ทำไมต้นตีนเป็ดได้ฉายา "ต้นปีศาจ" เหตุผลไม่ใช่เพราะกลิ่น เปิดความเชื่อตำนานลึกลับ

ต้นตีนเป็ดไม่ได้มีแค่เมืองไทย! เปิดชื่อเรียกในต่างประเทศ บางแห่งเรียกว่า “ต้นปีศาจ”
เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว หลายพื้นที่ในประเทศไทยมักอบอวลไปด้วยกลิ่นเฉพาะตัวของ ดอกตีนเป็ด หรือที่รู้จักกันในชื่อ “พญาสัตบรรณ” ต้นไม้ริมถนนที่บางคนชื่นชอบกลิ่นหอม แต่บางคนกลับรู้สึกว่ามีกลิ่นฉุนจนทนไม่ไหว อย่างไรก็ตาม รู้หรือไม่ว่าต้นตีนเป็ดไม่ได้เป็นต้นไม้ที่พบเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมีถิ่นกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติครอบคลุมเอเชียเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนไปจนถึงออสเตรเลียตอนเหนือ ทั้งอินเดีย จีนตอนใต้ ไทย เมียนมา มาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ต้นไม้ชนิดเดียวกันนี้มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะในอินเดียที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Devil Tree หรือ “ต้นปีศาจ” ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเชื่อพื้นบ้าน ขณะที่ในบางพื้นที่ของจีนกลับเรียกว่า Blackboard Tree หรือ “ต้นกระดานดำ” ตามประโยชน์ของเนื้อไม้ ส่วนอีกชื่อหนึ่งมีความหมายว่า “ต้นบะหมี่” เพราะลักษณะผลที่ห้อยยาวลงมาจากกิ่ง
ต้นตีนเป็ดมีถิ่นกำเนิดที่ไหน? ไม่ได้พบเฉพาะประเทศไทย
ต้นตีนเป็ด หรือพญาสัตบรรณ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Alstonia scholaris (L.) R.Br. อยู่ในวงศ์ Apocynaceae หรือวงศ์ตีนเป็ด เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ มีเรือนยอดให้ร่มเงา ใบเรียงตัวเป็นวงรอบข้อ และมีน้ำยางสีขาวเมื่อส่วนต่าง ๆ ของต้นได้รับบาดแผล
ข้อมูลจาก Royal Botanic Gardens, Kew ประเทศอังกฤษ ระบุว่า พญาสัตบรรณมีเขตกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติกว้างขวาง ตั้งแต่เอเชียเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนไปจนถึงออสเตรเลียตอนเหนือ ไม่ได้มีถิ่นกำเนิดจำกัดอยู่ในประเทศไทยหรือประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงแห่งเดียว
พื้นที่ที่พบต้นตีนเป็ดตามธรรมชาติ ได้แก่
- เอเชียใต้ เช่น อินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ เนปาล และปากีสถาน
- จีนตอนใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ตอนใต้ของมณฑลยูนนานและเขตกว่างซี รวมถึงพื้นที่อื่นในจีนตอนใต้
- เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย เมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
- ออสเตรเลียตอนเหนือ รวมถึงพื้นที่บางส่วนของรัฐควีนส์แลนด์ นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี และเวสเทิร์นออสเตรเลีย
- หมู่เกาะในแปซิฟิกตะวันตก เช่น นิวกินี หมู่เกาะบิสมาร์ก และหมู่เกาะโซโลมอน
ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ต้นตีนเป็ดเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังถูกนำไปปลูกเป็นไม้ประดับและไม้ให้ร่มเงาในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วย
ทำไมอินเดียถึงเรียกต้นตีนเป็ดว่า Devil Tree หรือ “ต้นปีศาจ”?
หนึ่งในชื่อที่สะดุดตาที่สุดของพญาสัตบรรณคือ Devil Tree หรือ “ต้นปีศาจ” ซึ่งเป็นชื่อสามัญภาษาอังกฤษที่มีการใช้จริง โดยเฉพาะในข้อมูลพฤกษศาสตร์ของอินเดีย โดยปรากฏในฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์ของ Royal Botanic Gardens, Kew และมหาวิทยาลัยเกรละ ประเทศอินเดีย นอกจากนี้ ยังมีชื่อท้องถิ่นในภาษาฮินดี Shaitan ka Jhad เกี่ยวข้องกับคำว่า Shaitaan ซึ่งหมายถึงปีศาจหรือสิ่งชั่วร้าย
ชื่อดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อพื้นบ้านในบางพื้นที่ของอินเดีย โดยเฉพาะความเชื่อที่ว่าต้นไม้ชนิดนี้เป็นที่สถิตของวิญญาณหรือสิ่งเหนือธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ชื่อนี้ไม่ได้หมายความว่าต้นไม้มีพิษร้ายแรงหรือเกี่ยวข้องกับปีศาจจริง ๆ แต่มีเรื่องราวทางวัฒนธรรมและความเชื่อพื้นบ้านอยู่เบื้องหลัง
(1).jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ความเชื่อว่าต้นตีนเป็ดเป็นที่สถิตของวิญญาณและภูตผี
ในรัฐเกรละทางตอนใต้ของอินเดีย ต้นพญาสัตบรรณมีชื่อเรียกท้องถิ่นหลายชื่อ เช่น Daiva Pala, Ezhilam Pala, Mangala Pala และ Yakshi Pala ซึ่งบางชื่อมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องเทพ วิญญาณ และสิ่งเหนือธรรมชาติ
ข้อมูลจาก M.S. Swaminathan Research Foundation ประเทศอินเดีย อธิบายว่า ชุมชนบางกลุ่มเชื่อว่าต้นไม้ชนิดนี้เป็นที่สถิตของวิญญาณบรรพบุรุษ วิญญาณธรรมชาติ หรือภูตผี ส่งผลให้ผู้คนบางส่วนไม่กล้านั่งพักใต้ต้นไม้ หรือแม้แต่เดินผ่านเพราะเกรงกลัวสิ่งเหนือธรรมชาติที่เชื่อว่าอาศัยอยู่บริเวณนั้น
ความเชื่อดังกล่าวสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างต้นไม้กับโลกแห่งวิญญาณในคติชนอินเดีย อย่างไรก็ตาม เป็นความเชื่อของบางชุมชนเท่านั้น
ตำนาน Yakshi หญิงสาวลึกลับที่เชื่อมโยงกับต้นตีนเป็ด
หนึ่งในเรื่องเล่าที่น่าสนใจเกี่ยวกับต้น Devil Tree คือความเชื่อเรื่อง Yakshi หรือยักษี ซึ่งเป็นตัวละครเหนือธรรมชาติในคติชนและวรรณกรรมของอินเดีย โดยเฉพาะในรัฐเกรละ ยักษีมักปรากฏในเรื่องเล่าพื้นบ้านในรูปลักษณ์หญิงสาวสวยที่มีพลังลึกลับ
ในตำนานบางเรื่อง ยักษีถูกเล่าว่าสามารถล่อลวงมนุษย์ด้วยรูปลักษณ์อันงดงาม ก่อนเผยตัวตนที่น่าสะพรึงกลัว ขณะที่เรื่องเล่าอีกส่วนหนึ่งมองว่ายักษีเป็นวิญญาณหรือสิ่งเหนือธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับต้นไม้และธรรมชาติ
ต้นพญาสัตบรรณมีชื่อท้องถิ่นว่า Yakshi Pala ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างต้นไม้ชนิดนี้กับเรื่องเล่าเรื่องยักษี แม้จะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนการมีอยู่ของสิ่งเหนือธรรมชาติเหล่านี้ แต่ตำนานดังกล่าวก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สืบทอดกันมา
บางชุมชนเชื่อว่าต้นตีนเป็ดเป็นที่อยู่ของวิญญาณบรรพบุรุษ
แม้ชื่อ Devil Tree จะฟังดูน่ากลัว แต่ความเชื่อเกี่ยวกับพญาสัตบรรณในอินเดียไม่ได้มีเพียงเรื่องภูตผีหรือสิ่งชั่วร้ายเท่านั้น เพราะบางชุมชนกลับมองว่าต้นไม้ชนิดนี้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณบรรพบุรุษและพลังแห่งธรรมชาติ
M.S. Swaminathan Research Foundation ระบุว่า พญาสัตบรรณเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่ได้รับการเคารพบูชาในพื้นที่ป่าศักดิ์สิทธิ์ และพบได้ในป่าศักดิ์สิทธิ์ของรัฐเกรละ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชุมชนท้องถิ่นให้ความสำคัญทั้งในแง่วัฒนธรรมและความเชื่อ
ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ต้นไม้ชนิดเดียวกันอาจถูกมองแตกต่างกันตามบริบทของแต่ละชุมชน บางแห่งเชื่อว่าเป็นต้นไม้ที่ไม่ควรเข้าใกล้เพราะมีวิญญาณสิงสถิต ขณะที่บางแห่งกลับให้ความเคารพในฐานะต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษ
ต้นตีนเป็ดในป่าศักดิ์สิทธิ์ของอินเดีย
ในรัฐเกรละมีพื้นที่ป่าศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า Kavu ซึ่งเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่ได้รับการดูแลรักษาตามประเพณีและความเชื่อท้องถิ่น โดยบางแห่งมีความเกี่ยวข้องกับการบูชาเทพหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเป็นแหล่งอนุรักษ์พืชพรรณตามธรรมชาติ
ข้อมูลจาก M.S. Swaminathan Research Foundation ซึ่งอ้างถึงรายงานของ Kerala Forest Research Institute ระบุว่า พญาสัตบรรณเป็นไม้ที่พบได้ในป่าศักดิ์สิทธิ์ของรัฐเกรละ สะท้อนให้เห็นว่าต้นไม้ชนิดนี้มีความสำคัญมากกว่าเพียงการใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้หรือการให้ร่มเงา
การที่ต้นไม้มีบทบาทในความเชื่อของชุมชนยังอาจช่วยส่งเสริมการดูแลรักษาพื้นที่ธรรมชาติ เพราะผู้คนบางกลุ่มเลือกที่จะเคารพและหลีกเลี่ยงการทำลายต้นไม้ที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์
จีนเรียกต้นตีนเป็ดว่า “ต้นกระดานดำ” เพราะเคยใช้ทำอุปกรณ์การเรียน
หากชื่อ “ต้นปีศาจ” ฟังดูน่ากลัว ชื่อเรียกของต้นตีนเป็ดในภาษาจีนกลับมีความหมายที่แตกต่างออกไป เพราะหนึ่งในชื่อที่ใช้เรียกต้นไม้ชนิดนี้คือ 黑板树 (Hēibǎn shù) ซึ่งแปลตรงตัวว่า “ต้นกระดานดำ”
ข้อมูลจากเว็บไซต์ Greening ของรัฐบาลฮ่องกงอธิบายว่า ชื่อนี้เกี่ยวข้องกับการนำเนื้อไม้ของพญาสัตบรรณมาใช้ทำกระดานสำหรับการเรียนการสอนในอดีต จึงเกิดชื่อเรียก Blackboard Tree ในภาษาอังกฤษ และชื่อต้นกระดานดำในภาษาจีน
ความเชื่อมโยงกับการศึกษายังปรากฏอยู่ในชื่อวิทยาศาสตร์ Alstonia scholaris โดยคำว่า scholaris มาจากภาษาละตินที่มีความหมายเกี่ยวข้องกับโรงเรียนหรือการศึกษา สอดคล้องกับประวัติการใช้เนื้อไม้ชนิดนี้ทำอุปกรณ์สำหรับเขียนหนังสือ
จึงนับเป็นเรื่องน่าสนใจที่ต้นไม้ซึ่งคนไทยคุ้นเคยจากกลิ่นดอกในช่วงหน้าหนาว กลับมีชื่อเรียกในอีกวัฒนธรรมหนึ่งที่เชื่อมโยงกับห้องเรียนและการศึกษา
ไม่ได้มีแค่ต้นกระดานดำ จีนยังเรียกต้นตีนเป็ดว่า “ต้นบะหมี่”
นอกจากชื่อ 黑板树 ที่หมายถึงต้นกระดานดำแล้ว ต้นตีนเป็ดยังมีชื่อภาษาจีนอีกชื่อหนึ่งว่า 麵條樹 (Miàntiáo shù) ซึ่งแปลว่า “ต้นบะหมี่” หรือ “ต้นเส้นก๋วยเตี๋ยว”
ชื่อเรียกนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการนำต้นไม้ไปทำอาหาร แต่เกิดจากรูปร่างของผลพญาสัตบรรณที่มีลักษณะเป็นฝักเรียวยาว เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะห้อยลงมาจากกิ่ง คล้ายเส้นบะหมี่ที่แขวนอยู่บนต้นไม้
นอกจากนี้ ยังมีชื่อ 糖膠樹 (Tángjiāo shù) ซึ่งมีความหมายเกี่ยวข้องกับยางหรือกัมที่มีรสหวาน โดยรัฐบาลฮ่องกงอธิบายว่าชื่อดังกล่าวสัมพันธ์กับการใช้ประโยชน์จากน้ำยางของต้นไม้ชนิดนี้ในอดีต
ชื่อทั้งสามสะท้อนให้เห็นว่า การตั้งชื่อพืชในแต่ละท้องถิ่นอาจมาจากลักษณะภายนอก ประโยชน์ใช้สอย หรือสิ่งที่ผู้คนพบเห็นในชีวิตประจำวัน
ชื่อเรียกต้นตีนเป็ดในประเทศต่าง ๆ แตกต่างกันอย่างไร?
นอกจากไทย อินเดีย และจีนแล้ว พญาสัตบรรณยังมีชื่อเรียกท้องถิ่นอีกหลายชื่อในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้นไม้ชนิดนี้กระจายพันธุ์อยู่ตามธรรมชาติ
| ประเทศหรือพื้นที่ | ชื่อเรียก | ความน่าสนใจ |
|---|---|---|
| ไทย | ตีนเป็ด, พญาสัตบรรณ, สัตบรรณ | ชื่อไทยที่ใช้เรียกไม้ยืนต้นชนิดนี้ |
| อินเดีย | Devil Tree, Saptaparni, Chhatim | มีทั้งชื่อที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและลักษณะใบ |
| จีน | 黑板树 (ต้นกระดานดำ), 麵條樹 (ต้นบะหมี่) | ตั้งชื่อตามการใช้เนื้อไม้และลักษณะผล |
| มาเลเซีย | Pulai | ชื่อท้องถิ่นที่ใช้เรียกไม้กลุ่มนี้ |
| อินโดนีเซีย | Pulai, Pule | ชื่อที่พบในหลายพื้นที่ รวมถึงเกาะชวา |
| ฟิลิปปินส์ | Dita | ชื่อท้องถิ่นที่ใช้เรียกพญาสัตบรรณ |
| ลาว | Tinpet | ชื่อที่มีเสียงคล้ายกับคำว่าตีนเป็ดในภาษาไทย |
| เวียดนาม | Cây sữa | ชื่อท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับลักษณะน้ำยางสีขาว |
ทั้งนี้ ชื่อพื้นเมืองอาจแตกต่างกันตามภาษาและท้องถิ่น แม้จะใช้เรียกพืชชนิดเดียวกัน ขณะเดียวกัน บางชื่ออาจถูกนำไปใช้กับไม้ชนิดอื่นในสกุลเดียวกันด้วย จึงควรอ้างอิงชื่อวิทยาศาสตร์เมื่อต้องการจำแนกชนิดให้ถูกต้อง
ทำไมต้นตีนเป็ดจึงมีกลิ่นแรง โดยเฉพาะช่วงปลายปี?
สำหรับประเทศไทย ต้นพญาสัตบรรณมักเริ่มออกดอกในช่วงปลายฤดูฝนต่อเนื่องไปถึงฤดูหนาว โดยช่วงเวลาออกดอกอาจแตกต่างกันตามพื้นที่และสภาพอากาศ ดอกมีขนาดเล็ก สีขาวอมเขียวหรือเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อจำนวนมาก และมีกลิ่นหอมแรงเป็นเอกลักษณ์
กลิ่นของดอกไม้เกิดจากสารระเหยที่ถูกปล่อยออกสู่อากาศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางธรรมชาติของพืช โดยความเข้มข้นของกลิ่นที่แต่ละคนรับรู้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งจำนวนดอก ระยะห่างจากต้น สภาพอากาศ และความไวต่อกลิ่นของแต่ละบุคคล
อ่านเพิ่มเติม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




