1 ใบไม้ที่คนจีนเรียกว่า "ใบเซียน" อวยยศสรรพคุณ ดื่มบำรุงปอด-ตับ-ดวงตา!

1 ใบไม้ที่คนจีนเรียกว่า "ใบเซียน" อวยยศสรรพคุณ ดื่มบำรุงปอด-ตับ-ดวงตา!

1 ใบไม้ที่คนจีนเรียกว่า "ใบเซียน" อวยยศสรรพคุณ ดื่มบำรุงปอด-ตับ-ดวงตา!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

จีนยกให้เป็น "ใบไม้มหัศจรรย์" นิยมชงชา 4 สูตร ดูแลปอด ตับ และดวงตาตามตำรายาไทยก็มี

รู้จักใบหม่อน สมุนไพรที่จีนยกเป็นใบเซียน เปิด 4 สูตรชาใบหม่อนผสมเก๊กฮวย หล่อฮังก๊วย และสมุนไพรจีน พร้อมประโยชน์และข้อควรระวัง

ใบหม่อน หรือใบของต้นมัลเบอร์รี เป็นสมุนไพรใกล้ตัวที่คนไทยรู้จักกันมานาน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการปลูกหม่อนเพื่อเลี้ยงไหมและเก็บผลรับประทาน แต่รู้หรือไม่ว่าในประเทศจีน ใบหม่อนยังเป็นวัตถุดิบสำคัญในตำรับแพทย์แผนจีน และถูกยกย่องในเชิงเปรียบเปรยว่าเป็น "ใบเซียน" หรือใบไม้ที่มีคุณค่าต่อการดูแลสุขภาพ

ตามรายงานของเว็บไซต์ Sohu สื่อจีน ใบหม่อนเป็นสมุนไพรที่นิยมใช้ชงชาร่วมกับวัตถุดิบอื่น เช่น ดอกเก๊กฮวย หล่อฮังก๊วย และสมุนไพรจีนบางชนิด โดยมีความเชื่อว่าช่วยบรรเทาอาการที่แพทย์แผนจีนเรียกว่า "ความร้อนสะสม" รวมถึงความแห้งของลำคอ อาการไอ และอาการไม่สบายตา

อย่างไรก็ตาม คำว่า "ร้อนใน" "ตับร้อน" หรือ "ปอดร้อน" ในแพทย์แผนจีน เป็นคำอธิบายตามระบบการแพทย์ดั้งเดิม ไม่ได้หมายถึงโรคตับอักเสบ โรคปอด หรือความผิดปกติของอุณหภูมิอวัยวะตามการแพทย์ปัจจุบัน จึงไม่ควรเข้าใจว่าการดื่มชาใบหม่อนจะสามารถรักษาหรือฟื้นฟูตับ ปอด และดวงตาได้โดยตรง

ถึงกระนั้น ใบหม่อนก็มีสารประกอบตามธรรมชาติหลายชนิดที่ได้รับความสนใจจากนักวิจัย โดยเฉพาะสารในกลุ่มโพลีฟีนอลและสารที่อาจมีผลต่อกระบวนการดูดซึมน้ำตาล ซึ่งทำให้สมุนไพรชนิดนี้มีประเด็นทางวิทยาศาสตร์ที่น่าศึกษาควบคู่กับภูมิปัญญาดั้งเดิม

ใบหม่อนคืออะไร? ทำไมแพทย์แผนจีนจึงนิยมใช้?

ใบหม่อนมาจากต้นหม่อน ซึ่งเป็นพืชในสกุล Morus โดยชนิดที่นิยมใช้ในตำรับแพทย์แผนจีนคือหม่อนขาว (Morus alba) มีประวัติการใช้ในหลายประเทศแถบเอเชียมาอย่างยาวนาน ทั้งการเลี้ยงไหม การทำอาหาร และการนำใบมาใช้เป็นเครื่องดื่มสมุนไพร

ในตำราแพทย์แผนจีน ใบหม่อนมีชื่อเรียกว่า "ซางเย่" (Sang Ye) โดยจัดเป็นสมุนไพรที่ใช้ตามแนวคิดเรื่องการระบายความร้อนและความแห้งของระบบทางเดินหายใจ รวมถึงการดูแลอาการบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับดวงตา

ตัวอย่างเช่น อาการคอแห้ง ไอแห้ง หรือระคายเคืองตา ซึ่งในแพทย์แผนจีนอาจถูกอธิบายว่าเกี่ยวข้องกับความร้อนหรือความแห้งภายในร่างกาย แต่ในทางการแพทย์ปัจจุบัน อาการเหล่านี้สามารถมีสาเหตุได้หลากหลาย เช่น ภูมิแพ้ การติดเชื้อ การใช้สายตาต่อเนื่อง หรือสภาพอากาศ

ศูนย์สุขภาพเสริมและบูรณาการแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NCCIH) ระบุว่า ใบหม่อนขาวมีประวัติการใช้เป็นอาหารและสมุนไพรในเอเชีย และมีการศึกษาถึงผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในมนุษย์ยังมีข้อจำกัด และยังไม่สามารถสรุปประโยชน์ต่อสุขภาพได้ทุกด้านตามที่มีการกล่าวอ้าง

ใบหม่อนมีสารสำคัญอะไรบ้าง?

ใบหม่อนมีสารพฤกษเคมีหลายชนิด เช่น ฟลาโวนอยด์และสารประกอบฟีนอลิก ซึ่งได้รับการศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติทางชีวภาพ รวมถึงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในห้องปฏิบัติการ

นอกจากนี้ยังมีสาร 1-Deoxynojirimycin หรือ DNJ ซึ่งได้รับความสนใจจากนักวิจัย เนื่องจากสามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์บางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการย่อยคาร์โบไฮเดรต จึงอาจส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหาร

อย่างไรก็ตาม การทดลองใช้สารสกัดใบหม่อนในปริมาณที่กำหนด ไม่สามารถนำมาเทียบโดยตรงกับการชงใบหม่อนเป็นชาทั่วไปได้ เพราะปริมาณสารสำคัญอาจแตกต่างกันตามพันธุ์ วิธีปลูก การเก็บเกี่ยว และกระบวนการเตรียมเครื่องดื่ม

ที่สำคัญ ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่เพียงพอว่าใบหม่อนสามารถล้างสารพิษออกจากตับ บำรุงปอดให้แข็งแรงขึ้น หรือทำให้สายตาดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

4 สูตรชาใบหม่อนจากจีน นิยมชงคู่กับอะไรบ้าง?

เว็บไซต์ Sohu แนะนำการนำใบหม่อนมาผสมกับสมุนไพรต่างชนิดตามแนวคิดแพทย์แผนจีน โดยแต่ละสูตรมีวัตถุประสงค์ตามตำรับดั้งเดิมแตกต่างกัน ทั้งการดูแลความแห้งของลำคอ ความรู้สึกไม่สบายตา และอาการไอบางประเภท

อย่างไรก็ตาม สูตรที่มีสมุนไพรใช้เป็นยาโดยเฉพาะไม่ควรนำไปใช้เองอย่างต่อเนื่อง เพราะสมุนไพรแต่ละชนิดมีข้อห้ามและอาจเกิดปฏิกิริยากับยาที่รับประทานอยู่ได้

1. ชาใบหม่อนผสมดอกเก๊กฮวย

ชาใบหม่อนผสมเก๊กฮวยเป็นหนึ่งในสูตรเครื่องดื่มสมุนไพรที่พบได้ในวัฒนธรรมจีน โดยนำใบหม่อนที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ มาผสมกับดอกเก๊กฮวย เพื่อให้ได้ชาที่มีรสชาติและกลิ่นเฉพาะตัว

ส่วนผสมตามสูตรต้นฉบับ

  • ใบหม่อนแห้ง 6 กรัม
  • ดอกเก๊กฮวยแห้ง 3 กรัม
  • น้ำสะอาดประมาณ 500 มิลลิลิตร

วิธีชง

  1. เลือกใบหม่อนและดอกเก๊กฮวยที่สะอาด เหมาะสำหรับนำมาทำเครื่องดื่ม
  2. ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในภาชนะพร้อมน้ำประมาณ 500 มิลลิลิตร
  3. ต้มจนเดือด จากนั้นลดไฟลงและเคี่ยวต่อประมาณ 8 นาที
  4. ปิดไฟและพักไว้อีกประมาณ 3 นาที ก่อนกรองและปล่อยให้อุ่นแล้วดื่ม

ตามแพทย์แผนจีน เชื่อว่ามีประโยชน์อย่างไร?

ในตำรับแพทย์แผนจีน ใบหม่อนและดอกเก๊กฮวยมักถูกนำมาใช้ร่วมกันตามแนวคิดการดูแลภาวะที่เรียกว่า "ตับร้อน" หรือ "ลมร้อน" โดยเฉพาะอาการไม่สบายตาและความรู้สึกร้อนหรือแห้งในร่างกาย

สื่อจีนอธิบายว่าสูตรนี้เหมาะกับผู้ที่ใช้สายตาเป็นเวลานาน เช่น ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือใช้โทรศัพท์มือถือบ่อย ๆ แต่ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือเพียงพอว่าการดื่มชาสูตรนี้สามารถรักษาอาการตาแห้ง ตาพร่ามัว หรือป้องกันโรคตาได้

หากมีอาการตาแห้งจากการใช้หน้าจอ ควรให้ดวงตาได้พักเป็นระยะ กระพริบตาอย่างสม่ำเสมอ และปรึกษาจักษุแพทย์หากมีอาการต่อเนื่อง โดยไม่ควรใช้ชาสมุนไพรแทนการรักษา

2. ชาใบหม่อนผสมหล่อฮังก๊วย

หล่อฮังก๊วยเป็นผลไม้ที่นิยมใช้ทำเครื่องดื่มในประเทศจีน มีรสหวานตามธรรมชาติจากสารประกอบกลุ่มโมโกรไซด์ (Mogrosides) จึงสามารถนำมาชงร่วมกับสมุนไพรอื่นเพื่อเพิ่มรสชาติ โดยไม่จำเป็นต้องเติมน้ำตาล

ส่วนผสมตามสูตรต้นฉบับ

  • ใบหม่อนแห้ง 8 กรัม
  • หล่อฮังก๊วยประมาณ 1 ใน 4 ผล
  • น้ำสะอาดในปริมาณเหมาะสม

วิธีชง

  1. ล้างใบหม่อนตามความเหมาะสม และแบ่งหล่อฮังก๊วยเป็นชิ้นเล็ก ๆ
  2. ใส่ส่วนผสมลงในหม้อพร้อมน้ำสะอาด
  3. ต้มจนเดือดแล้วลดไฟ เคี่ยวต่อประมาณ 10 นาที
  4. กรองกากออกและปล่อยให้อุ่นก่อนดื่ม โดยไม่จำเป็นต้องเติมน้ำตาลเพิ่ม

ตามแพทย์แผนจีน เชื่อว่ามีประโยชน์อย่างไร?

ตามความเชื่อแพทย์แผนจีน หล่อฮังก๊วยเป็นวัตถุดิบที่นิยมใช้ในการดูแลอาการคอแห้งและไอ ส่วนใบหม่อนถูกนำมาใช้ในตำรับที่เกี่ยวข้องกับความร้อนและความแห้งของระบบทางเดินหายใจ

การดื่มเครื่องดื่มอุ่น ๆ อาจช่วยให้รู้สึกสบายคอและได้รับน้ำเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถสรุปได้ว่าชาใบหม่อนผสมหล่อฮังก๊วยช่วยรักษาโรคปอด ลดการอักเสบในทางเดินหายใจ หรือรักษาอาการไอจากทุกสาเหตุได้

หากมีอาการไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือมีไข้สูง ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เพราะอาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับโรคที่ต้องได้รับการรักษาโดยเฉพาะ

3. ชาใบหม่อนผสมชวนเป้ยหมู่ สมุนไพรจีนที่ใช้ในตำรับแก้ไอ

ชวนเป้ยหมู่ (Chuan Bei Mu) หรือที่บางตำราเรียกว่าชวนป๋วยบ้อ เป็นสมุนไพรที่ได้จากหัวใต้ดินของพืชบางชนิดในสกุล Fritillaria และถูกใช้ในตำรับแพทย์แผนจีนมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะตำรับที่เกี่ยวข้องกับอาการไอและเสมหะ

ส่วนผสมตามสูตรต้นฉบับ

  • ใบหม่อนแห้ง 7 กรัม
  • ชวนเป้ยหมู่ 3 กรัม
  • น้ำสะอาดในปริมาณเหมาะสม

วิธีเตรียมตามต้นตำรับ

ต้นฉบับจาก Sohu ระบุให้นำใบหม่อนที่สะอาดมาผสมกับชวนเป้ยหมู่ที่บดพอแตก แล้วต้มในน้ำประมาณ 12 นาที ก่อนกรองเอาแต่น้ำดื่ม อย่างไรก็ตาม ชวนเป้ยหมู่เป็นสมุนไพรที่ใช้เป็นยา จึงไม่แนะนำให้ซื้อมาเตรียมดื่มเองตามสูตรดังกล่าวโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์แผนจีนหรือเภสัชกรที่มีความรู้ด้านสมุนไพร

ตามแพทย์แผนจีน เชื่อว่ามีประโยชน์อย่างไร?

ในแพทย์แผนจีน ชวนเป้ยหมู่ถูกใช้ตามตำรับที่มีจุดประสงค์เกี่ยวกับอาการไอ ความแห้งในระบบทางเดินหายใจ และเสมหะบางลักษณะ โดยมีงานวิจัยเกี่ยวกับสารประกอบและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของพืชกลุ่มนี้อยู่บ้าง

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในห้องปฏิบัติการหรือสัตว์ทดลองไม่เพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลในการรักษาผู้ป่วยจริง และการใช้สมุนไพรชนิดนี้ต้องพิจารณาความถูกต้องของชนิดพืช ขนาดการใช้ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ และยาที่ผู้ใช้รับประทานอยู่

ผู้ที่มีอาการไอต่อเนื่องจึงควรได้รับการประเมินสาเหตุก่อน เพราะอาการไออาจเกิดจากการติดเชื้อ ภูมิแพ้ โรคหืด กรดไหลย้อน หรือโรคอื่นที่มีแนวทางรักษาแตกต่างกัน

4. ชาใบหม่อนผสมม่ายตง สมุนไพรที่ใช้ตามแนวคิดบำรุงความชุ่มชื้น

ม่ายตง (Mai Dong) หรือไม้มายตง เป็นสมุนไพรจีนที่โดยทั่วไปใช้ส่วนรากสะสมอาหารของพืช Ophiopogon japonicus ในตำรับแพทย์แผนจีน นิยมใช้ตามแนวคิดเรื่องการบำรุงสารน้ำและลดภาวะแห้งภายในร่างกาย

ส่วนผสมตามสูตรต้นฉบับ

  • ใบหม่อนแห้ง 6 กรัม
  • ม่ายตง 8 กรัม
  • น้ำสะอาดในปริมาณเหมาะสม

วิธีเตรียมตามต้นตำรับ

สื่อจีนระบุให้นำม่ายตงแช่น้ำอุ่นประมาณ 5 นาที จากนั้นใส่ใบหม่อนและนำไปต้มด้วยไฟอ่อนประมาณ 10 นาที แล้วปล่อยให้อุ่นก่อนดื่ม อย่างไรก็ตาม สูตรนี้เป็นตำรับสมุนไพร ไม่ใช่เครื่องดื่มที่มีข้อมูลความปลอดภัยเพียงพอสำหรับการดื่มเป็นประจำในทุกคน จึงควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพที่มีความรู้ก่อนใช้

ตามแพทย์แผนจีน เชื่อว่ามีประโยชน์อย่างไร?

ตามแนวคิดแพทย์แผนจีน ม่ายตงเป็นสมุนไพรที่ถูกใช้ในตำรับเกี่ยวกับภาวะที่เรียกว่า "พร่องสารน้ำ" หรือ "ขาดความชุ่มชื้น" ซึ่งอาจใช้คำอธิบายกับอาการแห้งในลำคอ กระหายน้ำ หรือความไม่สบายตัวบางอย่าง

การผสมใบหม่อนกับม่ายตงจึงถูกกล่าวถึงในตำรับที่มุ่งเน้นความสมดุลของความร้อนและความชุ่มชื้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่เพียงพอว่าการดื่มสูตรนี้เป็นประจำสามารถรักษาภาวะนอนไม่หลับ บำรุงตับ หรือป้องกันโรคปอดได้จริง

หากมีอาการปากแห้งมากผิดปกติ กระหายน้ำต่อเนื่อง นอนไม่หลับเรื้อรัง หรืออ่อนเพลีย ควรตรวจหาสาเหตุทางสุขภาพแทนการใช้สมุนไพรเพื่อแก้อาการเพียงอย่างเดียว

ชาใบหม่อนทั้ง 4 สูตร ต่างกันอย่างไร?

สูตรชา วัตถุดิบที่ใช้ร่วม การใช้ตามความเชื่อแพทย์แผนจีน ข้อควรรู้
ใบหม่อนและเก๊กฮวย ดอกเก๊กฮวย ดูแลภาวะร้อนและอาการไม่สบายตา ไม่มีหลักฐานยืนยันว่ารักษาโรคตาได้
ใบหม่อนและหล่อฮังก๊วย ผลหล่อฮังก๊วย ดูแลอาการคอแห้งและไอ ไม่ใช้แทนการรักษาโรคทางเดินหายใจ
ใบหม่อนและชวนเป้ยหมู่ สมุนไพรกลุ่ม Fritillaria ใช้ในตำรับเกี่ยวกับอาการไอและเสมหะ ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
ใบหม่อนและม่ายตง ราก Ophiopogon japonicus ดูแลภาวะแห้งตามแนวคิดแพทย์จีน ไม่ควรใช้เป็นประจำโดยไม่มีคำแนะนำ

ใบหม่อนช่วยบำรุงตับ ปอด และสายตาได้จริงหรือไม่?

แม้ใบหม่อนจะมีประวัติการใช้ในแพทย์แผนจีนมาอย่างยาวนาน แต่ในทางการแพทย์ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือเพียงพอว่าการดื่มชาใบหม่อนสามารถบำรุงตับ ฟื้นฟูปอด หรือรักษาปัญหาสายตาได้โดยตรง

ข้อมูลจาก NCCIH ระบุว่า งานวิจัยเกี่ยวกับใบหม่อนขาวส่วนใหญ่ยังอยู่ในระยะเบื้องต้น โดยมีการศึกษาบางส่วนเกี่ยวกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แต่ผลการศึกษาในมนุษย์ยังไม่สอดคล้องกันทั้งหมด

งานทบทวนและวิเคราะห์อภิมานที่เผยแพร่ในปี 2022 พบว่าผลิตภัณฑ์จากหม่อนอาจมีผลต่อระดับน้ำตาลหลังอาหารในบางการศึกษา แต่ยังมีข้อจำกัดในการนำผลไปใช้สรุปประสิทธิผลการรักษาโรคเบาหวานอย่างชัดเจน

ดังนั้น การดื่มชาใบหม่อนควรมองว่าเป็นการเลือกเครื่องดื่มสมุนไพรตามความชอบ มากกว่าการใช้เพื่อรักษาโรค และไม่ควรหยุดยาหรือเปลี่ยนแผนการรักษาที่แพทย์กำหนดเพื่อหันมาดื่มชาสมุนไพรแทน

ข้อควรระวังก่อนดื่มชาใบหม่อนและสมุนไพรจีน

แม้สมุนไพรหลายชนิดจะมาจากพืชธรรมชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยสำหรับทุกคน เพราะสารสำคัญในพืชอาจมีผลต่อร่างกายและอาจเกิดปฏิกิริยากับยาบางชนิดได้

  • ผู้ป่วยเบาหวาน: ใบหม่อนอาจมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ที่รับประทานยาลดน้ำตาลควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เป็นประจำ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงน้ำตาลในเลือดต่ำ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว: โดยเฉพาะโรคตับ โรคไต หรือผู้ที่ใช้ยาหลายชนิด ไม่ควรใช้สมุนไพรหลายตัวร่วมกันโดยไม่ตรวจสอบความปลอดภัย
  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร: ควรหลีกเลี่ยงการใช้สมุนไพรในขนาดที่มุ่งหวังผลทางยา หากไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอหรือคำแนะนำจากแพทย์
  • ผู้ที่มีอาการแพ้: หากเกิดผื่น คัน บวม หรืออาการผิดปกติหลังดื่ม ควรหยุดใช้และขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์
  • การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์: ควรเลือกวัตถุดิบที่ระบุชนิดพืชชัดเจน สะอาด และมีแหล่งผลิตเชื่อถือได้ เพราะสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐานอาจปนเปื้อนหรือใช้พืชผิดชนิด
  • การใช้สมุนไพรที่เป็นยา: ชวนเป้ยหมู่และม่ายตงไม่ควรถูกมองเป็นส่วนผสมเครื่องดื่มทั่วไปสำหรับทุกคน ควรใช้ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม

NCCIH ระบุว่าการใช้ใบหม่อนขาวในการศึกษาระยะสั้นส่วนใหญ่ไม่พบอาการไม่พึงประสงค์รุนแรง แต่มีรายงานอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด มีแก๊ส ท้องผูก หรือถ่ายเหลว และยังมีข้อมูลจำกัดเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้ระยะยาว

สรุป ใบหม่อน สมุนไพรใกล้ตัวที่คนจีนนิยมชงชา แต่ไม่ใช่ยารักษาโรค

ใบหม่อนเป็นสมุนไพรที่มีประวัติการใช้ในแพทย์แผนจีน และถูกนำมาชงเครื่องดื่มร่วมกับดอกเก๊กฮวย หล่อฮังก๊วย ชวนเป้ยหมู่ และม่ายตง โดยแต่ละสูตรมีความหมายและวัตถุประสงค์ตามภูมิปัญญาดั้งเดิมแตกต่างกัน ตั้งแต่การดูแลความแห้งของลำคอไปจนถึงอาการไม่สบายตา

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อเรื่องการลดตับร้อน บำรุงปอด หรือทำให้ดวงตาสดใส ไม่ใช่หลักฐานทางการแพทย์ว่าชาใบหม่อนสามารถรักษาโรคของอวัยวะเหล่านั้นได้จริง และสมุนไพรบางชนิดในสูตรยังมีข้อควรระวังเรื่องความปลอดภัย

หากต้องการดื่มชาใบหม่อนเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศจากเครื่องดื่มทั่วไป ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สะอาดและใช้ในปริมาณเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาอยู่เป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สมุนไพรเพื่อหวังผลด้านสุขภาพ

 

 

แหล่งอ้างอิง

  1. National Center for Complementary and Integrative Health (NCCIH) – White Mulberry Leaf: Usefulness and Safety
  2. PubMed – Morus alba L. for Blood Sugar Management: A Systematic Review and Meta-Analysis
  3. UK Nutrition and Health Claims Committee – Scientific Opinion on White Mulberry Leaf Extract
  4. Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine – Review of Fritillariae Cirrhosae Bulbus
  5. NCCIH – Safe Use of Complementary Health Products and Practices
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล