ทำไมฟรีคิกของ จูนินโญ่ แปร์นัมบูกาโน จึงอันตราย ที่สุดในโลก?

ทำไมฟรีคิกของ จูนินโญ่ แปร์นัมบูกาโน จึงอันตราย ที่สุดในโลก?
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อฟรีคิกที่ออกมาจากปลายสตั๊ดของเขา น่ากลัวจนเกือบจะเทียบเท่าลูกโทษ 

“ถ้าพูดถึงระยะ คุณสามารถเพิ่ม โรแบร์โต คาร์ลอส เข้าไป เพราะว่าความรุนแรงและการเปลี่ยนทิศทาง แต่ถ้าความสมบูรณ์แบบโดยรวม ผมบอกได้เลยว่าต้องเป็น จูนินโญ โดยไม่มีข้อสงสัย” เวนเดล เจอรัลโด อดีตแข้งของวาสโก ดา กามา กล่าว

ในยุคหนึ่ง จูนินโญ แปร์นัมบูกาโน อดีตกองกลาง โอลิมปิก ลียง คือนักเตะที่ยิงฟรีคิกได้น่ากลัวที่สุด เขายิงประตูจากลูกตั้งเตะได้มากมาย เป็นฝันร้ายของผู้รักษาประตู ที่กำแพงแทบจะไร้ความหมาย และทันทีที่บอลออกมาจากปลายเท้าของเขา แทบจะใส่สกอร์ได้ทันที 

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ จูนินโญ ยิงฟรีคิกได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ร่วมหาคำตอบไปกับ Main Stand

สร้างชื่อในบ้านเกิด  

จูนินโญ แปร์นัมบูกาโน มีชื่อจริงว่า อันโตนิโอ ออกุสโต ริเบโร เรส จูเนียร์ เขาถือกำเนิดที่เมือง เรซิเฟ เมืองชายฝั่งทางภาคตะวันออกของบราซิล ของรัฐแปร์นัมบูกาโน ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งในชื่อเล่นของเขา ส่วน จูนินโญ มาจากคำว่า Junior ในภาษาโปรตุเกส 


Photo : www.pe.superesportes.com.br

เขาเริ่มเล่นฟุตบอลกับ สปอร์ต โด เรซิเฟ สโมสรในบ้านเกิด ตั้งแต่ระดับเยาวชน และถูกดันขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ในปี 1993 ก่อนที่จะย้ายไปสร้างชื่อกับ วาสโก ดา กามา ในอีก 2 ปีต่อมา 

ในสีเสื้อของ วาสโก ดา กามา จูนินโญ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญ และมีส่วนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์มาประดับตู้โชว์ของสโมสรได้มากมาย รวมไปถึงแชมป์ซีรีย์เอ 2 สมัยในปี 1997 และ 2000 และแชมป์ระดับทวีปอย่าง โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ในปี 1998 

จูนินโญ ยังมีโอกาสได้เล่นกับนักเตะดังอย่าง โรมาริโอ, เอ็ดมุนโด และ จูนินโญ เปาลิสตา และกลายเป็นขวัญใจของแฟนบอล จนได้รับฉายาว่า “Reizinho da Colina” หรือ “ราชาน้อยแห่งเนินเขา”


Photo : Sandro Gomes

และยิ่งทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเท่าไหร่ ลีกบราซิลก็ดูจะเล็กไปสำหรับเขา จนกระทั่งปี 2001 เมื่อยุโรป ได้กวักมือเรียก จูนินโญ ก็ไม่รอช้าในโอกาสนี้ เขาตอบตกลงทันที และได้ย้ายมาเล่นให้กับ โอลิมปิก ลียง ทีมดังแห่งลีกเอิง 

“ลียงในตอนนั้นมีผู้เล่นบราซิลอยู่แล้ว 3 คน (เอ็ดมิลสัน, คลาดิโอ คาปาคา และ ซอนนี แอนเดอร์สัน) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับผม ทำให้ผมสามารถปรับตัวให้เข้ากับฝรั่งเศสได้ง่ายขึ้น” จูนินโญอธิบายกับ UEFA.com

“ผมรู้สึกตื่นตาเสมอที่ได้เล่นในยุโรปและโค้ชลียง แบร์นาร์ด ลาคอมบ์ ดูเหมือนอยากจะให้ผมมายุโรปจริงๆ ผมจึงตัดสินใจเซ็นสัญญากับพวกเขา”  

และที่ลีกเมืองน้ำหอม ก็ทำให้โลกได้รู้จักกับเขามากขึ้น

 

เทพฟรีคิกระดับโลก 

จูนินโญ ใช้เวลาไม่นานก็สถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของลียง และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกเอิงครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรได้ทันทีในฤดูกาลแรกที่มาถึง ในฤดูกาล 2001-02 


Photo : trivela.com.br

ฤดูกาลต่อมา จูนินโญ ยังสามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้อีกสมัย พร้อมรั้งตำแหน่งดาวซัลโวของทีม และคว้าแชมป์ลีกได้อีกสมัย อีกสมัย และอีกสมัย  

เบ็ดเสร็จ 8 ปีที่เขาอยู่กับลียง ทีมคว้าแชมป์ลีกเอิงได้ 7 สมัยติดต่อกัน กลายเป็นสถิติที่ยังไม่มีใครทำลายได้ แม้กระทั่ง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มหาเศรษฐีแห่งฝรั่งเศส ที่ทำได้แค่ 4 สมัยติด ระหว่างฤดูกาล 2012-13 ถึง 2015-16

และเบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ นอกจากการเล่นสไตล์แซมบ้า อย่างการเลี้ยงบอลสวยๆ หรือการจ่ายบอลที่แม่นยำแล้ว สิ่งที่ทำให้ จูนินโญ กลายเป็นผู้เล่นที่ขาดไม่ได้ของลียง นั่นก็คือการยิงฟรีคิกที่คมกริบของเขา

แม้ว่าโดยทั่วไปแล้ว ผู้เล่นจากอเมริกาใต้หลายคนจะสามารถเล่นลูกตั้งเตะได้ ราวกับเป็นพรสวรรค์ แต่สำหรับจูนินโญ นั้นต่างออกไป เพราะสำหรับเขา มันไม่ใช่แค่เล่นได้ดี แต่อยู่ในระดับ “ยอดเยี่ยม” ชนิดหาตัวจับยาก 

“ถ้าพูดถึงระยะ คุณสามารถเพิ่ม โรแบร์โต คาร์ลอส เข้าไป เพราะว่าความรุนแรงและการเปลี่ยนทิศทาง แต่ถ้าความสมบูรณ์แบบโดยรวม ผมบอกได้เลยว่าต้องเป็น จูนินโญ โดยไม่มีข้อสงสัย” เวนเดล เจอรัลโด อดีตเพื่อนร่วมทีมวาสโก ดา กามา กล่าวกับ Reuters

ตลอด 8 ฤดูกาลในสีเสื้อลียง จูนินโญ ยิงให้ทีมไปถึง 100 ประตู โดย 44 ประตูหรือเกือบครึ่งหนึ่งมาจากลูกฟรีคิก นอกจากนี้หากวันไหนเขายิงประตูได้จากลูกนิ่ง ทีมจะไม่เคยแพ้อีกด้วย 


Photo : www.bbc.co.uk

เขากลายเป็นฝันร้ายของผู้รักษาประตู กำแพงที่ถูกตั้งขึ้นมาอาจจะไร้ความหมาย หากคนเตะคือจูนินโญ ที่ขนาดว่าหาก ลียง ได้ฟาลว์ในระยะ 40 หลาลงไป แฟนบอลก็เตรียมฉลองกันล่วงหน้าได้เลย 

ไม่เพียงแต่ผู้ประตูในลีกฝรั่งเศสเท่านั้นที่โดนเขาเล่นงาน  นายทวารระดับโลก ต่างเคยลิ้มรสฟรีคิกของเขามาแล้วทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่ โอลิเวอร์ คาห์น 

 

เหยื่อระดับโลก 

ในเกม ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2003-04 รอบแบ่งกลุ่ม ลียง โคจรมาพบกับ บาเยิร์น มิวนิค ที่มี โอลิเวอร์ คาห์น เป็นเทพปกปักษ์อยู่หน้าปากประตู ในตอนนั้นเขาคือกัปตันทีมชาติเยอรมัน และผู้รักษาประตูมืออันดับต้นๆ ของโลก 


Photo : www.pasionfulbo.net

แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับ จูนินโญ อะไรก็เกิดขึ้นได้ หากทีมได้ลูกฟรีคิก และมันก็เกิดขึ้นในระยะ 35 หลาหน้าปากประตู เขาซัดบอลเต็มแรงด้วยขวา บอลพุ่งด้วยความเร็ว ก่อนจะมุดเช็ดคานลงไป ชนิดที่ คาห์น ดักรอที่เสาไกล แต่ยังไปไม่ทัน แถมตัวเองยังพุ่งไปโดนเสาอย่างจัง ก่อนที่สุดท้ายลียง จะเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 2-1 

“ผมเคยเจอลูกยิงแบบนี้ของเขามาเป็นพันครั้ง เขายิงไป 30-40 ครั้งในการซ้อมเซสชั่นหนึ่ง และตรงกรอบถึง 90 เปอร์เซ็นต์ และเกือบทั้งหมดที่ตรงกรอบ มันเป็นประตู” เรมี แวร์กูร์ต อดีตผู้รักษาประตูของลียงกล่าวกับ French TV

“หลังจากเขาทำประตูในเกมนั้น ผู้เล่นคนแรกที่เขาวิ่งมาหาที่ข้างสนามคือผม มันยอดเยี่ยมมาก มันเหมือนกับเป็นรางวัลสำหรับทั้งหมดที่เขาทำ”

คาห์น ไม่ใช่นายทวารคนสุดท้าย ที่ถูก จูนินโญ ทำให้เสียหน้า ในเกม ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ปี 2005 อิเคร์ คาซิยาส ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติสเปนในขณะนั้น ก็ต้องเสียท่าให้กับเขา เมื่อไม่สามารถรับลูกฟรีคิก เกือบครึ่งของครึ่งสนามของดาวเตะชาวบราซิลได้ 

เกมดังกล่าว ลียง ได้ฟรีคิกระยะกว่า 40 หลา ครั้งนี้ จูนินโญ เลือกซัดไม่โด่งมากไปทางซ้ายของกำแพง บอลกระดอนพื้น ก่อนพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายท่ามกลางเสียงเฮลั่นของแฟนเจ้าบ้าน 

แม้ว่าหลายคนจะรู้ถึงพิษสงในฟรีคิกของ จูนินโญ แต่ก็ยังมีทีมที่โดนลูกนิ่งของเขาเล่นงาน แม้กระทั่ง บาร์เซโลนา ยอดทีมแห่งยุโรป และมันก็เกิดขึ้นในการพบกับในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาล 2008-09 

ตอนนั้น ลียง ได้ฟรีคิกระยะประมาณ 30 บริเวณด้านซ้ายของกรอบเขตโทษใกล้กับมุมธง ซึ่งมุมเหลืออยู่ไม่มาก แต่ฟรีคิกของ จูนินโญ ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาคือผู้ชำนาญการในด้านนี้ เมื่อจัดการปั่นโค้งเสียบเสาไกลผ่านมือ บิคตอร์ บัลเดส เข้าไปอย่างสวยงาม 

ความยอดเยี่ยมในฟรีคิกของ จูนินโญ ทำให้เขาได้รับการยกย่องเป็น จอมเตะลูกนิ่งอันดับต้นๆของโลกในยุคนั้น แม้กระทั่ง อันเดรีย ปิร์โล อดีตผู้เล่นทีมชาติอิตาลี ที่เป็นหนึ่งในจอมเล่นลูกตั้งเตะถึงกับคารวะ 

“ช่วงเวลาที่ลียง ผู้ชายคนนั้นทำให้บอลกลายเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดา เขาวางมันในสนาม บิดตัวเล็กน้อย วิ่งเข้าไปยิง และมันก็เป็นประตู” อันเดรีย ปิร์โล กล่าว 

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ฟรีคิกของเขาอันตรายถึงเพียงนี้?

ลูกยิงข้อเท้า  

อันที่จริงในยุคเดียวกับจูนินโญ มีนักเตะที่ยิงฟรีคิกได้ดีเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะยิงโค้งข้ามกำแพง แบบ เดวิด เบ็คแฮม และ ซีเนดีน ซีดาน หรือตะบันไกลแบบ โรแบร์โต คาร์ลอส แต่สิ่งที่ทำให้เขาต่างออกไป คือการยิงได้ทุกรูปแบบ


Photo : ronaldo.com

จูนินโญ สามารถยิงฟรีคิกได้เกือบทุกพื้นที่ในสนาม ในระยะทำการตั้งแต่ 40 หลาลงมา หากเป็นลูกใกล้ เข้าสามารถปั่นย้อยๆ เข้าไปเสียบมุมชนิดผู้รักษาประตูพุ่งอย่างไรก็ไม่ทัน หรือระยะไกล เขาก็สามารถซัดเสียบเสาเข้าไปได้อย่างแม่นยำ 

“จูนินโญคือผู้เล่นที่ยิงฟรีคิกได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ว่าจะเป็นระยะใกล้หรือไกล ในระยะใกล้เขาสามารถยกบอลข้ามกำแพง ในขณะที่ระยะไกล เขาสามารถเปลี่ยนวิถีบอลได้อย่างสมบูรณ์แบบ” เวนเดล ให้ความเห็นกับ Reuters 

“หากคุณวิเคราะห์จูนินโญ คุณจะพบว่าเขาน่าจะเป็นคนยิงฟรีคิกยอดเยี่ยมที่สุด ผมเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ” 

สิ่งที่ทำให้ลูกนิ่งของ จูนินโญ ยอดเยี่ยมกว่าคนอื่น คือลูกยิงส่าย (Knuckleball) ที่ทรงพลัง มันทำให้ลูกเตะของเขารุนแรงและเดาทิศทางได้ยาก จนกลายเป็นปัญหาสำหรับผู้รักษาประตู 

“จูนินโญ พัฒนาลูกยิงข้อเท้าขึ้นมา มันคือการยิงเต็มแรง ที่เกิดการหมุนน้อยที่สุด ที่ทำให้บอลเปลี่ยนวิถี” Bartek Sylwestrzak ที่เป็นคนสอนการยิงฟรีคิกให้กับนักเตะระดับอาชีพมากมายกล่าวกับ Training Ground Guru

“การเปลี่ยนวิถี มีโอกาสเกิดได้มากขึ้นจากลูกฟุตบอลยุคใหม่ ที่ทำให้ลูกยิงมีประสิทธิภาพมาก แม้จะเป็นการยิงระยะไกล” 

เคล็ดลับของจูนินโญคือ เขาต้องวิ่งเข้าหาบอลเป็นแนวตรง จากนั้นเตะบอลด้วยข้างเท้าด้านในเหมือนกับการจ่ายบอล เพียงแต่เพิ่มแรงให้มากขึ้น โดยเตะให้โดนตรงกลางของลูกบอลให้มากที่สุด 


Photo : www.playbuzz.com

“เป้าหมายของผมคือทำให้บอลเลี้ยว ผมชอบที่จะเข้าหาบอลด้วยการวิ่งแบบตรงๆ เตะบอลด้วยด้านในของเท้าเหมือนกับตอนจ่าย แต่ด้วยแรงที่มากขึ้น เตะเข้าไปที่ตรงกลางของลูกบอล ให้โดนส่วนล่างและเตะไปแบบนั้น” จูนินโญ กล่าวกับ FourFourTwo    

“มันทำให้บอลส่ายอย่างรุนแรง ทำให้ผู้รักษาประตูสับสน ผลของมันทำให้ถูกเรียกว่า ‘ลูกยิงส่าย’”  

แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ฟรีคิกของจูนินโญ ทรงประสิทธิภาพคือวิธีการสัมผัสบอล เขาจะใช้นิ้วเท้าเพียง 3 นิ้วที่จะสัมผัสลูกบอล ซึ่งเป็นเทคนิคที่ค้นพบโดยการค้นคว้าของ อันเดรีย ปิร์โล อดีตกองกลางทีมชาติอิตาลี 

“ผมเรียนรู้จากเขาอย่างตั้งใจ เก็บดีวีดีทุกแผ่น แม้กระทั่งรูปถ่ายเก่าๆ จากการแข่งขันที่เขาเคยเล่น” ปิร์โลเผยในหนังสืออัตชีวประวัติส่วนตัว I Think Therefore I play


Photo : www.caughtoffside.com

“สุดท้ายผมก็เข้าใจสูตรมหัศจรรย์ มันเกิดขึ้นจากวิธีเตะบอล ไม่ใช่เตะตรงส่วนไหน สามนิ้วของจูนินโญเท่านั้นที่สัมผัสกับลูกบอล” 

“สิ่งสำคัญคือ บอลจำเป็นต้องถูกเตะจากด้านล่างโดยใช้ สามนิ้วแรกของคุณ คุณต้องทำเท้าของคุณให้เป็นเส้นตรงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วค่อยผ่อนคลายมันอย่างรวดเร็ว”

“วิธีนี้จะทำให้บอลไม่หมุนในอากาศ แต่จะตกลงอย่างรวดเร็วไปสู่ประตู และตอนนั้นมันจะเริ่มหมุน นั่นคือข้อสรุปโดยสังเขป นั่นคือ Maledetta (คำสาป) ของผม”  

และมันก็กลายเป็นต้นแบบของฟรีคิกในยุคต่อมา 

 

เทคนิคที่เลียนแบบมาอีกที 

ลูกยิงข้อเท้าของ จูนินโญ ได้ถูกนักเตะดังมากมายนำมาปรับใช้จนกลายเป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น คริสเตียโน โรนัลโด ที่โด่งดังจากลูกยิงนี้ หรือ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ที่ใช้เล่นงานคู่แข่งอยู่บ่อยครั้ง รวมไปถึง เคซุเกะ ฮอนดะ ที่เคยใช้ลูกยิงลักษณะนี้ในฟุตบอลโลกมาแล้ว 


Photo : www.leparisien.fr

อย่างไรก็ดี จูนินโญ ก็ยืนยันว่าเขาเองก็ไม่ใช่ต้นฉบับ และเป็นเทคนิคที่ลอกเลียนแบบคนอื่นมาปรับใช้ให้เข้ากับตัวเองอีกที ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

“ผมเริ่มต้นด้วยการก็อปปี้ การยิงฟรีคิกของ มาร์เซลินโญ ที่เคยเล่นให้ โครินเธียนส์ เขาคือหนึ่งในแรงบันดาลใจของผม และเป็นคนแรกที่ผมได้เห็นเขาเตะบอลไปแล้วทำให้มันเต้นระบำในอากาศ” จูนินโญกล่าวกับ FourFourTwo  

“เทคนิคนี้จึงไม่ใช่ของผม ดิดี้ ที่คว้าแชมป์โลกกับบราซิล เมื่อปี 1958 และ 1962 เคยทำมาก่อนหน้านั้นเช่นกัน ทุกคนต่างเอาสูตรมาปรับใช้”

ทว่า เหนือสิ่งอื่นใด เทคนิคที่ลอกเลียนมาแบบนี้คงจะไม่บรรลุผล หากไม่ได้เกิดจากการซ้อมอย่างหนัก จูนินโญ มักจะเป็นคนสุดท้ายในสนามเสมอ เขาซุ่มซ้อมลูกฟรีคิกของเขาไม่ขาดทุกวัน จนเกิดเป็นความชำนาญอย่างที่เห็น 

“คาแร็คเตอร์ที่ดีที่สุดที่คุณมีได้เกิดขึ้นในการฝึกซ้อม ฝึกซ้อมวันแล้ววันเล่า จนมันสมบูรณ์แบบ” เวนเดลกล่าวกับ Reuters

“คนยิงฟรีคิกเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ก็จริง และในการฝึกซ้อมเขาก็ทำให้มันสมบูรณ์แบบ มันเป็นพรสวรรค์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน”


Photo : www.mg.superesportes.com.br

จูนินโญ พิสูจน์ตัวเองในฐานะจอมเตะลูกนิ่งระดับท็อป ด้วยการเป็นเจ้าของสถิตินักเตะที่ยิงฟรีคิกได้มากที่สุดในโลก ด้วยจำนวน 77 ประตู ทิ้งห่าง เปเล นักเตะระดับตำนานของบราซิล ที่ยิงไป 70 ประตู 

หลังจากอำลาลียงในปี 2009 เขาพเนจรไปค้าแข้งให้กับหลายทีมทั้งในลีกกาตาร์กับ อัล กอรอฟะ และ ใน เมเจอร์ ลีก ซอคเก้อร์ ของสหรัฐอเมริกา กับ นิวยอร์ก เรดบูลส์ และได้กลับไปค้าแข้งกับ วาสโก ดา กามา อดีตทีมเก่าถึง 2 ช่วง ก่อนจะแขวนสตั๊ดไปในปี 2013 

อย่างไรก็ดี เขายังคงวนเวียนอยู่ในวงการฟุตบอล ล่าสุดเพิ่งจะได้คืนถิ่นเก่า หลังเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฟุตบอลของลียง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2019 ถือเป็นการกลับมาสโมสรเดิมอีกครั้งในรอบ 10 ปี 

แต่ไม่ว่าเขาจะอยู่ในฐานะไหน สิ่งที่เคยสร้างสรรค์ในวงการฟุตบอล ก็ทำให้ “นักเตะที่ยิงฟรีคิกดีที่สุดในโลก” กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของเขาไป ตราบนานเท่านาน