สาววัย 30 ตรวจพบ "เนื้องอกลำไส้" แพทย์เตือนชาวออฟฟิศกิน 4 อย่างนี้ประจำ ระวัง!

สาววัย 30 ตรวจพบ "เนื้องอกลำไส้" แพทย์เตือนชาวออฟฟิศกิน 4 อย่างนี้ประจำ ระวัง!

สาววัย 30 ตรวจพบ "เนื้องอกลำไส้" แพทย์เตือนชาวออฟฟิศกิน 4 อย่างนี้ประจำ ระวัง!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สาววัย 30 กว่าไม่ปวดท้อง ไม่มีอาการ ส่องกล้องครั้งแรกพบเนื้องอกลำไส้ เผย 4 สิ่งกินประจำ แพทย์เตือนอาหารสำคัญ 

หญิงวัยทำงานอายุ 30 กว่าปีเข้ารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่เป็นครั้งแรกตามคำแนะนำของเพื่อนร่วมงาน ก่อนพบเนื้องอกชนิดอะดีโนมาขนาดไม่น้อย ทั้งที่ไม่เคยปวดท้องหรือถ่ายเป็นเลือดมาก่อน แพทย์ผู้ดูแลจึงหยิบกรณีนี้มาเตือนว่า ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีอาการ และการมีอายุน้อยไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความผิดปกติของลำไส้

ตรวจครั้งแรกพบความผิดปกติ ทั้งที่ใช้ชีวิตตามปกติ

เรื่องราวนี้ได้รับการเปิดเผยโดย นายแพทย์หวง ยู่ชุน ศัลยแพทย์ด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนักในไต้หวัน ผู้ดูแลหญิงรายดังกล่าว เธอทำงานออฟฟิศและมักยุ่งจนต้องฝากท้องกับอาหารนอกบ้านเกือบทุกมื้อ หลังเลิกงานยังชอบซื้อหม้อไฟ อาหารปิ้งย่าง อาหารตุ๋นปรุงรส หรือไก่ทอดมารับประทานเป็นมื้อเย็น เพื่อผ่อนคลายจากความเครียดในการทำงาน

เมื่อเพื่อนร่วมงานแนะนำให้ตรวจลำไส้ใหญ่ เธอจึงตัดสินใจเข้ารับการส่องกล้องเป็นครั้งแรก ผลตรวจกลับพบเนื้องอกชนิดอะดีโนมา หรือเนื้องอกของเซลล์ต่อม ขนาดไม่น้อยในลำไส้ใหญ่ ทำให้เธอประหลาดใจ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีอาการปวดท้องหรือถ่ายเป็นเลือดที่ทำให้สงสัยว่าลำไส้อาจมีปัญหา

ติ่งเนื้อลำไส้อาจไม่ส่งสัญญาณเตือน

นายแพทย์หวงอธิบายว่า การไม่มีอาการนี่เองเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ถูกมองข้ามได้ง่าย ติ่งเนื้อและเนื้องอกชนิดอะดีโนมาหลายรายอาจไม่ทำให้เจ็บหรือมีเลือดออกในช่วงแรก หากไม่ได้รับการตรวจ ความผิดปกติก็อาจค่อย ๆ โตขึ้นโดยผู้ป่วยไม่รู้ตัว

ข้อมูลจากสถาบันโรคเบาหวาน โรคทางเดินอาหารและโรคไตแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NIDDK ระบุว่า ผู้ที่มีติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ และติ่งเนื้อส่วนมากไม่ใช่มะเร็ง อย่างไรก็ตาม ติ่งเนื้อบางชนิดสามารถเปลี่ยนเป็นมะเร็งได้เมื่อเวลาผ่านไป การตรวจพบและนำติ่งเนื้อที่มีความเสี่ยงออกจึงเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยกรณีของหญิงรายนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเป็นมะเร็ง

แพทย์ชวนทบทวนอาหารที่กินเป็นประจำ

สำหรับพฤติกรรมของผู้ป่วย นายแพทย์หวงเตือนถึงการรับประทานอาหารปิ้งย่าง ของทอด อาหารแปรรูป และเนื้อแดงเป็นประจำ ควบคู่กับการได้รับผัก ผลไม้ และใยอาหารไม่เพียงพอ เขาแนะนำให้คนที่รับประทานอาหารนอกบ้านบ่อยทบทวนความสมดุลของอาหารในแต่ละวัน โดยเฉพาะเมื่อเลือกเมนูเดิม ๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

องค์การอนามัยโลกระบุว่า การรับประทานเนื้อแปรรูปมีหลักฐานเชื่อมโยงกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ ส่วนเนื้อแดงมีหลักฐานความเชื่อมโยงที่ยังจำกัดกว่ากัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของผู้ป่วยเพียงรายเดียวไม่สามารถยืนยันได้ว่าอาหารชนิดใดเป็นสาเหตุของเนื้องอกโดยตรง สิ่งที่ควรให้ความสำคัญจึงเป็นรูปแบบการกินโดยรวม เช่น ลดเนื้อแปรรูป รับประทานเนื้อแดงอย่างพอเหมาะ และเพิ่มอาหารที่มีใยอาหาร

อายุยังน้อย ควรตรวจลำไส้เมื่อไร?

นายแพทย์หวงย้ำว่า ไม่ควรรอจนถึงอายุ 50 ปีจึงเริ่มใส่ใจสุขภาพลำไส้ โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่อาจละเลยตัวเองเพราะต้องรับผิดชอบทั้งงาน ครอบครัว และค่าใช้จ่าย การตรวจมีเป้าหมายเพื่อค้นหาความผิดปกติในช่วงที่ยังสามารถจัดการได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่างไรก็ตาม อายุที่ควรเริ่มตรวจและวิธีตรวจควรพิจารณาตามความเสี่ยงของแต่ละคน ไม่ใช่ว่าทุกคนวัย 30 ปีจำเป็นต้องส่องกล้องทันที

แนวทางของสหรัฐฯ แนะนำให้ผู้มีความเสี่ยงทั่วไปเริ่มคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่อายุ 45 ปี ส่วนผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีโรคทางพันธุกรรมบางชนิด หรือมีโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง อาจต้องเริ่มเร็วกว่านั้น การคัดกรองมีหลายวิธี ทั้งการตรวจอุจจาระและการส่องกล้อง โดยแพทย์จะช่วยเลือกวิธีและช่วงเวลาที่เหมาะสม 

มีเลือดปน อุจจาระเปลี่ยน หรือน้ำหนักลด ควรพบแพทย์

อาการที่ควรเข้ารับการประเมิน ได้แก่ ถ่ายมีเลือดปน พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไป ปวดท้องต่อเนื่อง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีภาวะโลหิตจาง อาการเหล่านี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงต้องตรวจหาคำตอบและไม่ควรสรุปเองว่าเป็นมะเร็ง กรณีหญิงวัยทำงานรายนี้สะท้อนว่า ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่อาจไม่แสดงอาการ การดูแลอาหารและปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจตามวัยและความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งที่ควรทำควบคู่กัน

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล