ส่องสถานการณ์ ท็อป 6 พรีเมียร์ลีก หลังผ่านเกมสัปดาห์ที่ 5

ส่องสถานการณ์ ท็อป 6 พรีเมียร์ลีก หลังผ่านเกมสัปดาห์ที่ 5
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

ส่องสถานการณ์ ท็อป 6 พรีเมียร์ลีก หลังผ่านเกมสัปดาห์ที่ 5

1. ลิเวอร์พูล

FBL-ENG-PR-LIVERPOOL-NEWCASTLEPAUL ELLIS/GettyImages

  • อันดับในตาราง ณ ปัจจุบัน : อันดับที่ 1
  • ผลงาน : ชนะ 5 เสมอ 0 แพ้ 0 (ยิง 15 เสีย 4)
  • เกมล่าสุด : ชนะ นิวคาสเซิล 3-1 (เหย้า)

สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ สาลิกาดง ในเกมล่าสุดและสามารถเอาชนะไปได้แบบไม่ยากเย็น 3-1 รั้งตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป โดยมี 15 คะแนน หลังผ่านไป 5 เกม ถือว่าเป็นผลงานที่สวยหรูเลยทีเดียวสำหรับ พลพรรคเดอะค็อป ที่สามารถเก็บชัยชนะรวด 5 เกมแรกได้ 2 ฤดูกาลติดกัน ทิ้งห่างอันดับสองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแล้วถึง 5 คะแนน ซึ่งเกมลีกนัดต่อไปพวกเขาจะต้องไปเยือนถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ของ เชลซี ต้องมาดูกันว่า หงส์แดง จะยังโชว์ฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องได้หรือไม่  

 โปรแกรมนัดต่อไป : เยือน นาโปลี (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก คืนวันอังคารที่ 17 ก.ย. 2.00 น.)


2. แมนเชสเตอร์ ซิตี้

Teemu PukkiPaul Harding/GettyImages

  • อันดับในตาราง ณ ปัจจุบัน : อันดับที่ 2
  • ผลงาน : ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 (ยิง 16 เสีย 6)
  • เกมล่าสุด : แพ้ นอริช 3-2 (เยือน)

พลิกล็อกถล่มทลายสำหรับแชมป์เก่า เรือใบสีฟ้า ในเกมบุกไปพ่ายน้องใหม่ที่พึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาอย่าง นอริช 3-2 ชนิดที่ว่าบุกยำอยู่ฝ่ายเดียวแต่พอโดยสวนกลับ”ตรงเป็นตุง”เลยก็ว่าได้ ซึ่งต้องชื่นชมหัวจิตหัวใจของผู้เล่น นอริช ที่วิ่งไล่บดตลอดทั้งเกมไม่ให้ผู้เล่น แมนฯ ซิตี้ เล่นเกมของตัวเองได้ง่าย ๆ และจากความพ่ายแพ้ในเกมนี้แม้พวกเขาจะยังคงรั้งรองจ่าฝูงของตาราง แต่ก็ถูกผู้นำอย่าง ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างไปแล้วถึง 5 คะแนน โดยเกมลีกนัดต่อไปทีมเรือใบสีฟ้า จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ วัตฟอร์ด ที่พึ่งเปลี่ยนผู้จัดการทีมใหม่และเปิดตัวได้อย่างสวยหรูด้วยการไล่ตีเสมอ อาร์เซนอล 2-2 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

 โปรแกรมนัดต่อไป : เยือน ชัคตาร์ โดเน็ตสก์ (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก คืนวันพุธที่ 18 ก.ย. 2.00 น.)

3. ท็อตแนม ฮอตสเปอร์

FBL-ENG-PR-TOTTENHAM-CRYSTAL PALACEDANIEL LEAL-OLIVAS/GettyImages

  • อันดับในตาราง ณ ปัจจุบัน : อันดับที่ 3
  • ผลงาน : ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 (ยิง 11 เสีย 6)
  • เกมล่าสุด : ชนะ คริสตัล พาเลช 4-0 (เหย้า)



กลับมาเก็บชัยชนะได้อีกครั้งสำหรับ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ที่ก่อนหน้านี้ 3 เกมไม่ชนะใครเลย (เสมอ 2 แพ้ 1) ซึ่งชัยชนะเหนือ คริสตัล พาเลช ในคืนวันเสาร์ที่ผ่านมานี้ เป็นการเรียกความมั่นใจให้ลูกทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะรายของ ซน เฮือง-มิน ที่กลับมาทำประตูได้อีกครั้ง ช่วยให้ สเปอร์ส ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3 ของตาราง แข่ง 5 นัดมี 8 คะแนน โดยเกมลีกนัดต่อไปพวกเขาต้องบุกไปเยือน เลสเตอร์ ซิตี้ ถึงถิ่น คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ซึ่งไม่ใช่งานง่ายแน่นอนที่จะเก็บ 3 คะแนนออกมาจากที่นั่นได้

 โปรแกรมนัดต่อไป : เยือน โอลิมเปียกอส (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก คืนวันพุธที่ 18 ก.ย. 23.55 น.)

4. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

FBL-ENG-PR-MAN UTD-LEICESTEROLI SCARFF/GettyImages

  • อันดับในตาราง ณ ปัจจุบัน : อันดับที่ 4
  • ผลงาน : ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 (ยิง 8 เสีย 4)

เก็บชัยชนะนัดที่สองในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ แม้พักหลังจะมีเสียงวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นค่อนข้างมากสำหรับลูกทีมของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ซึ่งเกมวันเสาร์ที่ผ่านมาแม้จะเก็บ 3 คะแนนได้ แต่ก็เป็นอีกนัดที่รูปเกมก็ยังดูไม่ไหลลื่น บางช่วง เลสเตอร์ เป็นฝ่ายทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ ต้องชมแผงหลังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สามารถรับมือเกมบุกของ จิ้งจอกสยาม ในเกมนี้ได้เป็นอย่างดี ประตูชัยเดียวที่เกิดขึ้นมาจากลูกจุดโทษของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ตั้งแต่ช่วงต้นเกม ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ของตาราง มี 8 คะแนนจาก 5 นัด โดยเกมลีกนัดต่อไปพวกเขามีโปรแกรมต้องบุกไปเยือน เวสแฮมป์ ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้  


โปรแกรมนัดต่อไป : เหย้า แอสตานา (ยูฟ่า ยูโรปาลีก คืนวันพฤหัสบดีที่ 19 ก.ย. 02.00 น.)

5. เชลซี

Tammy Abraham,Frank LampardClive Mason/GettyImages

  • อันดับในตาราง ณ ปัจจุบัน : อันดับที่ 6
  • ผลงาน : ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 (ยิง 11 เสีย 11)
  • เกมล่าสุด : ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-5 (เยือน)

ทีมพลังหนุ่มของกุนซือใหม่ไฟแรงอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ระเบิดฟอร์มเก่งบุกถล่ม วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่ตอนนี้ฟอร์มในลีกกำลังย่ำแย่ได้ถึงถิ่น 2-5 โดย แทมมี อับราฮัม ทำแฮตทริกได้ในเกมนี้ ภาพรวมถือว่าเกมรุกพวกเขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม สวยงาม และหลากหลาย แต่ปัญหายังอยู่ที่เกมรับที่พร้อมจะเสียประตูได้ทุกเวลา นี่เป็นอีกจุดที่กุนซื้อป้ายแดงรายนี้ ต้องรีบแก้ไขให้ได้โดยด่วน เพราะเกมลีกนัดต่อไปพวกเขาต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของจ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล หากแผงหลังของ พลพรรคสิงห์บลู ยังละหลวมอยู่ละก็ พวกเขาอาจจะต้องพบเจอกับชะตากรรมเดียวกับที่เคยพบ แมนฯ ยูไนเต็ด เกมแรกของฤดูกาลก็เป็นได้

 โปรแกรมนัดต่อไป : เหย้า บาเลนเซีย (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก คืนวันอังคารที่ 17 ก.ย. 02.00 น.)

6. อาร์เซนอล

Roberto Pereyra,Bernd LenoJulian Finney/GettyImages

  • อันดับในตาราง ณ ปัจจุบัน : อันดับที่ 7
  • ผลงาน : ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 (ยิง 8 เสีย 8)
  • เกมล่าสุด : เสมอ วัตฟอร์ด 2-2 (เยือน)

ถือเป็นอีกเกมที่พลิกล็อกพอสมควร ทั้งที่ก่อนเกม เจ้าบ้าน วัตฟอร์ด รั้งอันดับสุดท้ายของตาราง เก็บได้เพียงแต้มเดียวจากการลงเล่น 4 เกม แต่พลพรรคปืนใหญ่กลับทำได้เพียงบุกมายันเสมอ 2-2 ที่ต้องบอกว่ายันเสมอก็เป็นเพราะรูปเกมที่เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายบุกแหลกชนิดที่ไม่กลัวบารมีของ อาร์เซนอล เลยแม้แต่น้อย หาโอกาสเข้าทำได้ตลอดทั้งเกม 31 ครั้ง ในขณะที่ เดอะกันเนอร์ส สร้างสรรค์โอกาสได้เพียง 7 ครั้ง ต้องชมกุนซือใหม่อย่าง กิเก้ ซานเชส ฟลอเรส ที่แก้เกมช่วงพักครึ่งได้อย่างตรงจุดจนทีมไล่ตีเสมอได้สำเร็จหลังจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 2-0 สุดท้ายแบ่งกันไปคนละ 1 แต้ม ด้านทีมไอ้ปืนใหญ่ เกมลีกนัดต่อไปจะต้องเปิดบ้านรับการมายือนของทีมน้องใหม่อย่าง แอสตัน วิลลา ในวันเสาร์ที่ 22 กันยายน นี้ 

 โปรแกรมนัดต่อไป : เยือน ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต (ยูฟ่า ยูโรปาลีก คืนวันพฤหัสบดีที่ 19 ก.ย. 23.55 น.)

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!