เปิดชื่อ 8 ประเทศ ใช้กล้องวงจรปิดและ AI สอดส่องประชาชนมากที่สุดในโลก!

เปิดชื่อ 8 ประเทศ ใช้กล้องวงจรปิดและ AI สอดส่องประชาชนมากที่สุดในโลก!

เปิดชื่อ 8 ประเทศ ใช้กล้องวงจรปิดและ AI สอดส่องประชาชนมากที่สุดในโลก!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิด 8 ประเทศถูกจับตามองมากที่สุดในโลก ปี 2026 จีนมีกล้อง CCTV เฉลี่ยเกือบ 1 ตัวต่อประชากร 2 คน

เปิด 8 ประเทศที่มีระบบเฝ้าระวังเข้มข้นที่สุด ปี 2026 จีนครองอันดับ 1 กล้อง CCTV ประมาณ 700 ล้านตัว พร้อมอันดับรัสเซีย สิงคโปร์ และประเทศอื่น

ประเทศไหนมีระบบสอดส่องประชาชนเข้มข้นที่สุดในโลก ปี 2026? หลายคนอาจนึกถึงประเทศที่มีกล้องวงจรปิดจำนวนมหาศาลตามท้องถนน แต่ความจริงแล้ว การเฝ้าระวังในยุคดิจิทัลไม่ได้จำกัดอยู่แค่กล้อง CCTV เพราะยังครอบคลุมถึงระบบจดจำใบหน้าด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) การติดตามกิจกรรมบนอินเทอร์เน็ต และฐานข้อมูลชีวมิติที่เชื่อมโยงกับตัวตนของประชาชน

ข้อมูลจากเว็บไซต์ WorldRankd ซึ่งนำเสนอการจัดอันดับ 8 ประเทศที่มีระบบเฝ้าระวังเข้มข้นในปี 2026 พบว่าจีนครองอันดับ 1 ด้วยคะแนนรวมสูงถึง 99.25 จาก 100 คะแนน โดยมีการอ้างอิงจำนวนกล้องวงจรปิดประมาณ 700 ล้านตัวทั่วประเทศ หรือคิดเป็นกล้องเกือบ 1 ตัวต่อประชากร 2 คน

ที่น่าสนใจคือ สหราชอาณาจักรซึ่งมักถูกพูดถึงว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกล้องวงจรปิดจำนวนมาก กลับอยู่ในอันดับ 8 ของการจัดอันดับครั้งนี้ เพราะเกณฑ์ประเมินไม่ได้พิจารณาเฉพาะจำนวนกล้อง แต่ยังรวมถึงการควบคุมอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีเฝ้าระวัง และกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ

อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับดังกล่าวเป็นดัชนีที่ผู้จัดทำกำหนดขึ้นเอง ไม่ใช่ดัชนีมาตรฐานสากลที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ และข้อมูลจำนวนกล้องในหลายประเทศยังเป็นการนำตัวเลขของเมืองสำคัญมาใช้เป็นตัวแทน จึงควรอ่านผลการจัดอันดับภายใต้ข้อจำกัดเหล่านี้

ประเทศที่มีระบบสอดส่องประชาชนเข้มข้นที่สุด วัดจากอะไร?

การจัดอันดับของ WorldRankd ใช้แนวคิดคะแนนรวม (Composite Score) เพื่อเปรียบเทียบความเข้มข้นของระบบเฝ้าระวังในแต่ละประเทศ โดยพิจารณาหลายองค์ประกอบร่วมกัน ไม่ใช่เพียงความหนาแน่นของกล้องวงจรปิด

  • กล้องวงจรปิด (CCTV): จำนวนกล้องที่ติดตั้งเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากร
  • การควบคุมอินเทอร์เน็ต: ระดับการจำกัดการเข้าถึงเว็บไซต์ แพลตฟอร์ม และการสื่อสารออนไลน์
  • เทคโนโลยี AI: การใช้ระบบจดจำใบหน้าและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเฝ้าระวัง
  • ข้อมูลชีวมิติ (Biometrics): การใช้ลายนิ้วมือ ใบหน้า หรือข้อมูลทางชีวภาพเพื่อยืนยันตัวตน
  • การตรวจสอบและคุ้มครองสิทธิ: กลไกทางกฎหมายที่จำกัดการใช้อำนาจเฝ้าระวังของรัฐ

ข้อมูลพื้นฐานด้านกล้องวงจรปิดอ้างอิงจากการศึกษาของ Comparitech ที่ปรับปรุงในเดือนมิถุนายน 2025 ขณะที่ข้อมูลด้านเสรีภาพอินเทอร์เน็ตในต้นฉบับอ้างถึงรายงาน Freedom on the Net 2025 ของ Freedom House

อย่างไรก็ตาม คะแนน Freedom on the Net หลายประเทศที่ปรากฏในบทความต้นฉบับไม่ตรงกับรายงานของ Freedom House ดังนั้น ตารางด้านล่างจึงแสดงคะแนนเสรีภาพอินเทอร์เน็ตที่ตรวจสอบจากรายงานต้นทาง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถแยกข้อมูลจริงออกจากคะแนนจัดอันดับของ WorldRankd ได้ชัดเจนขึ้น

ตารางอันดับ 8 ประเทศที่มีระบบเฝ้าระวังเข้มข้น ปี 2026

อันดับ ประเทศ คะแนน WorldRankd (เต็ม 100) CCTV ต่อ 1,000 คน เสรีภาพอินเทอร์เน็ต 2025 (เต็ม 100)
1 จีน 99.25 494.3 9
2 รัสเซีย 76.60 19.6 (มอสโก) 17
3 ปากีสถาน 66.36 27.7 (ลาฮอร์) 27
4 สิงคโปร์ 65.69 18.4 53
5 อินเดีย 64.23 79.4 (ไฮเดอราบาด) 51
6 เกาหลีใต้ 48.05 24.3 (โซล) 65
7 สหรัฐอเมริกา 41.49 12.4 (ลอสแอนเจลิส) 73
8 สหราชอาณาจักร 38.74 13.4 (ลอนดอน) 76

หมายเหตุ: คะแนน WorldRankd เป็นคะแนนความเข้มข้นของระบบเฝ้าระวังตามวิธีประเมินของผู้จัดอันดับ โดยคะแนนสูงหมายถึงระดับการเฝ้าระวังที่ถูกประเมินว่าสูงกว่า ส่วนคะแนน Freedom on the Net ของ Freedom House ใช้เกณฑ์ตรงกันข้าม คือ 100 หมายถึงมีเสรีภาพอินเทอร์เน็ตสูงที่สุด ตัวเลข CCTV บางประเทศเป็นข้อมูลระดับเมือง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ และตัวเลขของจีนเป็นค่าประมาณ

อันดับ 8 สหราชอาณาจักร (United Kingdom) คะแนน 38.74

สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการใช้กล้องวงจรปิดในพื้นที่สาธารณะมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะกรุงลอนดอน ซึ่งมีกล้อง CCTV ติดตั้งตามถนน ระบบขนส่ง และพื้นที่สำคัญหลายแห่ง

อย่างไรก็ตาม WorldRankd จัดให้สหราชอาณาจักรอยู่ในอันดับ 8 หรืออันดับสุดท้ายของกลุ่มประเทศที่นำมาเปรียบเทียบ ด้วยคะแนนรวม 38.74 คะแนน แม้จะมีระบบกล้องวงจรปิดที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องก็ตาม

สาเหตุสำคัญอยู่ที่เกณฑ์ด้านเสรีภาพอินเทอร์เน็ตและกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจ โดย Freedom House ให้คะแนนเสรีภาพอินเทอร์เน็ตของสหราชอาณาจักรในปี 2025 อยู่ที่ 76 จาก 100 คะแนน จัดอยู่ในกลุ่ม Free หรือมีเสรีภาพ

ทั้งนี้ การได้อันดับ 8 ไม่ได้หมายความว่าสหราชอาณาจักรมีจำนวนกล้องน้อยที่สุดในโลก แต่หมายถึงมีคะแนนรวมต่ำที่สุดในกลุ่ม 8 ประเทศที่ WorldRankd เลือกมาประเมินภายใต้หลักเกณฑ์ดังกล่าว

อันดับ 7 สหรัฐอเมริกา (United States) คะแนน 41.49

สหรัฐอเมริกาเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ใช้เทคโนโลยีเฝ้าระวังอย่างแพร่หลาย ทั้งกล้องวงจรปิด ระบบอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ เทคโนโลยีจดจำใบหน้า และฐานข้อมูลที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายนำมาใช้ในการสืบสวน

ในการจัดอันดับของ WorldRankd สหรัฐอเมริกาได้รับคะแนนรวม 41.49 คะแนน โดยข้อมูลอ้างอิงด้านจำนวนกล้องประมาณ 12.4 ตัวต่อประชากร 1,000 คน เป็นตัวเลขจากลอสแอนเจลิส ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยระดับประเทศ

แม้เทคโนโลยีเฝ้าระวังจะมีบทบาทในกระบวนการรักษาความปลอดภัย แต่สหรัฐอเมริกายังมีข้อถกเถียงเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัว การเข้าถึงข้อมูลประชาชน และความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐ

ด้านเสรีภาพอินเทอร์เน็ต Freedom House ให้คะแนนสหรัฐอเมริกา 73 จาก 100 คะแนนในรายงานปี 2025 ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ประเทศนี้อยู่ในกลุ่มคะแนนเฝ้าระวังต่ำกว่าจีนและรัสเซียตามเกณฑ์ของ WorldRankd

อันดับ 6 เกาหลีใต้ (South Korea) คะแนน 48.05

เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบเมืองอัจฉริยะพัฒนาอย่างก้าวหน้า โดยเฉพาะกรุงโซล ซึ่งมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อสนับสนุนงานด้านความปลอดภัย การจัดการจราจร และการดูแลพื้นที่สาธารณะ

ข้อมูลจาก Comparitech ระบุว่า กรุงโซลมีกล้อง CCTV ประมาณ 243,426 ตัว หรือคิดเป็น 24.3 ตัวต่อประชากร 1,000 คน ซึ่งมากกว่าตัวเลขที่รายงานสำหรับกรุงมอสโกของรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม WorldRankd จัดให้เกาหลีใต้อยู่ในอันดับ 6 ด้วยคะแนนรวม 48.05 คะแนน เนื่องจากการประเมินครอบคลุมเรื่องเสรีภาพในการสื่อสารและกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจด้วย

Freedom House ให้คะแนนเสรีภาพอินเทอร์เน็ตของเกาหลีใต้ในปี 2025 อยู่ที่ 65 จาก 100 คะแนน จัดอยู่ในกลุ่ม Partly Free หรือมีเสรีภาพบางส่วน สะท้อนว่าประเทศยังมีข้อจำกัดบางประการ แม้จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างมากก็ตาม

อันดับ 5 อินเดีย (India) คะแนน 64.23

อินเดียเป็นประเทศที่มีการขยายระบบกล้องวงจรปิดอย่างรวดเร็วในเมืองสำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะเมืองไฮเดอราบาด ซึ่งข้อมูลจาก Comparitech ระบุว่ามีกล้องประมาณ 900,000 ตัว หรือ 79.4 ตัวต่อประชากร 1,000 คน

ตัวเลขดังกล่าวทำให้ไฮเดอราบาดเป็นหนึ่งในเมืองที่มีความหนาแน่นของกล้องวงจรปิดสูงที่สุดในรายงานของ Comparitech เมื่อไม่นับรวมเมืองของจีน และเป็นตัวเลขที่ WorldRankd นำมาใช้ในการเปรียบเทียบ

นอกจากกล้องวงจรปิดแล้ว อินเดียยังมีระบบ Aadhaar ซึ่งเป็นระบบหมายเลขประจำตัวประชาชนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลชีวมิติ เช่น ลายนิ้วมือและภาพม่านตา เพื่อสนับสนุนการยืนยันตัวตนและการเข้าถึงบริการต่าง ๆ

แม้ระบบดังกล่าวช่วยเพิ่มความสะดวกในการให้บริการ แต่ก็มีข้อถกเถียงเรื่องการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้งานอย่างเหมาะสม โดย WorldRankd ให้คะแนนอินเดีย 64.23 คะแนน ขณะที่ Freedom House ให้คะแนนเสรีภาพอินเทอร์เน็ตปี 2025 อยู่ที่ 51 จาก 100 คะแนน

อันดับ 4 สิงคโปร์ (Singapore) คะแนน 65.69

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความโดดเด่นด้านการใช้เทคโนโลยีเพื่อบริหารจัดการเมือง โดยเฉพาะโครงการ Smart Nation ที่ส่งเสริมการเชื่อมโยงข้อมูล ระบบเซนเซอร์ และบริการดิจิทัลภาครัฐเข้าด้วยกัน

ข้อมูลจาก Comparitech ระบุว่า สิงคโปร์มีกล้อง CCTV ประมาณ 113,000 ตัว หรือคิดเป็น 18.4 ตัวต่อประชากร 1,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สามารถใช้เปรียบเทียบในระดับประเทศได้ เนื่องจากสิงคโปร์มีลักษณะเป็นนครรัฐ

WorldRankd จัดให้สิงคโปร์อยู่อันดับ 4 ด้วยคะแนน 65.69 คะแนน โดยให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าของระบบ Smart Nation และ SingPass ซึ่งเป็นระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลที่ใช้เข้าถึงบริการทั้งภาครัฐและเอกชน

อีกกรณีหนึ่งที่ได้รับความสนใจคือแอปพลิเคชัน TraceTogether ที่ถูกใช้ติดตามผู้สัมผัสโรคในช่วงการระบาดของโควิด-19 ก่อนที่รัฐบาลจะยืนยันว่าข้อมูลบางส่วนสามารถถูกเข้าถึงโดยตำรวจในกรณีการสอบสวนคดีอาญาร้ายแรงได้ ทำให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและขอบเขตการใช้ข้อมูล

ด้านเสรีภาพอินเทอร์เน็ต สิงคโปร์ได้รับ 53 จาก 100 คะแนนในรายงาน Freedom on the Net 2025 ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม Partly Free สะท้อนความแตกต่างระหว่างประสิทธิภาพของเทคโนโลยีภาครัฐกับคำถามด้านสิทธิส่วนบุคคลและการกำกับดูแล

อันดับ 3 ปากีสถาน (Pakistan) คะแนน 66.36

ปากีสถานได้รับคะแนนรวม 66.36 คะแนนจาก WorldRankd โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญคือการใช้ระบบยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลชีวมิติที่เชื่อมโยงกับการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน

ประเทศนี้มีหน่วยงาน National Database and Registration Authority หรือ NADRA ซึ่งดูแลระบบข้อมูลประจำตัวประชาชน รวมถึงข้อมูลลายนิ้วมือและภาพถ่ายที่ใช้ประกอบการยืนยันตัวตน

การลงทะเบียนใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปากีสถานมีการใช้ระบบยืนยันตัวตนทางชีวมิติ ทำให้ข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์สามารถเชื่อมโยงกับตัวบุคคลได้อย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันประเทศยังมีโครงการติดตั้งและเชื่อมโยงกล้องวงจรปิดภายใต้ระบบ Safe City ในเมืองสำคัญ

ข้อมูลจาก Comparitech ระบุว่า เมืองลาฮอร์มีกล้องที่ถูกนับหรือขึ้นทะเบียนในระบบประมาณ 410,297 ตัว คิดเป็น 27.7 ตัวต่อประชากร 1,000 คน โดยจำนวนดังกล่าวรวมกล้องเอกชนที่ถูกระบุตำแหน่งไว้สำหรับโครงการติดตามด้านความปลอดภัยด้วย จึงไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดเป็นกล้องที่รัฐบาลติดตั้งเอง

ในด้านอินเทอร์เน็ต Freedom House ให้คะแนนปากีสถาน 27 จาก 100 คะแนนในปี 2025 จัดอยู่ในกลุ่ม Not Free หรือไม่มีเสรีภาพ สะท้อนข้อจำกัดด้านการสื่อสารออนไลน์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ WorldRankd จัดประเทศนี้อยู่ในอันดับต้น ๆ

อันดับ 2 รัสเซีย (Russia) คะแนน 76.60

รัสเซียเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าประเทศที่มีระบบเฝ้าระวังเข้มข้นไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศที่มีจำนวนกล้องวงจรปิดสูงที่สุด เพราะ WorldRankd จัดให้รัสเซียอยู่ในอันดับ 2 ด้วยคะแนน 76.60 คะแนน แม้ตัวเลขกล้องต่อประชากรในกรุงมอสโกจะต่ำกว่าเมืองสำคัญของหลายประเทศก็ตาม

Comparitech ระบุว่า กรุงมอสโกมีกล้อง CCTV ประมาณ 250,000 ตัว หรือคิดเป็น 19.6 ตัวต่อประชากร 1,000 คน อย่างไรก็ตาม รัสเซียยังมีการใช้ระบบจดจำใบหน้าเพื่อสนับสนุนการติดตามบุคคลในพื้นที่สาธารณะ โดยมีรายงานว่าถูกนำไปใช้ระบุตัวผู้เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองด้วย

สิ่งที่ทำให้รัสเซียได้รับคะแนนสูงในการจัดอันดับคือระบบควบคุมการสื่อสารและอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะระบบ SORM ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดักรับข้อมูลการสื่อสารภายใต้กฎหมายและข้อกำหนดของรัฐ

นอกจากนี้ รัสเซียยังมีมาตรการควบคุมเว็บไซต์และแพลตฟอร์มออนไลน์หลายประเภท รวมถึงข้อจำกัดเกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลและบริการจากต่างประเทศ

Freedom House ให้คะแนนเสรีภาพอินเทอร์เน็ตของรัสเซียเพียง 17 จาก 100 คะแนนในปี 2025 จัดอยู่ในกลุ่ม Not Free ทำให้เห็นว่าการควบคุมข้อมูลออนไลน์เป็นองค์ประกอบสำคัญในการประเมินระบบเฝ้าระวังของประเทศนี้

อันดับ 1 จีน (China) คะแนน 99.25

จีนครองอันดับ 1 ประเทศที่มีระบบเฝ้าระวังเข้มข้นที่สุดตามการจัดอันดับของ WorldRankd ด้วยคะแนนรวม 99.25 จาก 100 คะแนน โดยมีความโดดเด่นทั้งด้านจำนวนกล้องวงจรปิด ระบบจดจำใบหน้า การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI และมาตรการควบคุมอินเทอร์เน็ต

ข้อมูลจาก Comparitech ที่ปรับปรุงเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2025 อ้างอิงตัวเลขประมาณการว่าจีนมีกล้องวงจรปิดราว 700 ล้านตัว เมื่อเทียบกับประชากรประมาณ 1.42 พันล้านคน จะเท่ากับกล้องประมาณ 494.25 ตัวต่อประชากร 1,000 คน หรือเกือบ 1 ตัวต่อประชากร 2 คน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 700 ล้านตัวเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่จำนวนกล้องที่ได้รับการตรวจนับล่าสุดทั้งหมด และไม่ได้หมายความว่าประชาชนทุก 2 คนจะมีกล้องติดตามประจำตัว 1 ตัว แต่เป็นเพียงการเปรียบเทียบจำนวนกล้องรวมกับจำนวนประชากร

จีนมีระบบเฝ้าระวังที่ถูกกล่าวถึงอย่างแพร่หลาย เช่น โครงการ SkyNet ที่เกี่ยวข้องกับโครงข่ายกล้องวงจรปิด รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าและ AI เพื่อสนับสนุนการรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะ

ด้านการสื่อสารออนไลน์ จีนมีระบบ Great Firewall ซึ่งจำกัดการเข้าถึงเว็บไซต์และแพลตฟอร์มต่างประเทศจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังมีข้อกำหนดด้านการลงทะเบียนตัวตนและการกำกับดูแลเนื้อหาบนแพลตฟอร์มภายในประเทศ

Freedom House ให้คะแนนเสรีภาพอินเทอร์เน็ตของจีนเพียง 9 จาก 100 คะแนนในรายงานปี 2025 ซึ่งเป็นหนึ่งในคะแนนต่ำที่สุดของประเทศที่ถูกประเมิน สะท้อนถึงการควบคุมการสื่อสารออนไลน์อย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีเฝ้าระวังในบางพื้นที่ของจีนยังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะประเด็นการจัดเก็บข้อมูลชีวมิติและการติดตามประชาชน ซึ่งก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและขอบเขตการใช้อำนาจของรัฐ

ทำไมประเทศที่มีกล้อง CCTV มากกว่า จึงไม่ได้มีอันดับสูงกว่าเสมอไป?

หนึ่งในข้อสังเกตสำคัญของการจัดอันดับครั้งนี้คือ จำนวนกล้องวงจรปิดไม่ได้สะท้อนระดับการสอดส่องประชาชนทั้งหมด เพราะประเทศที่มีโครงข่ายกล้องหนาแน่นอาจมีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจที่แตกต่างจากประเทศอื่น

ตัวอย่างเช่น เกาหลีใต้มีจำนวนกล้องต่อประชากรในกรุงโซลสูงกว่ากรุงมอสโกของรัสเซีย แต่ WorldRankd กลับจัดให้รัสเซียอยู่ในอันดับสูงกว่า เนื่องจากให้ความสำคัญกับการควบคุมอินเทอร์เน็ตและกลไกตรวจสอบการเฝ้าระวังด้วย

ส่วนอินเดียมีระบบกล้องวงจรปิดในบางเมืองที่มีความหนาแน่นสูง และมีฐานข้อมูลชีวมิติขนาดใหญ่ แต่ยังได้รับคะแนนรวมต่ำกว่าปากีสถานและสิงคโปร์ตามวิธีประเมินของผู้จัดอันดับ

ดังนั้น การเปรียบเทียบประเทศที่มีระบบเฝ้าระวังเข้มข้นจึงต้องพิจารณาทั้งเทคโนโลยีที่ใช้งาน วัตถุประสงค์ในการติดตามข้อมูล และความสามารถของประชาชนในการตรวจสอบหรือคัดค้านการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

ข้อจำกัดของการจัดอันดับประเทศที่มีระบบสอดส่องประชาชนมากที่สุด

แม้ข้อมูลจาก WorldRankd จะช่วยให้เห็นภาพความแตกต่างของระบบเฝ้าระวังในแต่ละประเทศ แต่ก็มีข้อจำกัดสำคัญ โดยเฉพาะความแตกต่างของขอบเขตข้อมูล เพราะจำนวนกล้อง CCTV ของจีนเป็นค่าประมาณระดับประเทศ ขณะที่หลายประเทศใช้ข้อมูลจากเมืองสำคัญเพียงแห่งเดียว

Comparitech ยังระบุด้วยว่าการรวบรวมจำนวนกล้องวงจรปิดในแต่ละประเทศทำได้ยาก เนื่องจากข้อมูลบางส่วนมาจากรายงานของหน่วยงานรัฐ โครงการที่กำลังดำเนินการ และจำนวนกล้องเอกชนที่เชื่อมโยงกับระบบของตำรวจ ตัวเลขที่แท้จริงจึงอาจสูงหรือต่ำกว่าค่าประมาณได้

ขณะเดียวกัน คะแนนด้านเสรีภาพอินเทอร์เน็ตควรอ้างอิงรายงานต้นทางโดยตรง เพราะคะแนน Freedom in the World ซึ่งประเมินเสรีภาพทางการเมืองและสิทธิพลเมืองโดยรวม ไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียวกับ Freedom on the Net ที่ประเมินเสรีภาพบนอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ การจัดอันดับเพียง 8 ประเทศไม่อาจยืนยันได้ว่าประเทศอื่นทั่วโลกมีระดับการเฝ้าระวังต่ำกว่าทั้งหมด เนื่องจากบางประเทศอาจมีการควบคุมข้อมูลอย่างเข้มงวดแต่ไม่มีข้อมูลสาธารณะเพียงพอสำหรับการเปรียบเทียบด้วยเกณฑ์เดียวกัน

สรุป 8 ประเทศที่มีระบบเฝ้าระวังเข้มข้นที่สุดตาม WorldRankd ปี 2026

จากการจัดอันดับของ WorldRankd ปี 2026 จีนได้รับคะแนนสูงสุด 99.25 คะแนน ตามด้วยรัสเซีย 76.60 คะแนน ปากีสถาน 66.36 คะแนน สิงคโปร์ 65.69 คะแนน อินเดีย 64.23 คะแนน เกาหลีใต้ 48.05 คะแนน สหรัฐอเมริกา 41.49 คะแนน และสหราชอาณาจักร 38.74 คะแนน

จีนมีจุดเด่นเรื่องจำนวนกล้องวงจรปิดที่ถูกประเมินไว้ประมาณ 700 ล้านตัว ขณะที่รัสเซียมีคะแนนสูงจากการควบคุมการสื่อสารออนไลน์ ส่วนปากีสถาน สิงคโปร์ และอินเดียมีระบบข้อมูลชีวมิติและการยืนยันตัวตนดิจิทัลที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการประเมิน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขและคะแนนดังกล่าวเป็นผลจากวิธีจัดอันดับเฉพาะของ WorldRankd จึงไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นระดับการเฝ้าระวังที่ตรวจวัดได้อย่างแม่นยำทั่วโลก สิ่งที่ข้อมูลชุดนี้สะท้อนให้เห็นคือ ในยุคที่ AI และฐานข้อมูลดิจิทัลพัฒนาอย่างรวดเร็ว การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและการตรวจสอบการใช้อำนาจมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าจำนวนกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ตามท้องถนน

 

 

แหล่งอ้างอิง

  1. WorldRankd – 8 Most Surveilled Countries in the World in 2026
  2. Comparitech – Surveillance Camera Statistics: Which City Has the Most CCTV? (2025)
  3. Freedom House – Freedom on the Net 2025
  4. Freedom House – Country Scores
  5. Freedom House – South Korea: Freedom on the Net 2025
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล