ปาร์ตี้ในตำนาน! "ขุนพลเสือใต้" รวมตัวฉลองเทศกาล "อ็อกโทเบอร์เฟสต์"

ปาร์ตี้ในตำนาน! "ขุนพลเสือใต้" รวมตัวฉลองเทศกาล "อ็อกโทเบอร์เฟสต์"
Bundesliga

สนับสนุนเนื้อหา

ลองจินตนาการดูว่าจะสุดยอดแค่ไหนถ้าหากเราได้นั่งดื่มเบียร์อยู่ในเมืองบ้านเกิด แล้วมีเหล่าสมาชิกจากทีมฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกทีมหนึ่งกรูกันเข้ามาในร้านเพื่อดื่มฉลองไปด้วยกัน โมเมนต์แบบนี้แหละที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเทศกาลเบียร์หรือที่ชาวเยอรมันเรียกกันว่า “อ็อกโทเบอร์เฟสต์” (Oktoberfest) ที่กรุงมิวนิคในประเทศเยอรมนี
 
ไม่เกี่ยงว่าในสัปดาห์ก่อนหน้างานเทศกาลทีมเสือใต้จะชนะหรือแพ้ พวกเขาก็จะไปปรากฏตัวในชุดพื้นเมืองของชาวบาวาเรียนที่งานเทศกาลเบียร์เสมอ เรียกเสียงฮือฮาให้กับผู้คนและสร้างสีสันให้งานเทศกาลเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดบนดาวดวงนี้ แถมพวกเขายังได้รับอนุญาตจากต้นสังกัดให้ดื่มเบียร์ฉลองได้อีกด้วย
 

do6simtxsam_n2x
“อ็อกโทเบอร์เฟสต์” คืออะไร?
 
แรกเริ่มเดิมที เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายลุดวิกแห่งแคว้นบาวาเรียและเจ้าหญิงเธเรเซอแห่งแคว้นแซกโซนี-ฮิลด์บวร์กเฮาเซนเมื่อเดือนตุลาคมปี 1810 โดยประชาชนทั่วไปต่างก็ถูกรับเชิญให้เข้าร่วมเฉลิมฉลองพิธีครั้งนั้นด้วยการดื่มเบียร์ เต้นรำ เล่นเกมยิงปืนและแข่งม้าในบริเวณด้านหน้าของประตูเมืองเป็นเวลาทั้งสิ้น 5 วันเต็ม
 
จนกระทั่งทุกวันนี้ได้มีการยืดระยะเวลาของเทศกาลออกเป็นสองสัปดาห์ โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่กลางเดือนกันยายน และไฮไลท์ของเทศกาลก็ได้เปลี่ยนจากการแข่งม้ามาเป็นการดื่มเบียร์แทน ในทุกๆ ปีมีการบริโภคเบียร์กว่า 6 ล้านลิตรภายในบริเวณที่จัดเทศการหรือที่เรียกกันว่า “วีเซิน” ซึ่งรวมแล้วมีนักท่องเที่ยวมาร่วมฉลองเทศกาลนี้ทั้งหมดกว่า 7 ล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก
 
เบียร์ส่วนใหญ่ในเทศกาลมักเป็นเบียร์ที่หมักไว้สำหรับงานอ็อกโทเบอร์เฟสต์โดยเฉพาะ โดยโรงหมักเบียร์ชื่อดังในกรุงมิวนิค เช่น เอากุสตินเนอร์ ฮัคเคอร์-พชอร์ และ เพาลาเนอร์ นอกจากนั้นจะเป็นเบียร์ลาเกอร์ทั่วไป สำหรับใครที่สนใจไปฉลองเทศกาลเบียร์ที่มิวนิคก็ต้องขอเตือนกันก่อนว่าเบียร์ในเทศกาลจะเสิร์ฟเป็นเหยือก 1 ลิตรเท่านั้น หมายความว่าเมื่อรินเต็มแก้ว แก้วก็จะหนักประมาณสองกิโลกว่าๆ เลย มีการบันทึกสถิติโลกของผู้ที่สามารถแบกแก้วเบียร์นี้ไว้ด้วยว่า มัทเธียส โวลเคิล ชาวเยอรมันแบกแก้วที่เติมเบียร์เต็มทั้งหมด 27 แก้วเดินไปได้ไกล 131 หลา…
 

do6sqcaw4aapd-j
ใส่ชุดอะไรกัน?

คนที่ไปมาแล้วหรือเคยเห็นในรูปหรือคลิปวิดีโอก็จะสังเกตเห็นว่าทุกคนที่ไปร่วมงานต่างก็ใส่ชุดพื้นเมืองของชาวบาวาเรียน โดยชุดของผู้หญิงจะเรียกว่าชุด “เดียร์นเดิล” มีลักษณะเป็นชุดกระโปรงคล้ายสวมผ้ากันเปื้อนที่เด้งสะดุดตามาก สำหรับชุดของผู้ชายเรียกว่า “เลเดอร์โฮเซน” หรือแปลเป็นไทยว่า “กางเกงหนัง” นั่นเอง มีลักษณะเป็นกางเกงหนังขาสั้น มีสายเอี๊ยม ใส่กับเสื้อเชิ้ตจดกระดุมทุกเม็ด แต่งกันเต็มขนาดนี้หากใครไปแล้วไม่ปลื้มคงต้องเปลี่ยนแผนย้ายเมืองเที่ยวกันเลยทีเดียว
 
ไปเที่ยวอ็อกโทเบอร์เฟสต์แล้วจะได้เจอเลวานดอฟสกี้และพรรคพวกไหม?
 

do6sh1rw0aee65f
เจอแน่นอน ฟันธง! เลวานน่ะไปทุกปีไม่มีพลาด รวมถึงนักเตะคนอื่นๆ ของบาเยิร์นก็จะสวมชุดพื้นเมืองสุดเนี้ยบแห่กันไปร่วมงานเทศกาลนี้เสมอ นี่ไม่ใช่เรื่องธุรกิจหรือกลยุทธ์พีอาร์ของสโมสรอะไรหรอกนะ ทีมบาเยิร์น มิวนิคถือว่าเป็นทีมที่ใกล้ชิดกับชาวเมืองท้องถิ่นอยู่มาก มากกว่าทีมฟุตบอลทั่วไปแบบที่ไม่ได้พบเห็นกันบ่อยๆ ซึ่งเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดกับทีมยักษ์ใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ เชลซีอย่างแน่นอน
 
ส่วนเหตุผลอีกข้อที่ทำให้ทีมบาเยิร์นให้ความสำคัญกับเทศกาลนี้เป็นพิเศษก็เพราะสโมสรบาเยิร์น มิวนิคนั้นถูกก่อตั้งขึ้นจากวงเบียร์ในคาเฟ่แห่งหนึ่งชื่อ “กิเซล่า” ที่ตั้งอยู่แถวประตูเมืองมิวนิคในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1900 นั่นเอง!
 
ฮาเมส โรดริเกซ อดีตแข้งดังบาเยิร์นเคยกล่าวถึงเทศกาลนี้หลังจากเคยมาร่วมฉลองครั้งแรกว่า อ็อกโทเบอร์เฟสต์เป็นเหมือนปาร์ตี้ในตำนาน ซึ่งเขารู้สึกแปลกๆ อยู่บ้างกับวัฒนธรรมนี้ แต่ก็ดีที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แถมยังตกใจว่าผู้คนดื่มเบียร์กันเป็นว่าเล่น ถึงตอนนี้คงเป็นเวลาของแข้งอเมริกาใต้คนต่อไปที่จะได้มาเฉลิมฉลองกับเทศกาลเบียร์นี้แล้ว จะเป็นใครไปได้ คูตินโญ่ไงล่ะ…
 

cuotoot