้

"เขาบอกว่าเขามีปืน ปืนที่ขโมยมาจากปู่ของเขา เขาเอามันมาโชว์ให้ผมดู ผมเองยังได้จับปืนกระบอกนั้นเลยในคืนดังกล่าว" แม็คคาร์ธี่ กล่าวเริ่ม โดยตอนแรกตัวของเขานั้นไม่ได้รู้สึกว่า กัล จะนำปืนไปยิงใคร นอกเสียจากว่าเตรียมมาฆ่าตัวตาย

"ผมเป็นห่วงเขามากเลยตอนนั้น แต่เขาบอกผมมาคำเดียวคือไม่ต้องกังวล เรื่องฆ่าตัวตายคือเรื่องสุดท้ายที่เขาจะคิด เขาบอกผมด้วยว่าต้องมีปืนไว้กับตัวเพราะมีไอ้พวกจอมจุ้นที่พยายามจะผลักเขาให้ออกห่างจากเอ็มม่า"  

 4

นอกจากนี้ แม็คคาร์ธี่ ยังบอกอีกว่า กัล ชอบเเต่งตัวด้วยชุดสีดำล้วนและใส่เเว่นกันเเดดไปยืนเฉยๆ อยู่ที่หน้าบ้านของ เอ็มม่า เพื่อเเป็นการขู่ให้เธอกลัวอยู่บ่อยๆ มันทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดีดนิ้วทันทีจากคำให้การของ แม็คคาร์ธี่ พวกเขาต้องการปืนที่กล่าวอ้างว่าขโมยมาจากปู่กระบอกนั้นและจับเอาคนผิดมาลงโทษ

อย่างไรก็ตาม กัล ปฎิเสธเรื่องนี้อีกครั้ง โบ้ยว่า แม็คคาร์ธี่ ยกเมฆแต่งเรื่องและเขาเองก็ไม่เคยมีปืนไว้ครอบครองแต่อย่างใด เขายืนยันเช่นเดิมเหมือนกับการสอบปากคำครั้งแรก และเมื่อเขารู้ว่า แม็คคาร์ธี่ คือคนบอกกับตำรวจเขาจึงไปหาเพื่อนสนิทที่คิดจะทรยศเขา "แกบอกตำรวจเรื่องปืนทำไมวะ?" กัล เปลี่ยนไปเป็นคนละคนในการเค้นคำตอบจากปาก แม็คคาร์ธี่ ก่อนที่ แม็คคาร์ธี่ จะตอบกลับว่า "ก็ถ้าแกบริสุทธิ์จริงแกก็ไม่มีอะไรต้องกลัวนี่หว่า"

 5

"ใช้ชีวิต และให้ชีวิต มันคือสิ่งที่เขาควรจะทำมันด้วยความจริง" แม็คคาร์ธี่ เองยังไม่แน่ใจว่า กัล เป็นคนยิง เอ็มม่า เพียงแต่การเปลี่ยนท่าทีเป็นการช่วยเจ้าหน้าทีตำรวจแบบสุดชีวิต เพื่อต้องการให้ความจริงทุกสิ่งปรากฎออกมา นั่นก็เพราะเขาอยากจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเพื่อนของเขาคือคนร้ายเหมือนที่ใครตราหน้าหรือไม่

จงใช้ชีวิตด้วยความสัตย์

ความรู้สึกของ แม็คคาร์ธี่ และ วอลตัน เริ่มเปลี่ยนไป จากที่พวกเขาเคยมั่นใจว่าเพื่อนของตัวเองจะไม่ทำเรื่องนี้แน่ ทว่าปฎิกิริยาของ กัล ในระยะหลังเปลี่ยนแปลงมาก แม้จะยังไม่จนต่อหลักฐาน แต่ กัล ก็เริ่มมีความหวาดวิตกเกิดขึ้นเเล้ว

 6

"เขาเริ่มคลั่งเพราะกลัวจะถูกจับ ผมรู้สึกว่าเขามาถึงช่วงหลังชนฝาเเล้ว" โนอาห์ วอลตัน กล่าว  

"จริงอยู่เขาเป็นเพื่อนเรา แต่ตอนนี้อาการเขาออกชัดเจนมาก เขาเหมือนกับคิดอยู่จะตลอดว่าจะเอาปืนนั้นไปทิ้งที่ไหนดีเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องติดคุก ตอนนั้นแหละผมรู้ชัดเจนเเล้วว่าคนร้ายน่าจะเป็นเขา"

ทั้ง 2 คนจะต้องหยุดเพื่อนของเขาให้ได้ เพราะ กัล มีเวลา 1 คืนหลังจากวางแผนที่จะนำปืนกระบอกนั้นไปโยนทิ้งที่แม่น้ำเทนเนสซี่และจบเรื่องนี้โดยที่ไม่ต้องเข้าคุก ดังนั้นพวกเขาจึงได้รับหน้าที่จากตำรวจเพื่อทำในสิ่งที่ทั้งคู่ไม่เคยทำ นั่นคือการเป็นนักสืบ ช่วยสาวไส้เพื่อนรักออกมาให้ได้ และทำให้คดีนี้เป็นไปอย่างยุติธรรม

เรื่องนี้คือเรื่องที่อันตรายมาก ทั้ง 2 คนจะแฝงตัวเข้าไปและหว่านล้อมให้ กัล เผลอสารภาพออกมาด้วยตัวเอง ทั้งคู่อาจจะโดนยิงตายในคืนนั้นเลยก็ได้หาก กัล มีปืนอยู่กับตัวจริงๆ แม้เจ้าหน้าที่จะเตือนเเล้วถึงความปลอดภัย แต่ แม็คคาร์ธี่ และ วอลตัน พร้อมจะเสี่ยงโดยไม่เปลี่ยนความคิดแน่นอน

หลังจากการวางแผนอย่างใน ในคืนวันอังคารทั้งคู่จัดการจัดคิวเพื่อจะไปเล่นเกมที่บ้านของ วอลตัน โดยที่ตัวของพวกเขานั้นมีวิทยุสื่อสารซ่อนอยู่อีกทั้งยังมีกล้องแอบถ่ายและไมโครโฟนขนาดเล็กเพื่อขยายเสียง ทุกอย่างเข้าล็อกหมด ติดอยู่อย่างเดียว กัล ไม่ยอมหลงกล...

 7

ทั้งสองคนหว่านล้อมเรื่องการตายของ เอ็มม่า แต่ กัล ยืนยันคำเดิมว่าเขาไม่เกี่ยว อีกทั้งยังกล่อมทั้ง 2 คนกลับว่าให้บอกตำรวจไปเสียว่า สิ่งที่เคยให้การไปก่อนหน้านี้มาจากการไม่ได้สติเพราะว่ากำลังเมายา LSD อยู่ เพื่อที่เรื่องนี้จะได้ไม่ต้องยุ่งยากต่อทุกฝ่าย

"เขาอยากจะให้เราถอนคำพูดให้หมดและบอกว่าเราไม่รู้ตัวว่าพูดเรื่องอะไร ผมเลยบอกว่าโอเคขอโทษทีเราผิดเอง ที่พูดเรื่องแบบนี้ไปและทำให้นายเดือดร้อน"

เอาล่ะการกล่อมให้ยอมรับไม่ได้ผล แม็คคาร์ธี่ และ วอลตัน ต้องใช้อีกแผนหนึ่งนั่นคือการทำให้ กัล แสดงปืนกระบอกนั้นออกมาให้เห็นกับตาอีกสักครั้ง ทั้งคู่ทำหน้าที่นกต่ออย่างแนบเนียนทั้งร้องเพลงตามวิทยุ จัดอาหารฟาสต์ฟู้ดมานั่งกินกัน ไม่มีสิ่งใดแสดงถึงความผิดปกติและนั่นทำให้ กัล เริ่มเผยอะไรบางอย่างออกมา

"มาดูกันเถอะน่า ชีวิตนี้ฉันเคยเห็นปืนแค่ไม่กี่ครั้งเองนะ" พวกเขารบเร้าขอดูปืนกระบอกนั้นด้วยการหว่านล้อมต่างๆ นานา จนที่สุดเเล้ว กัล พาเพื่อนๆ ไปที่บ้านของเขา และเริ่มเอาอะไรบางอย่างออกมาให้ดูทีละนิด

"เขาสวมถุงมือสีขาวและทำทุกอย่างเเบบโคตรปราณีตเลย ตอนนี้เราก็แต่รอเวลาเท่านั้น" แม็คคาร์ธี่ เล่าเหตุการณ์สุดตื่นเต้นในตอนนั้น

กัล นำถุงใบใหญ่ออกมาและค่อยๆ ดึงเสื้อผ้าที่มีชุดสีดำล้วน ถัดมาเรื่อยๆๆในที่สุด ปืน 9 มม. ก็ออกมาจนได้ "โอ้พระเจ้า นั่นปืนจริงๆ นี่หว่า" วอลตัน พูดประโยคนี้ออกมาเพื่อเป็นรหัสลับให้เจ้าหน้าที่ที่ซุ่มอยู่ห่างๆ รู้ว่า "ของกลางเผยโฉมออกมาเเล้ว"

 8

เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลา 90 วินาทีต่อจาก คีย์เวิร์ด นั้น พวกเขาเริ่มกระแทกประตูและนั่นทำให้ กัล เสียสติ "เขาสติแตกเเล้ว เขาส่ายหัวไปมาพูดแต่คำว่า ไม่นะฉันติดคุกไม่ได้ ซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น" วอลตัน กล่าว

สุดท้ายก็ไม่ทันกาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าชาร์จถึงตัวก่อนที่ กัล จะทำอะไรนกต่อทั้ง 2 คน เขาถูกจับกุมและใส่กุญแจมือก่อนจะถูกนำตัวไปขึ้นศาลภายใต้ข้อกล่าวหาฆาตกรรม, พกอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการแอบสะกดรอยตามอีกด้วย

กระสุนแห่งความรัก

ทั้ง กัล และ เอ็มม่า คนคบหาดูใจกันได้ 2 ปี ก่อนที่กัลจะออกไปศึกษาต่อไปในระดับมหาวิทยาลัย ด้วยเหตุของความห่างและความรักของหนุ่มสาวที่ยังไม่แน่นอนและใช้อารมณ์มากไป จึงทำให้ เอ็มม่า บอกเลิกกับกัล และสิ่งนั้นมันทำให้เขาเสียใจขนาดหนัก

 9

เพื่อนของ เอ็มม่า บอกว่าเธอเป็นสาวฮ็อตที่แทบจะลอกแบบออกมาจากตำรา เป็นคนปากร้าย ใจร้อน แถมยังมีนิสัยที่ร้ายกาจพอตัว อย่างไรก็ตามนี่คือนิสัยที่เป็นเlน่ห์ของเธอที่ทำให้ กัล ติดใจและลืมไม่ลง แม้ว่าจะโดนบอกเลิก เขาก็ยังพัวพัน เอ็มม่า อยู่เสมอมา และนานวันเข้ามันก็ยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ กัล ทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตด้วยการขู่ว่าเขาจะฆ่าตัวตาย รวมถึงการกุเรื่องหลอกว่าเขาถูกลักพาตัว เพื่อให้เอ็มม่า เห็นใจ และด้วยเหตุผลด้านความตอแยไม่เลิกของ กัล นี่เองทำให้เขากลายเป็นผู้ต้องสงสัยหมายเลข 1 ในคดีนี้ไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ และท้ายที่สุดสิ่งที่ใครสงสัยก็เป็นไปตามนั้น กัล สารภาพผิดยอมรับว่าเขาคือคนที่ยิงปืนทะลุเข้าไปในห้องนอนของเอ็มม่าเอง

 10

สิ่งแรกที่ กัล พูดในชั้นศาลคือเขาขอโทษคุณและคุณนายวอล์คเกอร์ในสิ่งที่ทำไป เขาไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า เอ็มม่า และการยิงของเขาเป็นการตั้งใจแค่ขู่ให้เธอกลับมาคบกับเขาอีกครั้งเท่านั้น ทว่ากระสุนก็ดันวิ่งถูกศรีษะของเธอพอดี ...

"ผมขอโทษที่พรากชีวิต เอ็มม่า มาจากคุณ ผมเหมือนโจรร้ายที่ปล้นเอาลูกสาวที่คุณเลี้ยงมาจนโต สิ่งที่ผมพอจะบอกคุณได้ในเวลานี้คือผมต้องการแค่ให้เธอกลัวเท่านั้น ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องเอาให้ตายถึงชีวิตของ เอ็มม่า เลย ผมขอโทษคุณอีกครั้งจากใจจริง" เขากล่าวก่อนที่ะต้องเข้าคุก

 11

ขณะที่พระเอกของเรื่องในการสืบสวนครั้งนี้อย่าง แม็คคาร์ธี่ และวอลตัน ยอมรับว่าเขาเชื่อในสิ่งที่ กัล พูดออกมาในศาลทั้งหมด เพื่อนของเขาไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นตั้งใจจะฆ่าใครตาย เพียงแต่ตัวของพวกเขาเองก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้ในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่ากำลังจะมีคนตายที่ไม่ได้ความเป็นธรรม แถมพวกเขายังรู้ถึงเบาะแสว่าใครเป็นคนทำ ดังนั้นการพูดความจริงและเสนอตัวช่วยคดีนี้ทำให้ แม็คคาร์ธี่ และ วอลตัน ได้รับความชื่นชมเป็นอย่างมาก

สุดท้ายกระสุนแห่งความลับก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความกล้าหาญของความยุติธรรม ถึงเวลาที่วิญญาณของ เอ็มม่า จะจากไปอย่างสงบ ส่วน กัล ที่ต้องเข้าไปอยู่ในคุกตามคำสั่งศาลอย่างน้อยๆ เขาก็ได้รับรู้แล้วว่าความรักที่แท้จริงเป็นอย่างไร แน่นอนว่ารักแท้ไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เขาเคยทำ

ถึงตรงนี้ ทุกคนที่เกี่ยวข้องคงได้แต่หวังว่า หากเขามีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตนอกห้องขังอีกครั้ง เรื่องดังกล่าวจะสอนใจเขาจนไม่อยากที่จะทำผิดซ้ำเป็นหนที่ 2 ...