ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่จำนวนแก้ว! วิจัยชี้ "ยีนบางคน" อาจไม่เหมาะดื่มกาแฟ เผยใครควรเลี่ยง

ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่จำนวนแก้ว! วิจัยชี้ "ยีนบางคน" อาจไม่เหมาะดื่มกาแฟ เผยใครควรเลี่ยง

ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่จำนวนแก้ว! วิจัยชี้ "ยีนบางคน" อาจไม่เหมาะดื่มกาแฟ เผยใครควรเลี่ยง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทำไมบางคนอาจไม่เหมาะกับ กาแฟ? งานวิจัยชี้ "ยีนเผาผลาญคาเฟอีนช้า" มีผล ฝืนดื่มเสี่ยงไตพัง-ความดันพุ่ง

กาแฟอาจเป็นเครื่องดื่มคู่ใจของหลายคน แต่ปริมาณที่คนหนึ่งดื่มได้สบาย ๆ อาจไม่เหมาะกับอีกคน งานวิจัยในวารสาร JAMA Network Open พบว่า ผู้ที่มียีนเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญคาเฟอีนช้า มีความเสี่ยงต่อตัวชี้วัดความผิดปกติของไตและความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นเมื่อดื่มกาแฟมาก ข้อมูลนี้ทำให้เรื่องพันธุกรรมเป็นอีกประเด็นที่ควรพิจารณา นอกเหนือจากจำนวนแก้วที่ดื่มในแต่ละวัน

อย่างไรก็ตาม การมียีนดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าต้องงดกาแฟทั้งหมด ผลการศึกษาชี้ถึงความสัมพันธ์ในผู้เข้าร่วมเฉพาะกลุ่ม และยังไม่ได้พิสูจน์ว่ากาแฟทำให้เกิดโรคไตโดยตรง ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ บางคนอาจต้องระวังการดื่มกาแฟปริมาณมากเป็นพิเศษ

รู้จัก CYP1A2 ยีนที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดคาเฟอีน

นักวิจัยศึกษายีน CYP1A2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างเอนไซม์ที่ช่วยสลายคาเฟอีน โดยพิจารณาความแปรผันที่ตำแหน่ง rs762551 ผู้เข้าร่วมที่มีจีโนไทป์ AC หรือ CC ถูกจัดเป็นกลุ่มเผาผลาญคาเฟอีนช้า ส่วนจีโนไทป์ AA เป็นกลุ่มเผาผลาญคาเฟอีนเร็ว ความแตกต่างนี้อาจมีส่วนทำให้การดื่มกาแฟปริมาณเท่ากันสัมพันธ์กับผลต่อสุขภาพต่างกันได้

กลุ่มยีนเผาผลาญช้า พบความเสี่ยงเมื่อดื่มมากกว่า 3 ถ้วยต่อวัน

การศึกษาซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2566 วิเคราะห์ข้อมูลผู้เข้าร่วมในอิตาลี 604 คน อายุ 18–45 ปี ที่มีความดันโลหิตสูงระยะที่ 1 และยังไม่ได้รับยา โดยมีระยะติดตามค่ามัธยฐาน 7.5 ปี เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ดื่มน้อยกว่า 1 ถ้วยต่อวัน กลุ่มเผาผลาญคาเฟอีนช้าที่ดื่มมากกว่า 3 ถ้วยต่อวันมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการมีอัลบูมินในปัสสาวะ ภาวะไตกรองมากเกิน และความดันโลหิตสูงต่อเนื่องจนต้องรักษาด้วยยา ส่วนกลุ่มเผาผลาญคาเฟอีนเร็ว ไม่พบความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับผลลัพธ์เหล่านี้

กาแฟในการศึกษาส่วนใหญ่เป็นเอสเปรสโซอิตาลี โดยกำหนดคาเฟอีนประมาณ 100 มิลลิกรัมต่อถ้วย จึงไม่ควรนำเกณฑ์ “3 ถ้วย” ไปเทียบกับกาแฟทุกขนาดโดยตรง นอกจากนี้ ตัวชี้วัดที่พบยังไม่ใช่ภาวะไตวาย และผลจากผู้เข้าร่วมกลุ่มนี้ไม่สามารถใช้สรุปแทนคนทั่วไปทั้งหมดได้

ใจสั่นหรือนอนไม่หลับ บอกได้ไหมว่ามียีนเผาผลาญช้า?

อาการหลังดื่มกาแฟอาจช่วยให้สังเกตได้ว่าปริมาณที่ดื่มไม่เหมาะกับตัวเอง แต่ ไม่สามารถใช้ยืนยันว่ามีจีโนไทป์ใด องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา หรือ FDA ระบุว่า ความไวต่อคาเฟอีนและความสามารถในการกำจัดคาเฟอีนแตกต่างกันในแต่ละคน หากได้รับมากเกินไป อาจมีอาการใจสั่น กระสับกระส่าย วิตกกังวล นอนไม่หลับ หรือไม่สบายท้องได้

หากเกิดอาการเหล่านี้ ควรลดปริมาณคาเฟอีนและปรับช่วงเวลาที่ดื่ม พร้อมนับคาเฟอีนจากชา เครื่องดื่มชูกำลัง และผลิตภัณฑ์อื่นร่วมด้วย หากอาการเกิดซ้ำหรือรบกวนชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์ แทนการสรุปด้วยตัวเองว่าเกิดจากพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว

ปริมาณที่คนส่วนใหญ่ดื่มได้ อาจไม่เหมาะกับทุกคน

FDA ระบุว่า คาเฟอีนประมาณ 400 มิลลิกรัมต่อวัน โดยทั่วไปไม่สัมพันธ์กับผลเสียในผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ แต่บางคนอาจเกิดอาการได้แม้ได้รับน้อยกว่านั้น ตัวเลขนี้จึงไม่ใช่เป้าหมายที่ทุกคนควรดื่มให้ถึง ผู้ที่มีโรคประจำตัว ใช้ยาเป็นประจำ หรือมีอาการผิดปกติหลังดื่ม ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เรื่องปริมาณที่เหมาะสม

สรุป มียีนเผาผลาญคาเฟอีนช้า ต้องเลิกกาแฟหรือไม่?

หลักฐานจากงานวิจัยนี้ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่า ผู้มียีนเผาผลาญคาเฟอีนช้าทุกคนไม่เหมาะจะดื่มกาแฟ แต่ชี้ว่าการดื่มปริมาณมากอาจเป็นเรื่องที่ต้องระวังในคนบางกลุ่ม การเลือกปริมาณให้เหมาะกับสุขภาพและการตอบสนองของตัวเอง จึงสำคัญกว่าการยึดจำนวนแก้วตามคนอื่น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล