ศพผู้กองกฤช ถึงกทม.แล้ว เปิดประวัติผู้กองคนกล้า

ศพผู้กองกฤช ถึงกทม.แล้ว เปิดประวัติผู้กองคนกล้า
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

(21 ม.ค.) บริเวณท่าอากาศยานทหารกองบิน 6 ทหารกองเกียรติยศ กองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 จำนวน 1 กองร้อย พร้อมด้วย พล.ท.สุนทร คัมภีรญาณ และ นางสุมนมาศ คัมภีรญาณ บิดาและมารดา พร้อมญาติพี่น้องเดินทางมารอรับศพของ ร.อ.กฤช คัมภีรญาณ ผู้บังคับกองร้อยทหารราบที่ 15121 (ผบ.ร้อย ร.15121) หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 38 เสียชีวิตจากผู้ที่ก่อเหตุการณ์ความไม่สงบ ยิงถล่มฐานปฏิบัติการทหารพระองค์ดำ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา    

ซึ่ง ศพ ร.อ.กฤช คัมภีรญาณ ตั้งสวดบำเพ็ญกุศลทางศาสนา ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน

ด้าน นางสุมนมาศ คัมภีรญาณ มารดา ร.อ.กฤช เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นห่วงลูกชายที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ภาคใต้ และได้กล่าวเตือนให้ระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา เนื่องจาก สถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ทุกครั้งที่มีการพูดคุยกันลูกจะบอกว่าใกล้เรียนจบปริญญาเอก และเตรียมเข้าเรียนโรงเรียนเสนาธิการทหารบกส่วนการสูญเสียลูกชายครั้งนี้ อยากฝากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงสวัสดิการและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ให้มากขึ้น

ทั้งนี้ พล.ท.สุนทร คัมภีรญาณ บิดาของ ร.อ.กฤช เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกชายและจะมีการเตือนทุกครั้งที่มีการโทรศัพท์คุยกัน ก่อนเสียชีวิตก็เหมือนมีลางบอก แต่ก็เฝ้าเตือนให้ใช้ชีวิตอย่าประมาท

 

เปิดประวัติ ร.อ.กฤช คัมภีรญาณ หัวหน้าฐานปฏิบัติการณ์พระองค์ดำ เป็นหลานชายของ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีต รมว.กลาโหม จบนายร้อย จปร. และจบจากโรงเรียนเตรียมทหาร (นตท.) รุ่น 38 รุ่นเดียวกับ ผู้กองแคน ร.ต.อ.ธรณิศ ศรีสุข (แคน-วีรบุรุษผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ภาคใต้ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2550)  

ร.อ. กฤช คัมภีรญาณ (บอย)  อายุ 33 ปี  เป็นบุตรคนสุดท้องของ พล.ท. สุนทร คัมภีรญาณ และ นางสุมนมาศ คัมภีรญาณ  มีพี่น้องร่วมกัน 5 คนได้แก่

1. พ.อ.หญิง รวิฉร คัมภีรญาณ

2. ณัฎฐา คัมภีรญาณ

3. รตินธร คัมภีรญาณ

4. ธัญญธร คัมภีรญาณ

และคนสุดท้ายคือ ร.อ. กฤษ คัมภีรญาณ


" ผู้กองกฤช "
บรรจุเป็นข้าราชการครั้งแรกตำแหน่ง " ผบ. บว. ร้อย อวบ. ร. 161 พัน 1 "เริ่มปฎิบัติราชการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2548 - 30 กันยายน 2549 ในพื้นที่ อ. เจาะไอร้อง จ. นราธิวาส กระทั้งวันที่ 1 ตุลาคม 2549 ได้เข้าปฎิบัติงานในพื้นที่ อ. จะแนะ และ อ.ระแงะ จ. นราธิวาส

ปลายปี 2548 ผู้กองกฤชเริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางราชการทหารประจำการในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่ามกลางความเป็นห่วงของคนในครอบครัว แต่ด้วยความมุ่งมั่นผู้กองกฤชให้คำมั่นสัญญาว่าจะโทรหาพ่อแม่และพี่น้องทุกวัน เพื่อเป็นการรายงานตัวว่าปลอดภัย ซึ่งตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ผู้กองกฤชไม่เคยที่จะลืมปฎิบัติตามที่สัญญาใว้

กระทั่งช่วงค่ำของวันที่ 19 มกราคม เวลา 18.00 น. ยังปฎิบัติหน้าที่ลูกชายที่ดีโทรศัพท์คุยกับคุณพ่อและคุณแม่ตามปกติ " แม่ทานข้าวรึยัง ไม่ต้องเป็นห่วงสบายดีครับ " คือข้อความสุดท้ายที่ ผู้กองกฤชพูดทิ้งท้ายใว้กับครอบครัว จากนั้นทิ้งช่วงประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนถึงเวลา 19.30 น. ครอบครัว " คัมภีรญาณ " ต้องสูญเสียผู้กองกฤช ผู้กองคนกล้าอย่างไม่มีวันกลับ