แผนที่เสือใต้ต้องเลือก! "คูตินโญ่ & มุลเลอร์" ยืนคู่กันแบบไหนดี?

แผนที่เสือใต้ต้องเลือก! "คูตินโญ่ & มุลเลอร์" ยืนคู่กันแบบไหนดี?
Bundesliga

สนับสนุนเนื้อหา

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นิโก้ โควัช หัวเรือใหญ่แห่ง “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ได้ออกมากล่าวว่าเขาจะไม่ให้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ซุปตาร์คนใหม่ของบาเยิร์น ลงสนามคู่กับแข้งตำนานของสโมสรอย่าง โธมัส มุลเลอร์ โดยโค้ชชาวโครแอตอธิบายว่าหากให้สองคนนี้ลงสนามพร้อมกัน มันจะเป็นการเน้นเกมบุกมากเกินไปซึ่งอาจทำให้ทีมเสียสมดุลย์

การแถลงครั้งนี้ถือเป็นที่ฮือฮากันอย่างมากในวงการฟุตบอลเยอรมันจนเราอดไม่ได้ที่จะมาลองวิเคราะห์ดูว่าจะมีทางเป็นไปได้ไหมที่ “พ่อมดน้อย” คูตินโญ่  กับ “จอมหาช่องว่าง” อย่างมุลเลอร์จะลงเล่นพร้อมกันได้โดยที่ทีมไม่เสียสมดุลย์
 
1) ระบบ 4-2-3-1 คูตินโญ่ ยืนตำแหน่งปีกซ้าย มุลเลอร์ยืนตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง
 

mullllll3
แม้โควัชจะกลัวการใช้มิดฟิลด์เชิงรับที่มากไปซึ่งอาจทำลายสมดุลย์ระบบ 4-2-3-1 ของเขา แต่อย่าลืมว่าในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา บาเยิร์นเสริมกำลังในแนวรับค่อนข้างหนัก โดยเฉพาะการย้ายมาของเบนฌาแม็ง ปาวาร์ กองหลังสารพัดประโยชน์เลือดน้ำหอม และ ลูคาส แอร์กน็องเดซ อีกหนึ่งตัวรับชาวฝรั่งเศสที่สามารถยืนตำแหน่งแบ็คซ้ายได้ด้วย ซึ่งช่วยให้โยชัว คิมมิชได้ขยับขึ้นมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับหรือตัวยันเกม โดยแข้งดังชาวเยอรมันวัย 24 ปีเองก็เล่นในตำแหน่งเดียวกันนี้ให้กับทั้งทีมชาติและสโมสรบาเยิร์น แถมยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม
 
นั่นหมายความว่าการมีคิมมิชยืนคุมเกมรับคู่กับติอาโก้ในแผงมิดฟิลด์น่าจะทำให้แนวรับของบาเยิร์นแข่งแกร่งขึ้นไปอีก หากจับให้คูตี้ยืนตำแหน่งปีกซ้ายและเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระก็อาจให้ผลเช่นเดียวกับสมัยที่เขาเล่นให้กับลิเวอร์พูล ซึ่งประสบความสำเร็จมากกว่าตอนที่แข้งแซมบ้ารายนี้ลงเล่นเป็นกองหน้าตัวต่ำ (ฝั่งซ้าย) ให้กับบาร์ซ่า ส่วนมุลเลอร์ก็จะสามารถยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกตรงกลางหลังโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
 
การใช้แผนนี้อาจช่วยดึงจุดเด่นของคูตี้ออกมาได้ นั่นคือการตัดเข้ากลางแล้วส่องไกลเหมือนอย่างที่ฟรองค์ ริเบรี ชอบทำ ในขณะที่เลวานดอฟสกี้ ก็จะยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า รอเวลาที่เหมาะเจาะและรอสกิลการจ่ายบอลสวยๆ ของคูตินโญ่ เพื่อเผด็จศึกทีมคู่แข่ง
 
ส่วนมุลเลอร์ก็จะมีอิสระในการเคลื่อนที่หาจังหวะและโอกาสในบริเวณกรอบเขตโทษของทีมคู่แข่งเพื่อจบสกอร์อย่างที่เขาทำได้มาตลอดสิบปี ลูกยิงวอลเล่ย์ใส่ทีมเร้ดสตาร์ เบลเกรดในศึกยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีกครั้งที่ผ่านมาน่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีว่าสัญชาติญาณกองหน้าของมุลเลอร์นั้นยังเข้มข้นเหมือนเดิม
 
2) ระบบ 4-2-3-1 คูตินโญ่ ยืนตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง มุลเลอร์ยืนตำแหน่งปีกขวา
 

mullllll2
คูตินโญ่ อาจชอบยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางมากกว่าแบบแรก โดยยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกหลังเลวานดอฟสกี้ และขยับมุลเลอร์ไปยืนปีกขวา ในเกมลีกที่บาเยิร์นพบกับโคโลญจน์ ถือว่าคูตี้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการยืนตรงกลาง สามารถเรียกจุดโทษได้จากลูกจ่ายทะลุช่องของโกรองแต็ง โตลิซโซ่ และยังลุกขึ้นมาสังหารจุดโทษเข้าไปด้วยตนเองอีกด้วย (ต้องขอบคุณความใจกว้างของเลวานดอฟสกี้ที่ยกลูกนั้นให้) แถมคูตินโญ่ ยังจ่ายบอลทะลุช่องสวยๆ ให้อิวาน เปริซิชยิงประตูได้อีก
 
แม้มุลเลอร์จะชอบยืนตำแหน่งตรงกลางมากกว่า แต่ตำนานเสือใต้คนนี้ก็ทำได้ดีกับการเล่นริมเส้นฝั่งขวาเช่นกัน ในฤดูกาลที่ผ่านมาเขายิงได้ถึง 4 ประตูจากการเล่นปีกขวาและจ่ายแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมได้อีกมากมาย  
 
3) ระบบ 4-3-3 มุลเลอร์ยืนกองหน้าฝั่งขวา ส่วนคูตินโญ่ ยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง
 

mullllll4
อีกหนึ่งทางเลือกเพื่อให้นิโก้ โควัชสามารถใช้งานนักเตะยอดฝีมือทั้งสองคนนี้พร้อมๆ กันได้ก็คือการให้คูตินโญ่ ยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง ซึ่งเขาก็เคยทำได้ดีในช่วงที่เริ่มมีชื่อเสียง เมื่อมีมิดฟิลด์ตัวรับที่ไว้ใจได้สองคนคอยยืนต่ำ คูตินโญ่ ก็จะสามารถรับบทบัญชาเกมบุกให้กับทีมได้อย่างไม่ต้องกังวลว่าทีมจะเสียสมดุลย์
 
น่าประหลาดใจที่แข้งแซมบ้ารายนี้มีสถิติการแย่งบอลจากคู่แข่งสำเร็จสูงมาก คิดเป็นกว่า 60% จากการเข้าบอล 47 ครั้งใน 4 เกมแรกที่เขาลงเล่น มากกว่าทั้งคาบี มาร์ติเนซ
ติอาโก้ และคิมมิชด้วยซ้ำ รวมถึงมีอัตราจ่ายบอลสำเร็จที่สูงถึง 86% ทำให้มั่นใจได้เลยว่าเขาสามารถเล่นในตำแหน่งนี้ได้สบาย
 
ส่วนแข้งจอมหลากหลายอย่างมุลเลอร์ก็น่าจะแฮปปี้หากถูกดันขึ้นไปยืนเป็นกองหน้าฝั่งขวา หรือแม้กระทั่งยืนค้ำกลางแทนเลวานดอฟสกี้หากศูนย์หน้าชาวโปแลนด์ได้รับบาดเจ็บ (แม้จะเจ็บยากแต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้)
 
4) ระบบ 4-4-2 มุลเลอร์ยืนกองหน้าคู่กับเลวานดอฟสกี้ ส่วนคูตินโญ่ เล่นตำแหน่งปีกซ้าย
 

mullllll5
เมื่อเดือนพฤศจิกายนในปีที่แล้ว บาเยิร์นประสบปัญหาฟอร์มตก ไม่ชนะเกมนอกบ้านถึง 3 นัดติดต่อกัน โควัชจึงแก้ปัญหาด้วยการจับมุลเลอร์ขึ้นไปยืนเป็นกองหน้าคู่กับเลวานดอฟสกี้ กลับกลายเป็นว่าบาเยิร์นกลับมาคืนฟอร์มถล่มประตูคู่แข่งถึง 20 ประตู พร้อมเก็บชัยชนะ 7 นัดรวด ทำให้พวกเขากลับมายืนในตำแหน่งที่ควรจะอยู่ และนั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้พวกเขาสามารถป้องกันแชมป์ลีกได้อีกสมัยในฤดูกาลที่ผ่านมา
 
“มันจะดีกว่าถ้าผมจะได้เล่นคู่กับใครสักคนในตำแหน่งกองหน้า” เลวานดอฟสกี้กล่าวในตอนนั้น “การมีโธมัสยืนข้างๆ มันทำให้อะไรง่ายขึ้น เขาช่วยผมได้มาก เราต่างส่งเสริมกันและกันได้เป็นอย่างดี”
 
ระบบนี้จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับ บาเยิร์น มิวนิค ส่วน คูตินโญ่ ก็สามารถเล่นปีกซ้ายหรือจะให้ยืนตรงกลางก็ยังได้หากมีคิมมิชและติอาโก้คอยยันเกมในแผงมิดฟิลด์ อย่างที่เห็นๆ กันมาตลอดว่าบาเยิร์นคือทีมที่เน้นเกมรุกอยู่แล้ว ไม่เห็นจะมีใครบ่นว่าทีมเสียสมดุลเพราะอาร์เยน ร็อบเบนและริเบรีลงสนามพร้อมๆ กัน ตรงกันข้าม พวกเขากลับช่วยกันยิงประตูคู่แข่งได้เป็นกอบเป็นกำด้วยซ้ำไป
 
ยิ่งไปกว่านี้ ทั้งคูตินโญ่ และมุลเลอร์ต่างก็เป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาสที่พิสูจน์ฝีเท้าให้โลกเห็นมาแล้ว ทั้งคู่น่าจะเป็นกำลังหลักในการคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 8 ติดต่อกันให้กับบาเยิร์น งานนี้โควัชน่าจะลองคิดดูใหม่นะ