
ปลูกกะเพรากินเองได้ไหม? หลังเอกชนจดคุ้มครอง "กะเพรา" 4 พันธุ์ "สุริยะ" แจงแบบไหนไม่ผิดกม.
ปลูกกะเพรากินเองได้ไหม? สุริยะ แจงปมเอกชนจดคุ้มครอง 4 พันธุ์ ขยายพันธุ์ขายต้องได้รับอนุญาต
หลังข่าวเอกชนจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพราทำให้หลายคนสงสัยว่า กะเพราที่ปลูกไว้หลังบ้านจะยังปลูกและเก็บกินได้หรือไม่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า ประชาชนยังปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือนได้ตามปกติ ส่วนข้อจำกัดอยู่ที่การนำพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไปขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต การจดทะเบียนครั้งนี้ครอบคลุมกะเพราที่พัฒนาขึ้นใหม่ 4 พันธุ์ ไม่ใช่การถือสิทธิเหนือกะเพราทุกพันธุ์ที่ปลูกกันทั่วไป
สุริยะย้ำ ปลูกกะเพรากินเองยังทำได้
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายสุริยะกล่าวถึงข้อกังวลดังกล่าวว่า กฎหมายเปิดทางให้เอกชนที่วิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ยื่นขอจดทะเบียนคุ้มครองผลงานได้ โดยยืนยันว่าแม้เป็นพันธุ์กะเพราที่ได้รับความคุ้มครอง ประชาชนก็ยังนำมาปลูกไว้บริโภคในบ้านได้ อย่างไรก็ตาม หากต้องการนำพันธุ์นั้นไปขยายพันธุ์เพื่อจำหน่าย ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิก่อน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุด้วยว่า กรมวิชาการเกษตรยังมีนักวิจัยพัฒนาพันธุ์พืชอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกได้ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การแยกให้ชัดระหว่างการปลูกเพื่อบริโภคกับการขยายพันธุ์เพื่อขาย และต้องพิจารณาว่าเป็นพันธุ์ที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองหรือไม่

เปิดชื่อกะเพรา 4 พันธุ์ที่จดทะเบียนคุ้มครอง
เรื่องนี้ได้รับความสนใจหลังมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย เปิดเผยว่า บริษัท ซีพีแรม จำกัด ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพราใหม่ในกลุ่ม “แก้วจุรี” จำนวน 4 พันธุ์ โดยจดทะเบียนตั้งแต่ปี 2567 ไม่ใช่เพิ่งจดทะเบียนในปีนี้ ตามข้อมูลที่เผยแพร่ ทั้งหมดมีระยะเวลาคุ้มครอง 12 ปี และสิ้นสุดในปี 2579 ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542
- แก้วจุรี01 จดทะเบียนเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567
- แก้วจุรี02 จดทะเบียนเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567
- แก้วจุรี03 จดทะเบียนเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567
- แก้วจุรี04 จดทะเบียนเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567
พัฒนาจากกะเพราพื้นเมือง ผ่านการปรับปรุงและคัดเลือกพันธุ์
ตามรายละเอียดจากเอกสารประกาศคำขอจดทะเบียนของกรมวิชาการเกษตรที่มีการรายงาน กะเพราทั้ง 4 พันธุ์พัฒนาจากกะเพราพันธุ์พื้นเมืองรหัส CPR1 โดยใช้สารเคมีชักนำให้จำนวนชุดโครโมโซมเพิ่มขึ้น ร่วมกับเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ กระบวนการเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 ก่อนทดลองปลูกเพื่อคัดเลือกต้นที่มีลักษณะเหมาะสมสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร
พื้นที่ทดลองปลูกประกอบด้วยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม และบริษัทซีพีแรม จังหวัดปทุมธานี การจดทะเบียนจึงเป็นการขอคุ้มครองพันธุ์ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาตามรายละเอียดในคำขอ ส่วนกะเพราพันธุ์อื่นไม่ได้กลายเป็นพันธุ์ของบริษัทไปด้วยเพียงเพราะเป็นกะเพราเหมือนกัน
ไบโอไทยห่วงสิทธิเก็บเมล็ดพันธุ์ หากแก้กฎหมายตาม UPOV 1991
อีกด้านหนึ่ง ไบโอไทยตั้งข้อกังวลถึงทิศทางการแก้ไขกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช หากประเทศไทยปรับกฎหมายให้สอดคล้องกับอนุสัญญา UPOV 1991 โดยมองว่าอาจเพิ่มข้อจำกัดในการเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไว้ปลูกต่อ การแบ่งปันให้ผู้อื่น และการนำไปปรับปรุงพันธุ์ต่อยอด ข้อกังวลนี้เป็นประเด็นเกี่ยวกับผลที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมายในอนาคต ซึ่งต้องแยกจากสิทธิและข้อยกเว้นตามกฎหมายที่ใช้อยู่
ประชาชนต้องรู้เรื่องใดบ้าง?
สำหรับคนที่ปลูกกะเพราไว้ทำอาหารในครัวเรือน นายสุริยะยืนยันว่ายังทำได้ตามปกติ ส่วนผู้ที่ต้องการผลิตเมล็ด ต้นพันธุ์ หรือส่วนขยายพันธุ์ของกะเพราที่ได้รับความคุ้มครองเพื่อจำหน่าย ควรตรวจสอบสิทธิและขออนุญาตให้ถูกต้อง ประเด็นนี้จึงไม่ได้หมายความว่าประชาชนถูกห้ามปลูกกะเพรา หรือกะเพราทุกต้นอยู่ภายใต้สิทธิของเอกชน แต่เป็นการคุ้มครองพันธุ์เฉพาะที่จดทะเบียน พร้อมกับข้อถกเถียงเรื่องการรักษาสิทธิของเกษตรกรในระยะยาว
